All posts tagged: Differin

Vitamin A (2)

บทที่แล้วเป็นการเปิดประตูสู่โลก Vitamin A ไปครับ ทีนี้เรามาจ้องเจ้า Vitamin A แบบ Close Up กันมากขึ้นอีก จริงแล้ว Vitamin A นั้นมีหลาย Form เลยครับ หมูเลยนำมาเรียงประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ของ Vitamin A ตามลำดับด้านล่าง เรียงจากอ่อนสุด (1) ไปหาแรงสุด (7) ดังนี้นะครับ Retinyl palmitate Retinol Retinaldehyde (Retinal, Vitamin A aldehyde) ในบทนี้หมูจะใช้คำว่า Retinal นะครับ Adapalene Tretinoin Tazarotene Isotretinoin จะเห็นว่าในบทที่แล้วมีการเอ่ยถึงการเปรียบเทียบ Adapalene ที่ 0.1% กับ Tretinoin ที่ 0.025% แล้วให้ผลที่เท่ากัน ซึ่งก็สอดคล้องกับด้านบนครับ เพราะเราจะต้องใช้ Adapalene ที่อ่อนกว่าในปริมาณที่มากกว่าถึงจะได้ผลที่เทียบเท่า Tretinoin ครับ จากด้านบนมีเพียงเบอร์ 1 – 3 เท่านั้นที่สามารถใส่อยู่ใน Skincare Product ตาม Counter Brand ครับ ส่วน 4 – 7 นั้น เราต้องซื้อตามร้านขายยา เหมือนที่เราซื้อ Retin A และ Differin กับเภสัชกรนั้นล่ะครับ รูปนี้จะช่วยอธิบายได้ว่าทำไมเบอร์ 1 ด้านบนถึงมีประสิทธิภาพอ่อนสุด นั้นเป็นเพราะว่าผิวของเรานั้นจะสามารถนำ Vitamin A ไปใช้ได้ก็ต่อเมื่อมันอยู่ใน Form ของ Retinoic Acid เท่านั้น ส่วนเจ้า Retinyl palmitate ที่อ่อนสุดนั้น มันจะต้องเปลี่ยน Form เป็น Retinol และ Retinal และสุดท้ายเป็น Retinoic Acid ตามลำดับเสียก่อน ถึงจะสามารถนำไปใช้งานได้ ในส่วนของการเปลี่ยน Form ของ Vitamin A ในแต่ละสภานะนั้นเป็นไปตามนี้ครับ Retinyl palmitate <=> Retinol <=> Retinaldehyde => Retinoic acid ซึ่งใน Step ของการเปลี่ยนไปเป็น Retinoic Acid นั้น จะไม่สามารถกลับมาเป็น Retinal ได้แล้วครับ (จิงๆ มันมีรูปกลไกของ Vitamin A ในร่ายกายคนเราที่ซับซ้อนมาก ตั้งแต่รับสารแคโรทีนมา จนเปลี่ยน Form ด้วยกระบวนการต่างๆ ไปใช้งานในร่างกาย รวมไปถึงการนำ Retinyl Ester ไปเก็บสะสมในตับเพื่อที่ร่างกายจะสามารถนำมาใช้ได้อีก แต่ขอข้ามครับ เยอะเกิน) จากประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ เวลาเราเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็น Skin Care เราก็มักจะเห็น Vitamin A ที่อยู่ในรูปของ Retinyl palmitate และ Retinol ซะส่วนใหญ่ครับ ส่วน Retinal นั้น ตัวมันเองไม่ค่อยมีความเสถียรเท่าไหร่ แต่ละ Lab ที่เป็นผู้ผลิตสารขาย (Supplier) ก็จะพยามคิดค้นวิธีที่จะสกัด Retinal ออกมาให้มีความเสถียรมากที่สุด ซึ่งก็จะมีกระบวนการมากมายในการสกัดตามแต่วิธีของแต่ละ Lab กันไป ราคาก็จะแพงครับเจ้า Retinal นี้ Sources …

Vitamin A (1)

Vitamin A นั้นส่วนใหญ่คนที่รู้จักดีจะเป็นกลุ่มของผู้ที่กำลังรักษาสิวอยู่ครับ เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะคุ้นชินกับ Product ที่ชื่อว่า Retin A ที่มีความเข้มข้นตั้งแต่ 0.025% 0.05% และ 0.1% ให้เลือกใช้ แล้วแต่ความสามารถในการทนต่อการระคายเคืองของมันได้ ทั้งนี้เมื่อพูดถึง Vitamin A เรามักจะนึกถึงประสิทธิภาพ 2 เรื่องหลักๆ ของมันคือ 1. รักษาสิวโดยการเข้าไปช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันบนใบหน้า และมีประสิทธิภาพในการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว (Exfoliate) ส่งผลให้การอุดตันบนผิวลดลง สิวจึงเกิดได้ยากขึ้น 2. ช่วยลดเลือนริ้วรอย เนื่องจากว่ามันจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของ Fibroblast เพื่อสร้าง Collagen และ Elastin ทำให้ริ้วรอยต่างๆ ตื้นขึ้น สารที่อยู่ใน Retin A นั้นเป็นกลุ่ม Retinoid ที่มีชื่อว่า Tretinoid ครับ ซึ่งเจ้าตัวนี้ต้องใช้ Alcohol มาทำละลายเพื่อการใช้งาน ทั้งนี้หากใครที่แพ้ Alcohol ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้ Differin แทนได้ เพราะว่ามันก็เป็นสารในกลุ่ม Retinoid เช่นกัน ให้ผลไปในทางเดียวกัน ซึ่งมีชื่อว่า Adapalene และเนื่องจากว่าเจ้า Adapalene นั้นไม่ต้องใช้ Alcohol ในการทำละลาย มันจึงอ่อนโยนมากกว่าเจ้า Retin A ครับ มีการศึกษาในคน 900 คน นะครับว่า Adapalene 0.1% ให้ผลการรักษาสิวเทียบเท่า Tretinoid 0.025% แต่มีข้อดีตรงที่มันระคายเคืองน้อยว่า และนอกจากนี้ก็ยังมีการศึกษาถึงสาร 2 ตัวนี้กันอีกมากมายเลยครับ ซึ่งผลการวิจัยก็ออกมาเป็นในแนวทางเดียวกันเลย ที่นี้ถ้าอ่านลงไปลึกๆ จะพบว่ามีการเปรียบเทียบยา Benzoyl peroxide (BP) 4% ทา 2 ครั้ง/วัน กับ Adapalene 0.1% ทา 1 ครั้ง/วัน พบว่า BP สามารถรักษาสิวได้ดีกว่า และมีการระคายเคืองน้อยกว่า และยังมีอีกวิจัยที่บอกว่าการใช้ BP 5% ร่วมกับ Adapalene 0.1% นั้นมีความปลอดภัยครับ [Source : http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2374937/%5D ปล.1 เราจะรู้จักเจ้า Benzoyl peroxide ในนามของ Benzac AC ครับ ปล.2 เจ้า Adapalene นั้นจะเข้าไปช่วยให้เกิดการหลุดลอกของเซลล์ผิว (Exfoliate) ซึ่งเป็นการลดอาการอุดตันของผิว แต่การใช้ในช่วงแรกๆ สิวที่อยู่ข้างใต้ก็จะผุดขึ้นมามากมายนะครับ ต้องอดทนซัก 3 – 4 อาทิตย์ ให้สิวผุดขึ้นมาให้หมดก่อน อ่านต่อ Vitamin A (2)