All posts tagged: Exfoliate

delicate : 2% Water Soluble BHA Exfoliate Toner

สวัสดีครับเรามาต่อจากตอนที่แล้วคือรายละเอียดของเจ้า delicate : Skin Illuminator Brightening Serum และ delicate : High Potency VC Serum กันนะครับ ตัวถัดมาที่จะเอามาอธิบายคือตัว BHA Toner นะครับ เป็นตัวที่หมูตั้งใจทำออกมามากๆ เพราะหมูเห็นจุดอ่อนของ BHA ในท้องตลาดคือจะมีกลิ่นฉุนรวมถึงทาแล้วหน้ามันเลื่อม บทจะทาทิ้งไว้ 15 นาทีก็ยังทิ้งความมันก่อนลงครีมตัวอื่นๆ ใช้แล้วหงุดหงิดผิวตัวเองอยู่เหมือนกัน เลยเป็นที่มาของเจ้า delicate : 2% Water Soluble BHA Exfoliate Toner ตัวนี้ครับ The Review ตามที่ได้เกริ่นไปข้างต้นถึงปัญหาในการใช้งานของ BHA ที่มีอยู่ในท้องตลาดที่มีกลิ่นค่อนข้างฉุนเล็กๆ มีสัมผัสหลังทาที่มันเลื่อม และแทบไม่ใส่สารบำรุงอะไรเพิ่มเติมเลย สาเหตุที่ทำให้ BHA ตามท้องตลาดนั้นมันเลื่อมนั้น เพราะว่า BHA ทั่วๆไปต้องใช้สารละลายพวก Glycol ในปริมาณมากมาช่วยละลายไม่งั้นมันจะตกผลึกครับ ซึ่งการใช้สาร Glycol จำนวนมากจะไม่เหมาะกับผิวแพ้อะไรง่ายๆ (และมันจะอุดตันในบางคน) หมูก็เลยพยายามจะหาวิธีปรับตัว Product … ก็ใช้เวลาอยู่นาน คือตอนแรกไปเจอแบบ Encapsulated BHA จากการที่หมูคอยติดตามนักวิจัยท่านหนึ่งที่ Base ใน New York ซึ่งหมูเห็นเค้าเคยพยายามทำ Encapsulated BHA ออกผลที่ออกมาคือมัน Break แปลว่ามัน cap ไม่อยู่แล้วเมื่อเจอน้ำมันก็จะตกตะกอนนั้นเอง (ต่อมาก็ค่อยมีเวบไซต์ขายสารเค้าเอาเจ้า Encapsulated BHA มาขาย เป็นแบบให้เราเอาไปผสมใช้ได้เอง ก็เลยเอามาลองแต่ก็ยังติดๆเรื่องสัมผัสอยู่หน่อยๆเพราะมันก็ยังมีความมันวาวอยู่บ้าง จนสุดท้ายมาเจอสารที่ชื่อว่า “BioGenic Sallic-210” ตามด้านล่างนี้นะครับ สารตัวนี้เป็น Technology เฉพาะของทางบริษัท Biogenics นะครับ เค้าได้ปรับโมเลกุลของ BHA โดยนำพอลิแซ็กคาไรด์ (polysaccharide) ต่างๆมาประกอบกันแล้วก็ให้ชื่อว่า “Oligomer Complex” และก็ได้นำเจ้าสารตัวนี้มาใช้เป็นผนังห่อหุ้มโมเลกุลของ BHA เอาไว้ล่ะ Hi-tech ถูกจริตดีครับ เห็นแล้วเราก็เลยไปคุยกับ RD แล้วนำมาทดสอบดู ตอนที่ทดลองใช้อยู่ครั้งแรกก็รู้สึกว่ามันใช่!!! เนื้อเป็นน้ำๆเลย พอดมแล้วกลิ่นไม่ฉุนแถมหอมอ่อนๆเสียอีก ปล. เจ้า BioGenic Salic-210 มี Full Ingredient คือ [Salicylic Acid (and) Polydextrose (and) Dextrin (and) Amylopectin (and) Niacinamide] นะครับ I) BHA เมื่ออายุเรามากขึ้นผิวเราจะหมองลง หรือที่เรียกเป็นศัพท์ภาษาอังกฤษว่า “Dullness” นะครับ มันเกิดจากรอบการผลัดเซลล์ผิว (ขี้ไคล) ของคนเราจะยาวนานมากขึ้น โดย Milady’s Standard ตามด้านล่าง ก็จะพบว่ารอบการผลัดเซลล์ที่ปกตินั้นจะอยู่ในช่วงประมาณ 28 วันนะครับ แต่พออายุเรามากขึ้น ผิวของเราก็จะใช้เวลานานมากขึ้นในการหลุดลอกเซลล์ที่ตายแล้วออกไป ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของผิวที่อุกตัน หรือดูหมองคล้ำ ซึ่ง BHA ก็จะเข้ามาช่วยสลายกาวที่ยึดขี้ไคลนี้ให้สลายตัวได้ไวขึ้น ผิวของเราก็จะผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยนเหมือนยังเป็นวันรุ่นอยู่นั้นเอง Babies: 14 Days Teenagers: 21-28 Days Middle Age Persons: 28-42 Days Those 50 and Older: 42-84 Days มีความสามารถในการช่วยลดการผลิต Sebum หรือไขมันบนหน้าได้อีกด้วย นอกจากนี้ BHA ก็ยังยังช่วยให้รอยจากแผลสิว (Acne Lesion) ลดลงได้ …

Clinique : Turnaround Revitalizing Serum

สวัสดีครับ กลับมาที่งานดองกันอีกครั้ง 555+ จริงๆ Serum ตัวนี้หมูได้มาตั้งแต่ต้นปีแล้วล่ะ แต่ก็ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง ช่วงนี้ Serum ต่างๆ เริ่มทยอยหมด ประกอบกับหมูได้เริ่มนโยบายใช้ของที่อยู่ในกรุให้หมดก่อนถึงจะซื้อใหม่ได้ เจ้าตัวนี้ให้ Feel ที่ดี ทาแล้วรู้สึกหน้านุ่มๆ ดีครับ นอกจากนั้นก็ยังใส่สารต่างๆ มามากมายทั้งให้ Antioxidant หลากหลาย รวมถึงสารต้านการระคายเคืองและเพิ่มความชุ่มชื้นครับ ถ้าพูดถึงใน Line ของ Turn Around นั้น หมูเองก็มองว่ามันมีอะไรดีๆ อยู่หลายตัวเลยทีเดียว ทั้งนี้หมูเองเคยทำ Review Clinique : Turnaround™ Revitalizing Lotion ไว้แล้วและมันก็เป็นสูตรที่น่าประทับใจด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมมันไม่ดังเท่าไหร่เนาะ มาพูดถึงเจ้า Serum ตัวนี้กันดีกว่าครับ เจ้าตัวนี้เค้าได้ปรับปรุงสูตรมาอีกรอบหนึ่งจากสมัยปีประมาณ 2012 ครับ ชื่อของตัวเก่าจะใช้ชื่อว่า Clinique : Turnaround Concentrate Radiance Renewer ซึ่งก็เป็นสูตรที่ดีครับ เอาไว้เป็น Exfoliator ได้เพราะมี BHA และมีค่า pH ที่ BHA สามารถทำงานได้จริงครับ (ประมาณ pH 4) พอมาถึงตัวใหม่ Clinique : Turnaround Revitalizing Serum นี้หมูมองสูตรออกเป็น 4 มุมมองสรุปๆ ได้ตามนี้นะครับ 1. การช่วยผลัดเซลล์ผิว ในส่วนนี้มีความน่าสนใจที่เค้าได้ใช้ PHA และ BHA ที่ทำงานร่วมกันครับ จุดที่น่าสนใจคือ Polyhydroxy acids (PHAs) เพราะตัวมันเองจะให้ผลเหมือน AHA เพียงแต่ว่ามันจะไม่ระคายเคืองผิวเท่า AHAs ครับ นอกจากนี้ PHAs ยังมีความสามารถในการเสริมเรื่องของความชุ่มชื้นได้ดีกว่า AHAs อีกด้วยการใช้ PHAs ร่วมกับการรักษาอื่นๆ เช่น Laser หรือการใช้ PHAs ร่วมกับ retinyl acetate (Vitamin A) จะส่งผลให้ผิวดูอ่อนเยาว์ เพราะผิวจะฟูและเรียบเนียนมากขึ้นก็จะยิ่งขยายผลของการรักษาได้ดี 2. สาร Antioxidant ทั้งหลาย ก็เป็นที่ขึ้นชื่อของ Clinique เค้าครับ เพราะเวลาอ่านสารของเค้าที่ไรก็จะเห็นการใส่ Antioxidant ที่หลากหลายมากๆ หลักๆ ที่ได้ก็จะเป็น Antioxidant ลดอาการระคายเคือง ต้านเชื้อแบคทีเรียได้ รวมถึงเพิ่มความชุ่มชื้นได้อีกด้วย ที่เด่นๆ ก็จะมี รากของต้นหม่อนที่มีความสามารถในการยับยั้ง Tyrosinase สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสี รายละเอียดไปอ่านกันเองในส่วนเรียงสารด้านล่างนะครับ สารสกัดจากข้าวสาลีที่มี Vitamin E สูง เป็น Antioxidant ที่ดี แต่เจอข้อมูลเพิ่มเติมจากใน Paula’s Choice บอกว่ามันมีคุณสมบัติทำให้ผิวมีความอ่อนนุ่มมากขึ้น 3. สารที่เสริมในเรื่องของความชุ่มชื้นผิว จุดนี้ก็มีความน่าสนใจจาก Product เช่นกันครับเค้าได้เอา ยีสต์ (ไม่รู้ว่าเหมือน SK-II หรือเปล่านะ) มาเสริมการทำงานคู่กับ Sodium Hyaluronate, Acetyl Glucosamine กับ Squalane ก็ถือว่าจัดเต็มกันมาจริงๆ 4. สารประกอบในการสร้างเนื้อครีม ส่วนนี้ก็เป็นจุดชูโรงของ Product ชิ้นนี้เช่นกันนะครับ เพราะว่าเค้าทำให้เนื้อ Serum จาก Polymer ต่างๆ โดยเนื้อที่ออกมานั้นจะมีความเรียบลื่นกึ่งกำมะหยี่ ทาแล้วรู้สึกหน้าเนียนๆนุ่มๆ ม๊าก ความรู้สึกในภาพรวม และการใช้งาน เจ้า Serum ตัวนี้หมูได้ใช้มาซักพักแล้วครับ ก็ต้องบอกว่าสิ่งแรกที่ชอบคือตอนอ่านสารเพราะมันไม่เพียงแค่ช่วย Exfoliate ผิวเพื่อให้ผิวดูกระจ่างขึ้น มันยังใส่สาร Antioxidant ที่ดีๆ มาหลายตัวมากแบบเกินเลย …

Clinique : Pep-Start™ 2-in-1 Exfoliating Cleanser

สวัสดีครับวันนี้เอา Clinique มาเขียนให้ได้อ่านกัน ส่วนใหญ่หมูจะไม่ค่อยได้เขียนพวก Cleanser เท่าไหร่นะครับ เป็นเพราะว่าตัวเราเองจะไม่ค่อยอยากใช้ Cleanser ที่ดูซับซ้อนเท่าไหร่ อยู่บนหน้าแป๊ปๆ ก็ล้างน้ำออกแล้ว เลยพยายามเลือกที่อ่อนโยน แล้วไปเน้นส่วนของการบำรุงการ Mask หน้าแทน แต่เจ้า Clinique : Pep-Start™ 2-in-1 Exfoliating Cleanser ตัวนี้มีความน่าสนใจในเรื่องของการเป็น Scrub ครับ ถือว่าเป็น Physical Exfoliator ที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียวเชียวล่ะ เอาไว้สครับวนๆ บนใบหน้าและจมูกเพื่อลดอาการอุดตันจากเซลล์ผิวที่ตายแล้วรวมถึงลดสิวเสี้ยนออกไปได้บ้างบางส่วนล่ะ ในเรื่องของสารประกอบนั้นทาง Clinique เองก็ได้ใช้สารที่มีความอ่อนโยนต่อผิวมาใช้หลากหลายดีครับ หมูมองสารออกเป็นกลุ่มๆ ดังนี้ครับ 1. สารทำความสะอาด (ใส่มาได้ซับซ้อน แต่ดูเอาใจใส่ Product ที่ดีมีการพัฒนาสูตรมาดี) 1.1 Sodium Laureth Sulfate : เป็นสารทำความสะอาดหลักเลยใน Scrub หลอดนี้ครับ มันเป็นสารทำความสะอาดที่ Clinique Face Soap Mild ใช้เป็นหลักๆ เช่นกัน มีความอ่อนโยน หลายๆ คนมักจะอ่านเข้าใจผิดไปปนกับสาร SLS (Sodium Lauryl Sulfate) ต้องระวังกันให้ดีนะครับ 1.2 สารทำความสะอาดตัวประกอบอื่นๆ ที่ใส่มาปริมาณกลางๆ ก็ใช้ตัวที่มีความอ่อนโยนได้จากส่วนประกอบจากมะพร้าว เช่น Lauramidopropyl Betaine และ Cocamidopropyl Hydroxysultaine 1.3 สารทำความสะอาดที่ใส่มาแต่งปลายๆ ได้แก่ Sodium Coco PG-Dimonium Chloride Phosphate ตัวนี้น่าสนใจมากๆ ครับ มันมีความอ่อนโยน ข้อมูลน้อยหน่อยแต่ไปเจอ website ต่างประเทศบอกว่ามันเป็นสารทำความสะอาดที่ช่วยเสริมการทำงานของสารตัวอื่นๆ ในเวลาเดียวกันมันก็สามารถให้ความชุ่มชื้นได้ด้วย และ Sodium Cocoyl Glutamate ที่น่าสนใจเช่นกันเพราะว่ามันมีไว้เพื่อปรับน้ำที่กระด้างให้อ่อนลง (น้ำบางที่จะมีแร่ธาตุอยู่จำนวนสูงมากเกินไป) 2. Scrub 2.1 Silica : เป็น Scrub เม็ดเล็กๆ ที่อยู่ใน Cleanser ครับ จากเดิมที่ทาง US ประกาศยกเลิกการใช้พลาสติกต่างๆที่นำมาใช้เป็นเม็ด Scrub ที่ส่วนใหญ่จะทำมาจาก Polyethylene ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ (Non Biodegradible) ซึ่งเมื่อเม็ดบีทเหล่านี้ไหลเมื่อลงสู่ทะเล เจ้าปลาตัวเล็กๆ ก็กินมันเข้าไปอีก นอกจากนี้มันยังเป็นพิษต่อปะการังในท้องมะเลอีกด้วย ทำลายธรรมชาติในวงกว้างมากๆ จึงมีการหันมาใช้เจ้า Silica ทดแทน 2.2 Bambusa Arundinacea (Bamboo) Stem Extract : ไปเจอข้อมูลจาก Incosmetic แหล่งของคนขายสาร คือมันก็มีข้อมูลอะนะครับเค้าเรียกว่า Bamboo Exfoliator คือมีสีขาวเป็นผง เป็น Organic Silica ที่ได้จากส่วนปล้องไม่ไผ่ ซึ่งเค้าก็สามารถทำออกมาได้หลากหลายขนาดครับ [นอกจากนี้เจ้าสารตัวนี้ก็มีอยู่ใน Indeed Labs : Facial Powdered Exfoliator ด้วยเช่นกัน] 3. สารบำรุงอื่นๆ 3.1 Carica Papaya (Papaya) Fruit Extract : สารสกัดจากมะละกอ ซึ่งมีการวิจัยค้นพบว่ามันสามารถเป็น Antibacterial ได้ ซึ่งมันจะช่วยรักษาแผลเรื้อรังที่ผิวหนังได้ 3.2 Laminaria Saccharina Extract : ยังไม่เจอข้อมูลในเรื่องของการทาใน Pubmed ครับ แต่ถ้าให้หาจาก Source อื่นๆ จะไปเจอว่า P&G ได้จดสิทธิบัตรการใช้สารตัวนี้ร่วมกับ Vitamin B3 เพื่อเป็น Whitening ส่วนข้อมูลจากผู้ขายสารก็จะบอกว่ามันมีเอาไว้ต้านการอักเสบและเชื้อแบคทีเรีย ข้อมูลจาก Symrise ครับ (ดูข้อมูลละเอียดที่ …

Fresh : Sugar Face Polish

มาถึงตาของ Fresh กันบ้างครับ เหตุเกิดจากการที่หมูเองได้ไปลอง Lips Scrub ของพี่มาแล้วชอบ เลยได้ซื้อตัวนี้มาลองบ้าง ตอนซื้อก็ยังไม่ได้อ่านส่วนผสมอะไรมากมายเท่าไหร่ครับ ซื้อเพราะกลิ่นมันหอมดี แล้วก็สครับของเก่าหมดไปนานแล้ว ดังนั้นวันนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อมกันเลยดีกว่าว่ามันมีอะไรดี/ไม่ดีบ้าง เจ้าตัวนี้ราคา 2,400 บาท/125ml ครับ จะขอเริ่มจากการพูดถึงวัตถุประสงค์หลักๆ ของการ Scrub ก่อนนะครับ การ Scrub นั้นจะเรียกได้ว่าเป็น Mechanical หรือ Physical Exfoliation ซึ่งเป็นการผลัดเซลล์ผิวแบบใช้การถูไถครับ (ฟังดูรุนแรงเนาะ) ซึ่งวิธีนี้จะต่างจากพวก Chemical Exfoliants หรือพวก BHA/AHA ที่เราเอามาทากันครับ พวกนี้ไม่ได้อาศัยการทำงานแบบถูไถ แต่จะทำงานโดยเข้าไปสลายกาวที่ยึดเหนี่ยวระหว่างเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกมาได้เป็นปกติครับ โดยทั่วไปแล้วเซลล์ผิวของเราจะสร้างและผลัดขึ้นมาถึงผิวชั้นนอกสุดใช้เวลาประมาณ 28 วัน แต่ถ้าเรามีอายุมากขึ้นวงจรการผลัดเซลล์ก็จะช้าลง ดังนั้นการ Scrub ก็จะเข้ามาช่วยในจุดนี้ได้ ทำให้ผิวเราเปล่งปลั่งสมบูรณ์มากขึ้นครับเกริ่นมาซะยาว ก็มาเข้าถึงตัว Product กันครับ ในเรื่องของการใช้งานนั้น ต้องขอพูดถึง First Impression ก่อนเลย (สำคัญมากในการซื้อ Skin Care ซักชิ้น) ครั้งแรกที่หยิบกล่องขึ้นมา หรือแม้กระทั่งได้จับกระปุกที่ทำมาจากแก้วก็ให้ความรู้สึกที่ดีน่าหยิบจับมากๆ เอาไปวางในห้องน้ำแล้วสวยดีด้วย ในตอนที่เราได้ปาดนิ้วเข้าไปที่เนื้อ Scrub นั้น จะได้ Feel ละมุนๆ ของเนื้อสัมผัสครับ (ฟินลื้มมมม) มันละมุนมากที่สุดตั้งแต่ใช้ Scrub น้ำตาลมาเลยก็ว่าได้ ถือว่าเค้าทำ Product ออกมาได้ดีครับ อย่างไรก็ตามต้องขอบอกก่อนว่าไม่ควรเอานิ้วปาดลงไปตรงๆ นะครับ มันจะสกปรก หมูเองที่ทำเพราะอยากลองสัมผัสมันจริงๆ แบบเต็มไม้เต็มมือครับ ทุกวันนี้ใช้ไม้พายเล็กๆ ตักแทนแล้วครับ แหะๆ ในส่วนของการนำมาใช้ Scrub บนใบหน้า ก็ต้องบอกว่ามันก็ละเอียดอย่างที่กล่าวไปข้างต้นจริงๆ ครับ เม็ดสครับนุ่มดีไม่บาดผิว มีกลิ่นแนว Citrus ให้ความสดชื้น ผ่อนคลาย ทั้งนี้ส่วนตัวดมแล้วได้กลิ่นคล้ายๆ Pepsi หน่อยๆ อะ 555+ (ก็น้ำพวกนี้มันมีปริมาณน้ำตาลสูงหนิเนาะ) แต่อย่างไรก็ตามกลิ่นนี้ก็ทำให้ได้การผ่อนคลายจริงๆ ครับ เหมาะที่จะใช้ในวันที่เรากลับบ้านมาจากการทำงานที่เคร่งเครียดมากๆ เลยล่ะ ในเรื่องของส่วนผสมแน่นอนว่าตัวหลักๆ คือน้ำตาลที่ใช้ในการ Scrub นั้นเอง จากการหาข้อมูลมาดู ก็พบว่าการใช้น้ำตาลมา Scrub นั้น ตัวน้ำตาลเองก็จะให้กลิ่นคาราเมลที่ช่วยผ่อนคลายให้เราได้เช่นกันนะครับ อีกทั้งใน Brown Sugar นี้ จะมี Glycolic Acid ที่เป็น AHA โมเลกุลเล็กสุดในกลุ่ม AHA ด้วยนะ!! แต่ทว่าค่า PH ของเจ้า Scrub ตัวนี้อาจจะไม่อยู่ในช่วงของการทำงานของ AHA ตัวนี้ก็เป็นได้ครับ (หมูก็ไม่ได้เอากระดาษเทส PH มาจุ่มด้วยสิ ใครมีก็เทสแล้วมาบอกกันหน่อยนะครับ) แต่ถึงแม้ว่า AHA จะไม่ทำงาน แต่ตัวมันเองก็มีคุณสมบัติเป็น Mechanical Exfoliate อย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นแน่นอนครับ ในขณะที่เราค่อยๆ วนๆนวดๆ เจ้า Fresh Sugar Face Polish นั้น เจ้าน้ำตาลเหล่านี้ก็จะค่อยๆ ละลายออกมาเรื่อยๆ จนหน้าของเราเหลืองเลยล่ะ 555+ เป็นเพราะสีของมันนั้นเองครับ สุดท้ายในส่วนของประโยชน์จากน้ำตาลนั้น ในเวบของป้าพอลล่าได้อธิบายไว้ว่าน้ำตาลเองก็มีคุณสมบัติเป็น water-binding ด้วย คือช่วยอุ้มน้ำให้ผิวนั้นเองครับ ในส่วนของสารสกัดอื่นๆ ที่ให้ประโยชน์กับผิวมีดังนี้ครับ Strawberryครับ ใช่ครับสตอเบอรี่!!! มาเป็นผลเลยล่ะ ตอนที่เราวนจนน้ำตาลหมดแล้วจะเหลือเศษๆ บางอย่างบนหน้า พอเราเอามาพิจารณาดู จะเห็นว่ามันเป็นเมล็ดของ Strawberry นั้นเอง ก็มีไม่มากนะ เม็ดเล็กๆ ซึ่งเจ้าตัวนี้ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการ Scrub ไปในตัวด้วย นอกจากนี้ตัว Strawberry เองก็มีประโยชน์หลากหลายอยู่แล้วครับมี Vitamin C และสารอื่นๆ ที่เป็น …

RX for Brown Skin : Exfoliating Toner for Normal-to-Oily Skin

วันนี้จะมีแนะนำ Product ตัวนึงของ RX for Brown Skin ชื่อ Exfoliating Toner for Normal-to-Oily Skin กันครับ (ขนาด 60ml ราคาที่เห็นขายในเวบ 550 บาท) เกริ่นก่อนคับ  วันก่อนไปออกกำลังกายแล้วมีพี่ที่ยิมถามไปทำไรมาหน้าใสขึ้น เพราะก่อนหน้านี้มีสิวมารุมฮะ… (หยุดทาพวก AHA/BHA ไปซักพัก แถมยังไปลองครีมเนื้อหนักอีก) งานนี้จ่ายค่ากดสิวไปสองรอบ รอบแรกเสร็จ อีกซักพักอาทิตย์รองสองสำหรับของที่ยังออกมาไม่หมด (T.T) มานั้งคิดๆ ดู เอาตังค์ไปจ่ายค่า AHA/BHA แต่แรกก็สิ้นเรื่อง ประหยัดกว่าค่ากดอีก…มาเริ่มกันดีกว่าครับ ต้องบอกก่อนว่า RX for Brown Skin นี่เป็น Product จากอเมริกาที่เค้าวิจัยมาเพื่อคนผิวสีโดยเฉพาะด้วยนะครับ (แต่ไม่ผิวสีก็ใช้ได้แหล่ะ) เค้าจึงมี Concept ของ Brand ว่า “Real People, Radiant Results” ดังนั้น Product ที่เค้าทำออกมาก็จะเน้นในเรื่องของความเปล่งปลังดูมีสุขภาพดี จะไม่ได้เน้นไปทางขาวอมชมพูฮะ แต่ไม่ว่าเราจะผิวสีไหนก็ตาม ใครๆ ก็ต้องอยากดูแลผิวพรรณให้ใสไร้สิวแน่นอน ดังนั้น งานผิวใส งานผิวสุขภาพดี มีออร่าพุ่ง ต้องมา!!! เป็นเหตุผลให้เราต้องรู้จักการ Exfoliate ผิวที่จะช่วยผลัดรอยดำจากสิว รวมถึงลดอาการอุดตันของรูขุมขนกันครับ (การผลัดเซลล์ผิวนอกจากจะช่วยเรื่องความใสของผิวแล้ว ยังช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้นอีกด้วยนะครับ) เจ้า Product ตัวนี้ดีตรงที่ว่าทาง Website ได้ระบุส่วนผสมไว้ให้ด้วย ทำให้เราสามารถพิจารณารายละเอียดของสารต่างๆ ก่อนได้ ซึ่งเมื่อเห็นส่วนผสมแล้วก็ตัดสินใจซื้อได้ไม่ยากจริงๆ เพราะทางแบรนด์ใส่สารสกัดดีๆ มาเยอะพอสมควรเลยครับ ทำไม Product นี้น่าลงทุนด้วย? เป็นเพราะว่าเค้าใช้ AHA ในรูปของ Glycolic Acid ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ที่มีประสิทธิภาพในการช่วยขจัดขี้ไคลหรือเซลล์ที่ตายแล้วได้ดีกว่า Lactic Acid ที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่กว่า (แต่ในเวลาเดียวกันยิ่งซึมลึก ยิ่งมีโอกาสระคายเคืองมากกว่าเช่นกันนะครับ ตรงนี้ก่อนใช้ต้อง Test กันดีๆล่ะ) นอกจากนี้ในเรื่องของสารประกอบอื่นๆ นั้น ยังมี Licorice ที่เป็น Whitening เพราะมีความสามารถในการยับยั้งกระบวนการผลิตเม็ดสี โดยการขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase มีสารสกัดจากถั่วเหลืองที่จะเพิ่มความอิ่มฟู เพิ่มความอ่อนเยาว์ให้ผิว มี Antioxidant หลากหลาย เช่น สารสกัดจากทับทิม และชาเขียว มี Beta Glucan ที่เป็นทั้ง Antioxidant และสารช่วยป้องกันการระคายเคือง มีความสามารถในการเร่งการสมานแผล และยังมีสารตัวอื่นๆ ที่ยัดลงมาในขวดที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอีกด้วย (คนมักจะมองข้ามความชุมชื้นไปในเรื่องของการ exfoliate แต่ถ้าผิวไม่ชุ่มชื้นการผลัดเซลล์ที่ตายไปแล้วก็จะยิ่งลำบากนะครับ) Toner ตัวนี้เหมาะกับคนผิวผสมไปถึงผิวมันครับ เนื่องจากมีส่วนผสม Montmorillonite ซึ่งเป็นแร่ธาตุจากดินภูเขาไฟ ที่มีรูปแบบผลึกที่มีคุณสมบัติในเรื่องของการดูดซับน้ำมันส่วนเกินออกจากผิวครับ คนผิวแห้งก็อาจจะใช้ได้นะครับ แต่แนะนำให้หาครีมที่เน้นการให้ความชุ่มชื้นมาทาทับหลังใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เสร็จแล้ว ผิวจะได้ไม่แห้งจนเกินไปครับ ข้อดี ใช้ AHA โมเลกุลเล็กที่ให้ความสามารถในการ Exfoliate ได้ดี มีสาร Whitening ลดการะคายเคือง antioxidant หลากหลาย และมีสารดูดซับความัน Packaging ทึบแสง ข้อเสีย ไม่มี เนื้อสัมผัส ในส่วนของเนื้อสัมผัสนั้นจะมีลักษณะเป็นน้ำใสๆ มีสีเล็กน้อย มีกลิ่นจางมากๆ แทบจะไม่ได้กลิ่นครับ (รูปจากกล้องที่ถ่ายในตอนเช้าไม่มีการปรับแสงใดๆ ทั้งสิ้นนะครับ)   วิธีใช้นั้น ส่วนตัวจะใช้ Product นี้ อาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้ง หลังล้างหน้าในตอนเย็น ทาเสร็จควรปล่อยให้มันทำงานซัก 10 นาทีแล้วค่า PH มันจะปรับกับผิวหน้าเราเอง โดยหลังจากเข้าบ้านก็จะเช็ดหน้าด้วย Bioderma ก่อนแล้วค่อยตามด้วย AHA แล้วก็ไปทำธุระส่วนตัวจนถึงเวลาอาบน้ำก่อนเข้านอน ส่วนเรื่องใช้บ่อยแค่ไหน กี่วัน/อาทิตย์นั้น …