All posts filed under: Serum

Komenuka Bijin : Essence Whitening Serum with Rice Bran

สวัสดีครับ กลับมาอีกครั้งหลังจากที่สะสางงาน (บางส่วน) ออกไปได้บ้าง รู้สึกว่าได้ดองเค็มงานมาระยะหนึ่งจนได้ที่แล้วจึงนำมาส่งถือมือให้ได้อ่านกันล่ะ จริงๆงานตัวนี้เป็นงานที่ทางผู้นำเข้าเค้ามาติดต่อนะครับ ซึ่งไม่มีค่าจ้างใดๆทั้งสิ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือทางผู้นำเข้าได้นำสารประกอบทั้งหมด รวมถึงข้อมูล Packaging แหล่งผลิตอะไรต่างๆเข้ามาให้เราได้พิจารณาก่อน เราเห็นว่าโดยรวมแล้วก็น่าเอามาแนะนำก็เลยรับเอามาเขียนให้ ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเราเองก็ไปหาข้อมูลมาเองส่วนตัวเพื่อมายันกับสิ่งที่เค้าให้ข้อมูลเรามา จนได้คำตอบที่พอใจด้วย ก็จึงได้เอามานำเสนอกัน (เห็นมะไม่ใช่หายไปเลย เค้าก็ทำงานให้แบบลับๆนะ 555+) ถึงขนาดที่ว่าตอนหาข้อมูลนี้ถึงกับต้องเอา App Translate มานั่งแปลสารบางตัวช่วยเพิ่มเพื่อสอบยันข้อมูลเลยทีเดียว เอาล่ะ! ไม่รอช้า มาพูดถึงตัว Product กันเลยดีกว่า สรุปคือเจ้าตัวนี้หมูเองก็ได้ใช้มาเป็นเดือนแล้วล่ะครับก็ไม่ได้แพ้อะไรนะ ให้ความชุ่มชื้นได้ดี แต่ถ้าเป็นคนผิวแฟ้งก็ต้องหาครีมมาทาเสริมนะครับ ส่วนสารประกอบที่อยู่ข้างในว่ามันมีอะไรดีบ้างครับ เดี๊ยวไปอ่านกันครับ ทั้งนี้โดยส่วนตัวแล้วหมูใช้เจ้าตัวนี้เป็น Pre Serum นะ คือชอบอยู่ เพราะเนื้อของเค้ามีความเบาบาง ทาง่าย แห้งไว้ ทิ้งความชุ่มชื้นไว้ได้ดี ใครเบื่อๆตัวที่ใช้อยู่ก็มาลองเจ้าตัวนี้ดูบ้างก็ได้นะ สารประกอบโดยรวมแบ่งออกมาได้ดังนี้ครับ 1. สารที่เน้นการให้ความชุ่มชื้น ประกอบไปด้วย Sodium Hyaluronate และ Water-soluble Collagen ก็เป็นที่ขึ้นชื่อกันมานานแล้วสำหรับตัวไฮยานะครับว่ามันช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นได้จริง แล้วก็สามารถช่วยให้ผิวฟูขึ้นได้บางส่วน ส่วนเจ้า Collagen นั้นจากการหาข้อมูลมาก็ยังไม่เจอว่ามันจะทำงานอะไรได้นอกจากเคลือบผิวไว้เพื่อให้ความชุ่มชื้นครับ 2. สารที่ทำงานเป็น Whitening ประกอบไปด้วย สารสกัดจาก Mulberry และ รากชะเอม สารสกัดสองตัวนี้ทำหน้าที่ยับยั้ง Tyrosinase ได้อยู่แล้วครับ ไม่มีข้อกังขา โดยที่เจ้ารากชะเอมนั้นจะมีข้อดีเพิ่มมาอีกข้อคือเรื่องของการ Sooth (ปลอบประโลม) ผิวของเรานั้นเอง 3. สารที่ช่วย Re-texturing ผิว คือออกแนวเสริมการสร้าง Collagen ให้ Texture ของผิวดูละเอียดดูฟูขึ้น (ซึ่งข้อนี้เป็นข้อที่หมูหวังผลกับเจ้าเซรั่มตัวนี้ไว้ครับ) ประกอบไปด้วย สารสกัดจากจมูกข้าว, Hydrolized Yeast และ Water-soluble Placenta, ในส่วนนี้เองก็จะมีตัวที่มีความสามารถที่จะช่วยสมานแผลนั้นคือสารสกัดที่ได้จากยีสต์และรกครับ เจ้าสองตัวนี้ก็มีวิจัยที่อ่านเจอมาว่ามันช่วยลดขนาดของปากแผลได้ไวขึ้น แม้ว่าในส่วนของ Placenta หรือสารสกัดจากรกเค้าเองก็ยังไม่เข้าใจกันว่ากลไกการทำงานมันไปเริ่มยังไงอะไรตรงไหน แต่สิ่งที่พบเจอคือปลายทางที่ปากแผลเล็กลง สาร Growth Factor ตัวสำคัญมีปริมาณเพิ่มขึ้นครับ ถัดมาก็เป็นตัวขายของทาง Brand มันก็คือจมกข้าวครับมีคุณสมบัติเป็น Anti-Aging ครับ มันเป็น Antioxidant แถมในสารสกัดจากข้าวยังมีสารดีๆ อย่างเช่น ferulic acid (F), γ-oryzanol (O), and phytic acid (P) อีกด้วย เมื่อพูดถึง Ferulic Acid มาก็จะทำให้นึกถึงการรีวิวงานชิ้นทีผ่านมาตัวหนึ่งก็คือ Dr Dennis Gross : Ferulic + Retinol Eye Cream ซึ่งมีเจ้า Ferulic Acid ในรูปแบบที่ใส่มาจังๆเลย ซึ่งเจ้า Ferulic นี้ก็มีความดีงามไม่น้อยเลยทีเดียวนะครับ เป็น Super Antioxidant ช่วยลด Lipid peroxidation (การที่ออกซิเจนทำปฏิกริยากับไขมันออกมาเป็นของเสีย และทำให้โปรตีนเปลี่ยนเป็นสีอมเหลือง) ได้อีกด้วย โดยรวมๆแล้วก็โอเคครับ แต่อย่าไปหวังเรื่องช่วยหลุมสิว (หลุมสิวให้ไปเลเซอร์ไม่ใช่ทาครีม!!! ไม่มีครีมอะไรช่วยเรื่องนี้!!! พูดรอบที่ล้านแปด) สรุปข้อดี/ข้อเสีย ข้อดี ใช้สารประกอบเรียบง่าย แต่ก็ให้ผลที่ชัดเจนมาช้านานในเรื่อง Whitening และการสมานแผล เหมาะสำหรับการใช้เป็น Pre Serum เน้นความชุ่มชื้น และมี Antioxidant ที่ดี Packaging ทึบแสง ไม่มีสีและน้ำหอม ข้อเสีย ไม่มี (ถ้ามีก็เป็นเรื่องที่คิดเองส่วนตัวว่า Packaging เชยระเบิด) ราคาประมาณ 1,290 บาท/40ml (แต่เห็นมีโปรใน Lazada อะ ลองไปกดดูกันเอง) [Sponsored Item] …

delicate : High Potency VC Serum

สวัสดีครับเรามาต่อจากตอนที่แล้วคือรายละเอียดของเจ้า delicate : Skin Illuminator Brightening Serum กันนะครับ ตัวถัดมาที่จะเอามาอธิบายคือตัว Serum ที่เข้มข้นที่สุดใน Products 3 ชิ้นที่หมูทำออกมาเลยล่ะครับ ความเป็นมา เดลิเคท (delicate) เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เกิดจากความสงสัยของเด็กคนหนึ่ง (ใช่.. เค้าเคยเป็นเด็ก ) ว่าทำไมครีมต่างๆนั้นประกอบไปด้วยสารอะไรบ้างนะ ถึงสามารถช่วยให้ผิวของคนเราชุ่มชื้นขึ้น ขาวขึ้น หรือแม้กระทั่งช่วยให้ริ้วรอยสามารถตื้นขึ้นได้ ส่งผลให้ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา เด็กน้อยได้เริ่มออกเดินทางในโลกของสารประกอบต่างๆจาก งานวิจัยที่มีความน่าเชื่อถือมากมาย[1][2] delicate เป็นความตั้งใจอย่างสูงของหมูเองที่อยากจะพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคุณภาพสูงได้ผลจากการใช้งานจริง โดยสารที่นำมาเลือกใช้นั้นจะถูกคัดเลือกมาจากผลทางการวิจัยต่างๆที่เชื่อถือได้ตามหลักของเหตุและผล เพื่อส่งต่อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภคต่อไป [1] อ้างอิงจากเวบไซต์ Pubmed ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลเปิดเผย และ Journal ทางการแพทย์ต่างๆที่เป็นงานวิจัยที่ถูกพิจารณาก่อนนำมาตีพิมพ์ ซึ่งงานวิจัยบางชี้นจะต้องเสียเงินเป็นหลักพันเพื่อเข้าไปอ่านได้ [2] ด้วยความที่เป็นคนสนใจในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ส่งผลให้การศึกษาหาข้อมูลและการเรียนรู้ที่ผ่านมากลายเป็นส่วนหนึ่งในใช้ชีวิตประจำวัน จึงทำให้เห็นช่องว่างของความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ skincare ยังมีอีกมาก จึงตัดสินใจเปิด Facebook Page ชื่อว่า livelymoo เมื่อต้นปี 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริโภค “คิดก่อนซื้อ” ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของผู้บริโภคเอง The Review เข้าเรื่องกันเลยครับ เจ้า delicate : High Potency VC Serum นี้หมูมีความตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อมาเป็น Booster ตัวจัดเต็ม เร่งผิวใส ของทาง Brand เรา หากใครที่หน้าดูไม่กระจ่างใสขอให้ได้ลองตัวนี้ครับ วิธีใช้ก็ง่ายๆ ลงทั่วหน้าและใต้ตาได้ทั้งเช้าเย็น อยากให้ใช้ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ขึ้นไปนะครับ ไม่ควรขาดช่วง เห็นผลรู้เรื่องครับ (แต่ต้องทากันแดดให้ถูกต้องด้วยนะครับ 2 ข้อนิ้วมือเฉพาะหน้าไม่รวมคอ ทาทับทุก 3-4 ชม. เนาะ จริงๅ ต้อง 2 ชม. แต่ถ้านั่งใน Office ก็ลดความถี่ลงหน่อยได้) เจ้าตัวนี้เฉพาะสาร Active หลักก็ 19% แล้วนะครับ เดี๊ยวลองไปอ่านกันที่ด้านล่างนะครับว่าเราใส่ Vitamin อะไรเข้ามาบ้าง ตัวนี้ใส่สารไม่ได้ซับซ้อน แต่ใส่หนัก ใส่ชนิดเข้มข้นเลยทีเดียวเชียวล่ะ อารมณ์ว่าไม่ต้ององค์ประกอบเยอะหมัดตรงแรงๆใส่เจ้าพวกเมลานินกันไปเลย ตัวนี้อยากให้นำไปใช้ร่วมกับตัว delicate : Skin Illuminator Brightening Serum นะครับ เพราะมันจะช่วยเร่งให้ผิวมีความสว่างใสในขณะที่ตัว delicate : Skin Illuminator Brightening Serum จะช่วยปรับองค์รวมของสีผิวให้สม่ำเสมอ เพิ่มความอุ้มน้ำ และเป็นสาร Antioxidant ดีๆช่วยเสริมการทำงานซึ่งกันและกันครับ ในส่วนของสารประกอบหลักๆ คือ Vitamin 3 ชนิดจะขออธิบายตามนี้นะครับ I) Vitamin C (AA2G™) 10% หากพูดถึง Vitamin ที่เน้นให้ดูผิวหน้าสดขึ้น ช่วยให้ผิวดูใสขึ้น หนีไม่พ้น Vitamin C ครับ (Vitamin B3 ช่วยให้ขาวจริง แต่ไม่ได้ช่วยให้ดูมีผิวดูสดขึ้น ดูใสขึ้นคับ) แต่รูปแบบของ Vitamin C ที่หมูได้เลือกมาใส่ใน Serum ตัวนี้จะไม่ใช่ Vitamin C ใน Form พื้นฐานที่เรียกว่า Ascorbic Acid (AA) นะครับ ซึ่ง AA ตัวนี้ดีแต่ไม่เสถียรนะครับ มันจะสบายไปไวมากเมื่อโดนแดดและน้ำ แถมมันจะเสถียรที่ความเป็นกรดส่งผลให้เวลาทาลงผิวหน้าจะรู้สึกอุ่นๆและคันยิบๆ (ซึ่งเรื่องคันยิบๆส่วนตัวหมูรับได้นะ) อย่างไรก็ตามจากความที่ AA มันใช้ยากตามที่กล่าวมาหมูจึงพยายามหา Vitamin C ที่มีความเสถียรทนแดดทนน้ำ แถมไม่คันยิบๆ …

delicate : Skin Illuminator Brightening Serum

สวัสดีครับ ไหนๆก็ไหนๆแล้วมีคน Request อยากขอดูแตกสารของเจ้า delicate : Skin Illuminator Brightening Serum ครับ อันนี้เป็นลูกรักตัวแรกที่หมูทำออกมานะครับ แล้วจะบอกว่าทำไมถึงมาทำ Skin Care ตัวนี้ครับ ความเป็นมา เดลิเคท (delicate) เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เกิดจากความสงสัยของเด็กคนหนึ่ง (ใช่.. เค้าเคยเป็นเด็ก 😂) ว่าทำไมครีมต่างๆนั้นประกอบไปด้วยสารอะไรบ้างนะ ถึงสามารถช่วยให้ผิวของคนเราชุ่มชื้นขึ้น ขาวขึ้น หรือแม้กระทั่งช่วยให้ริ้วรอยสามารถตื้นขึ้นได้ ส่งผลให้ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา เด็กน้อยได้เริ่มออกเดินทางในโลกของสารประกอบต่างๆจาก งานวิจัยที่มีความน่าเชื่อถือมากมาย[1][2] delicate เป็นความตั้งใจอย่างสูงของหมูเองที่อยากจะพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคุณภาพสูงได้ผลจากการใช้งานจริง โดยสารที่นำมาเลือกใช้นั้นจะถูกคัดเลือกมาจากผลทางการวิจัยต่างๆที่เชื่อถือได้ตามหลักของเหตุและผล เพื่อส่งต่อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภคต่อไป [1] อ้างอิงจากเวบไซต์ Pubmed ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลเปิดเผย และ Journal ทางการแพทย์ต่างๆที่เป็นงานวิจัยที่ถูกพิจารณาก่อนนำมาตีพิมพ์ ซึ่งงานวิจัยบางชี้นจะต้องเสียเงินเป็นหลักพันเพื่อเข้าไปอ่านได้ [2] ด้วยความที่เป็นคนสนใจในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ส่งผลให้การศึกษาหาข้อมูลและการเรียนรู้ที่ผ่านมากลายเป็นส่วนหนึ่งในใช้ชีวิตประจำวัน จึงทำให้เห็นช่องว่างของความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ skincare ยังมีอีกมาก จึงตัดสินใจเปิด Facebook Page ชื่อว่า livelymoo เมื่อต้นปี 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริโภค “คิดก่อนซื้อ” ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของผู้บริโภคเอง The Review เข้าเรื่องกันเลยครับ เจ้า delicate : Skin Illuminator Brightening Serum นี้หมูมีความตั้งใจทำขึ้นมาให้เป็น Daily Skin Care เพื่อใช้ทั้งเช้า/เย็น และเป็น Unisex Skin Care ที่ใช้ได้ทั้งชาย/หญิงไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ สรุปคือเป็น Skin Care ที่ควรจะมีทุกบ้านครับ เพราะ เป็น Skin Care พื้นฐานที่ใครๆก็ควรใช้เพื่อปรับ Skin Tone ในภาพรวม ลดรอยแดงรอยดำ ให้สีผิวดูเรียบเนียนเท่ากันทั้งใบหน้า เป็น Skin Care ที่อ่อนโยนไม่ได้ผสมสีและน้ำหอมใดๆ เบสที่ใช้นั้นเป็นเบสของ Eye Cream ครับ เป็น Oil in Water Emulsion จึงสามารถใช้บำรุงได้ทั่วหน้าและบริเวณรอบดวงตา (คือตั้งใจทำมากจริงๆ) สารประกอบที่ใช้ก็เป็นสารประกอบที่มีงานวิจัยรองรับชัดเจนทุกตัว เรียบง่าย ทรงพลัง และชัดเจนในวัตถุประสงค์ของการใส่เข้ามา ในส่วนของสารประกอบนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลักๆ ดังนี้ I) สาร Whitening ประกอบด้วย Niacinamide 4% : สารตัวนี้เป็นที่โด่งดังและใช้กันมาช้านานครับสรรพคุณของมันมากมาย แต่ Brand ต่างๆ ใส่มาถึง % ที่ได้ตามงานวิจัยหรือไม่นั้นก็ต้องไปพิจารณากันต่อไปครับ สรุปจากงานวิจัยมีดังนี้นะครับ รักษาฝ้า : Niacinamide 4% เทียบกับ Hydroquinone (HQ) 4% ผลปรากฎออกมาว่า ในระยะเวลา 2 เดือน ฝั่งที่ทา Niacinamide ลดฝ้าได้ 44% ในขณะที่ HQ ลดได้ 55% ครับ แต่คนเดินดินทั่วไปที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องฝ้าคงจะไม่บ้าไปใช้ HQ ทาหน้าโดยไม่มีหมอคอยจ่ายยาหรอกครับ หน้าพังพอดี อีกอย่าง Side Effect ของ HQ ก็เยอะกว่าด้วย Niacinamide 4% รักษาอาการอักเสบของสิว ได้ดีกว่า Clindamycin 1% เทสโดยทาเช้าเย็นระยะเวลา 2 เดือน ทดลองกับคน 36 คน ช่วยให้ 82% ของกลุ่มคนที่เข้ารับการทดลอง มีการอักเสบจากสิวลดลง ในขณะที่ผลการรักษาด้วย Clindamycin 1% กับอีก 36 คน นั้นช่วยลดการอับเสบได้ 68% ของกลุ่มตัวอย่าง …

StriVectin : Intensive Illuminating Serum

สวัสดีครับ วันนี้หมูมากับ Brand ที่เราส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกต่อเค้าว่า ทาง Brand จะเน้นเรื่องส่วนประกอบที่ดี และดูเป็น Brand ที่มี Innovation (นวัตกรรม) มีการคิดค้นสารประกอบพิเศษที่ Brand อื่นๆ ไม่มี เหมือนกับพวก สาหร่ายนาซ่าของ La Mer หรือ Life Plankton ของ Biotherm ซึ่ง Strivectin ก็ได้นำเจ้าสาร NIA-114™ มาลงแข่งในตลาด Skincare นั้นเอง เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ คือทาง Brand น่ะเค้าพยายามจะอ้างว่าเค้ามีการคิดค้นสารที่ชื่อว่า NIA-114™  (ถ้าไปอ่านใน Ingredients ก็จะเจอคำว่า Myristyl Nicotinate : MN ครับ) ซึ่งถ้าดูตาม VDO เค้าก็บอกว่ามีการเทสต่างๆมากมาย ได้ผลลัพธ์โน้นนี้ บลาๆๆ (ก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อได้แค่ไหนนะครับ) นอกจากนี้เค้าก็บอกว่าสารตัวนี้มันสามารถซึมลึกเข้าสู้ผิวได้ในชั้นที่ลึกมาก โดยมันจะไปช่วย ดังนี้ Energize Skin Cells : ให้พลังงานแก่เซลล์ Strengthen and Rebuild the Skin Barrier : เสริมให้ Skin Barrier มีความแข้งแรงมากขึ้น รักษาน้ำในผิวไว้ได้ดีขึ้น โดยอ้างว่าผิวมันจะแข็งแรงขึ้น 88% (เอาไรมาวัดก็ไม่รู้) Prevent the Impact of Environmental Aggressors : ช่วยปกป้องจากมลภาวะแวดล้อม เช่นแสงแดด ฝุ่นควันต่างๆ Turbocharge Other Active Ingredients : คือเข้าไปช่วยให้ Active อื่นๆในครีมทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นใน Line Wrinkle ก็จะไปช่วยเสริมตัว Collagex-CE (ประกอบไปด้วยอะไรบ้างก็ไม่รู้) หรือไปเสริมการทำงานของ Retinol ในเรื่องของการปรับ Skin Tone   จริงๆ แล้วเจ้า NIA-114™ มันก็เป็นสารประกอบ Niacin ฟังแล้วก็คุ้นๆกับคำว่า Niacinamide หรือ Vitamin B3 นะครับ และ… ใช่ครับมันคือสารกลุ่มเดียวกับ Vitamin B3 นั้นเอง สารตัวนี้มาจากการวิจัยของ Dr. Myron Jacobson ซึ่งเป็น biochemist ครับ ซึ่งเค้าและภรรยาก็เป็นคนนำทีมวิจัยเองนั้นล่ะ โดยทั่วไปแล้ว Gold Standard ในการรักษาริ้วรอยมันคือ Tretinoin (Vitamin A ชนิดหนึ่ง อ่านรายละเอียด Vitamin A ที่นี้) ซึ่งปกติแล้ว Vitamin A จะทำให้ผิวเราบางลงอ่อนแอลงจนทำให้เราไม่สามารถใช้ Skincare บางตัวที่ไม่ได้อ่อนโยนต่อได้ครับ ตัวนี้ทางผู้คิดค้นใช้คำว่า “You get the gain without the pain.” เลยทีเดียวเชียวล่ะ (ส่วนตัวฟังแล้วก็ Againts ทันที 555+ โม้จีๆ) อย่างไรก็ตามครับ ในเมื่อจะมาขายสาร NIA-114™ (MN) ให้กับ Consumer อย่างหมู หมูก็ Search สิ รออะไร 555 ข้อมูลมีไว้หาเนาะ หมูก็ไปเจอรายละเอียดใน Pubmed มาสรุปสั้นๆเลยคือมันช่วยเสริม Skin Barrier ได้ครับ เค้าทดสอบกับผู้หญิงที่มีการใช้ Retinoic …

Clinique : Turnaround Revitalizing Serum

สวัสดีครับ กลับมาที่งานดองกันอีกครั้ง 555+ จริงๆ Serum ตัวนี้หมูได้มาตั้งแต่ต้นปีแล้วล่ะ แต่ก็ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง ช่วงนี้ Serum ต่างๆ เริ่มทยอยหมด ประกอบกับหมูได้เริ่มนโยบายใช้ของที่อยู่ในกรุให้หมดก่อนถึงจะซื้อใหม่ได้ เจ้าตัวนี้ให้ Feel ที่ดี ทาแล้วรู้สึกหน้านุ่มๆ ดีครับ นอกจากนั้นก็ยังใส่สารต่างๆ มามากมายทั้งให้ Antioxidant หลากหลาย รวมถึงสารต้านการระคายเคืองและเพิ่มความชุ่มชื้นครับ ถ้าพูดถึงใน Line ของ Turn Around นั้น หมูเองก็มองว่ามันมีอะไรดีๆ อยู่หลายตัวเลยทีเดียว ทั้งนี้หมูเองเคยทำ Review Clinique : Turnaround™ Revitalizing Lotion ไว้แล้วและมันก็เป็นสูตรที่น่าประทับใจด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมมันไม่ดังเท่าไหร่เนาะ มาพูดถึงเจ้า Serum ตัวนี้กันดีกว่าครับ เจ้าตัวนี้เค้าได้ปรับปรุงสูตรมาอีกรอบหนึ่งจากสมัยปีประมาณ 2012 ครับ ชื่อของตัวเก่าจะใช้ชื่อว่า Clinique : Turnaround Concentrate Radiance Renewer ซึ่งก็เป็นสูตรที่ดีครับ เอาไว้เป็น Exfoliator ได้เพราะมี BHA และมีค่า pH ที่ BHA สามารถทำงานได้จริงครับ (ประมาณ pH 4) พอมาถึงตัวใหม่ Clinique : Turnaround Revitalizing Serum นี้หมูมองสูตรออกเป็น 4 มุมมองสรุปๆ ได้ตามนี้นะครับ 1. การช่วยผลัดเซลล์ผิว ในส่วนนี้มีความน่าสนใจที่เค้าได้ใช้ PHA และ BHA ที่ทำงานร่วมกันครับ จุดที่น่าสนใจคือ Polyhydroxy acids (PHAs) เพราะตัวมันเองจะให้ผลเหมือน AHA เพียงแต่ว่ามันจะไม่ระคายเคืองผิวเท่า AHAs ครับ นอกจากนี้ PHAs ยังมีความสามารถในการเสริมเรื่องของความชุ่มชื้นได้ดีกว่า AHAs อีกด้วยการใช้ PHAs ร่วมกับการรักษาอื่นๆ เช่น Laser หรือการใช้ PHAs ร่วมกับ retinyl acetate (Vitamin A) จะส่งผลให้ผิวดูอ่อนเยาว์ เพราะผิวจะฟูและเรียบเนียนมากขึ้นก็จะยิ่งขยายผลของการรักษาได้ดี 2. สาร Antioxidant ทั้งหลาย ก็เป็นที่ขึ้นชื่อของ Clinique เค้าครับ เพราะเวลาอ่านสารของเค้าที่ไรก็จะเห็นการใส่ Antioxidant ที่หลากหลายมากๆ หลักๆ ที่ได้ก็จะเป็น Antioxidant ลดอาการระคายเคือง ต้านเชื้อแบคทีเรียได้ รวมถึงเพิ่มความชุ่มชื้นได้อีกด้วย ที่เด่นๆ ก็จะมี รากของต้นหม่อนที่มีความสามารถในการยับยั้ง Tyrosinase สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสี รายละเอียดไปอ่านกันเองในส่วนเรียงสารด้านล่างนะครับ สารสกัดจากข้าวสาลีที่มี Vitamin E สูง เป็น Antioxidant ที่ดี แต่เจอข้อมูลเพิ่มเติมจากใน Paula’s Choice บอกว่ามันมีคุณสมบัติทำให้ผิวมีความอ่อนนุ่มมากขึ้น 3. สารที่เสริมในเรื่องของความชุ่มชื้นผิว จุดนี้ก็มีความน่าสนใจจาก Product เช่นกันครับเค้าได้เอา ยีสต์ (ไม่รู้ว่าเหมือน SK-II หรือเปล่านะ) มาเสริมการทำงานคู่กับ Sodium Hyaluronate, Acetyl Glucosamine กับ Squalane ก็ถือว่าจัดเต็มกันมาจริงๆ 4. สารประกอบในการสร้างเนื้อครีม ส่วนนี้ก็เป็นจุดชูโรงของ Product ชิ้นนี้เช่นกันนะครับ เพราะว่าเค้าทำให้เนื้อ Serum จาก Polymer ต่างๆ โดยเนื้อที่ออกมานั้นจะมีความเรียบลื่นกึ่งกำมะหยี่ ทาแล้วรู้สึกหน้าเนียนๆนุ่มๆ ม๊าก ความรู้สึกในภาพรวม และการใช้งาน เจ้า Serum ตัวนี้หมูได้ใช้มาซักพักแล้วครับ ก็ต้องบอกว่าสิ่งแรกที่ชอบคือตอนอ่านสารเพราะมันไม่เพียงแค่ช่วย Exfoliate ผิวเพื่อให้ผิวดูกระจ่างขึ้น มันยังใส่สาร Antioxidant ที่ดีๆ มาหลายตัวมากแบบเกินเลย …

Algenist : POWER Advanced Wrinkle Fighter 360° Eye Serum

สวัสดีครับ วันนี้เรากลับมาสู่ Algenist กันอีกรอบ หลังจากที่ได้เคยเขียนรีวิว Algenist : Genius White Brightening Anti-aging Cream กันไปแล้ว วันนี้เลยจะเอา Eye Cream ของ Algenist ที่หมูใช้แล้วชอบมารีวิวให้ได้อ่านกันต่อครับ ก็จะขอเกริ่นถึงประวัติเค้าแบบอีกซักรอบนะครับ (ส่วนใครที่เคยอ่านๆ มาแล้วก็ข้าม Part นี้ไปได้ครับ) Algenist เป็น Brand ที่มี Story ที่น่าสนใจครับ มันเริ่มจากบริษัท Solazyme Inc. (บริษัทแม่ของ Algenist ในปัจจุบัน) เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญใน industrial microalgae biotechnology และก็เป็น biotech ที่เฉพาะเจาะจงในด้านการผลิตน้ำมันจาก microalgae นี้ล่ะครับ ทั้งนี้ Solazyme Inc. เองก็ได้พัฒนาเจ้าสาหร่าย microalgae นี้เข้าไปในหลายๆ ตลาดทั้ง พลังงาน chemical และด้านสุขภาพ โดยมี Algenist นี่ล่ะเป็น Product แรกที่บุกเข้าไปในตลาดสุขภาพในรูปแบบของ Skincare สารที่ทาง Algenist นำมาจดเป็นสิทธิบัตร และใช้เป็น Trademark คือเจ้า Alguronic Acid (ถ้าเราพลิกอ่านข้างกล่องเค้าจะใช้ INCI ว่า Algae Exopolysaccharides นะครับ) ซึ่งทาง Website ของ Algenist ได้อ้างว่าสารนี้คือ polysaccharides ที่เกิดจากสาหร่ายชนิดที่เฉพาะเจาะจงโดย exosaccharides จะ Form ตัวเป็นกำแพงเป็น microalgae cells เพื่อปกป้องไม่ให้ cell สาหร่ายขาดน้ำ นอกจากนี้จากการทดสอบในหลอดทดลองก็พบว่าสารตัวนี้สามารถเพิ่ม cells regeneration ได้ 55% ซึ่งมากกว่า hyaluronic acid, retinol, vitamin C, vitamin E, palmitoyl pentapeptide, palmitoyl oligopeptide และ coenzyme Q10 แถมยังสามารถกระตุ้นการสร้าง Collagen ได้ 32% แล้วลดการผลิตเมลานินลงได้ถึง 26% ฟังดูดีจุง แต่ก็อย่าลืมไปนะครับว่าการทดสอบเหล่านี้เป็นการทดลองแบบ in vitro นอกจากนี้ก็ยังมีการกล่าวอ้างจาก Solazyme ว่าผู้ที่ได้ใช้จำนวน 78% พบว่าริ้วรอยลึกๆ จางลง และ 81% พบว่าหน้าดูยกกระชับขึ้นหากใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Alguronic Acid ติดต่อกันทุกวันเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ แต่ทั้งหมดที่เคลมมานี้ก็ไม่ได้เขียนค่าสถิติที่มีนัยสำคัญ (Statistically Significant) แต่อย่างใดครับ (นอกจากนี้ก็มีข้อมูลสิทธิบัตรของทาง Algenist หมูได้ใส่ไว้ให้แล้วด้านล่างนะครับ) สรุปภาพรวม เจ้าตัวนี้เป็น Eye Cream ที่หมูใช้มาได้เกือบเดือนแล้วครับ เพราะเราก็เริ่มอายุมากขึ้น จึงอยากหา Eye Cream ที่เน้นในเรื่องของ Anti Aging มากขึ้น จึงเดินหาส่วนผสมที่เน้นการลดริ้วรอยเสียมากกว่า Eye Cream ที่เป็นแนวเพิ่มความชุ่มชื้น หรืออัด Antioxidant หลากหลายแบบของ Strivectin ครับ เจ้าตัวนี้หมูชอบมากๆ เพราะดูเค้า Formulate สูตรมาได้น่าสนใจ เพราะแม้แต่สารที่เอาไว้สร้างฟิลม์หลังทาบนผิวยังใช้ตัว Pullulan ที่เป็นแนว Anti Aging เลยทีเดียว (2,850 บาท/15ml) หมูมองสารใน Algenist : POWER Advanced Wrinkle Fighter 360° Eye Serum …

Cerave : Skin Renewing Cream Serum

กลับมาที่ Cerave กันอีกครั้งนะครับ เดือนที่แล้วพี่สาวมาถามว่าอยากได้อะไรจากเมกาบ้าง เลยลองกดดูใน Internet เล่นๆ พบว่าสิ่งนี้น่าสนใจดี เลยจะเอามานำเสนอล่ะ หากเราจะนึกถึงครีมดีๆ ไม่ได้ใส่สารอะไรซับซ้อนมากมาย และเป็นครีมที่เน้นการบำรุงชั้นผิว บำรุง Skin Barrier เพื่อให้ผิวสามารถรักษาน้ำไว้ได้มาก หรือจะพูดง่ายๆ ว่าสามารถลดอัตราการสูญเสียน้ำในผิวได้ดี ณ เวลานี้ก็มีอยู่ 2 Brands หลักๆ ก็คือ Cerave กับ Atopalm นะครับ ในส่วนของ Atopalm สามารถเข้าไปอ่านกันได้ที่ Atopalm : Concentrated Intensive Cream นะครับ หมูจะไม่พูดซ้ำให้เสียเวลากัน เอาล่ะ เรามาดูเจ้า Carave กันดีกว่าว่า Patent ที่ชื่อ MVE® (Multivesicular Emulsion) มันคืออะไร แต่ก่อนที่จะอธิบายคำว่า MVE® ก็ต้องขออธิบายถึงรายละเอียดของชั้นผิวเราก่อนว่ามันจะมี lipids 3 ตัวที่จะผสานกันออกมาเป็น lipid bilayer ของผิว ซึ่งนั้นก็คือ ceramides, cholesterol และ fatty acid ซึ่งทาง Brand Cerave เค้าก็เคลมว่าส่วนผสมทั้งสามนี้เค้าได้ใช้ MVE® Technology เข้ามาช่วยให้ตัวเนื้อครีมสามารถซึมลงผิวไปได้เรื่อยๆ ยาวนานตลอด 24 ชม. (เว้อร์ดี ในใจนึกว่าอยู่ให้ครบ 6 ชม. ก็ดีใจแล้ว 555) ซึ่งมันก็จะเข้าไปซ่อมแซม รักษาความชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวของเราแข็งแรงได้ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ทาง Cerave ยังมีการเคลมว่าสัดส่วนของ Ceramide 1 / 3 / 6-ll ที่เค้าใช้นั้นเป็นสัดส่วนที่คิดค้นมาเป็นพิเศษ โดย Ceramide แต่ละตัวจะมีหน้าที่การทำงานดังนี้ครับ Ceramide 1 เป็นภูมิคุ้มกันของผิวหนัง ถ้ามีต่ำ อาจเกิดโรคผื่นคัน  ผิวแห้งแตก ผิวลอก ได้ง่าย Ceramide 3 ลดการระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม (Ceramide ส่วนใหญ่ในผิวก็เป็นตัวนี้ล่ะ) Ceramide 6-ll ทำหน้าที่คล้าย AHA เพิ่มความเรียบเนียนให้ผิวหนัง สรุปภาพรวม สำหรับ Cerave : Skin Renewing Cream Serum ที่หมูกำลังพูดถึงอยู่ เจ้าตัวนี้มีความแตกต่างจาก Cerave รุ่นอื่นๆ ทั่วไปอย่างไร? จากการพิจารณา (โดยหมูเอง) พบจุดที่แตกต่างจากรุ่นทั่วๆ ไป อยู่ 3 จุดนะครับ (เจ้าตัวนี้ราคาประมาณ 650บาท/30ml นะครับ) เน้นจุดขายที่ Vitamin A แบบ Retinol นั้นเองครับ แต่ที่พิเศษขึ้นไปอีกขั้นคือเค้าได้ทำมาเป็น Encapsulated Retinol (เป็นการเก็บเจ้า Retinol ให้อยู่ใน liposome ที่จะช่วยให้ซึมลงเข้าผิวได้ลึกมากขึ้น แถมยังมีข้อดีก็คือจะช่วยให้การระคายเคืองจาก Vitamin A นั้นลดน้อยลงได้ด้วยล่ะ) แล้ว Vitamin A มันดียังไง? ก็อธิบายคร่าวๆ ว่ามันจะช่วยให้เกิดการผลัดผิวใหม่ๆ โดยการไปกระตุ้นเซลล์ผิวด้านล่างให้มันการแบ่งตัวอย่างปกติ ผลที่ได้ก็คือ ริ้วรอยต่างๆ จะจางลง รวมถึงสิวก็จะน้อยลงด้วยนะครับ ข้อมูลเพิ่มเติมของ Vitamin A ที่หมูเคยเขียนไว้ >>> Vitamin A (1) และ Vitamin A (2) Vitamin B3 รวมถึง สารที่เน้นในเรื่องของ Skin Barrier …

Dr.Ci:labo : Super White 377VC

สวัสดีครับวันนี้ก็จะมี Review ตัว Peak อีกตัวที่ใช้เวลาในการเขียนนานม๊ากกก เนื่องจากสารที่เค้าได้นำมาใช้เป็น Whitening นั้นมีความน่าสนใจอยู่หลายตัวเลยทีเดียวเลยล่ะ ก่อนอื่นก็ต้องพูดถึง Brand กันก่อนนะครับ จริงๆ แล้วหมูเคยได้เขียนที่มาไว้แล้วใน Dr.Ci:labo : VC 100 Essence Lotion นะครับ ว่า Start มาจาก Yoshinori Shirono M.D,PhD (คนกลางในรูปด้านล่าง) จบการศึกษาจาก Keio University School of Medicine ในประเทศญี่ปุ่น และเป็นผู้ก่อตั้ง Shirono Clinic ในปี 1995 (พ.ศ. 2538) โดยตัวตัวคุณ Yoshinori เองเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในด้าน Dermatological Laser Surgery ครับ และมีเคสผ่านมือของแกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 50,000 เคสเลยทีเดียว   ทีนี้หลายๆ คนก็คงจะคุ้นเคยกับครีม Aqua-Collagen-Gel ของเค้าที่มี 4 แบบ 4 กระปุก 4 สี นะครับ (แต่ด้านล่างนี้หมูเอาสูตรที่ไม่ค่อยคุ้นตามาให้ดูเป็นตัว Rose ล่ะ) ทีนี้ใน Product Line อื่นๆ ที่มีความน่าสนใจอยู่มากที่หมูเห็นแล้วต้องคว้ามาขอลองซักหน่อยก็ต้องเป็นเจ้านี้ล่ะครับ Dr.Ci:labo : Super White 377VC ซึ่งที่มีขอเจ้าชื่อ377VC นั้นหากใครอยู่ในวงการของการขายสาร Active หรือเป็นคนที่ติดตามข่าวสารต่างๆของ Supplier ก็จะสามารถจับต้นชนปลายได้ว่ามันคือ SymWhite® 377 ที่พัฒนาโดยบริษัท Symrise นั้นเอง โดยตัวมันจะเป็น Antioxidant ที่ส่งผลให้ผิวมีความสว่างใส (lightening และ Brightening) และยังมีงานวิจัยออกมาครับว่ามันสามารถลดฝ้าได้ถึง 43% หากใช้ต่อเนื่องกัน 3 สัปดาห์นะครับ Dr.Ci:labo : Super White 377VC นั้นมีการวิวัฒนาการมาแล้วถึง 4 รุ่น นะครับ (นี้ครีมหรือ Pokemon? 555) จน Version ล่าสุดก็จะเป็นตัวขวดสีทองนี้ที่ได้พัฒนามาตั้งแต่ปี 2014 ที่ผ่านมานั้นเอง สรุปภาพรวม เจ้าตัวนี้สารเยอะมาก ใช้เวลาหาข้อมูลนานทีเดียวเชียวครับ ตอนแรกก็ลังเลว่าจะเขียนดีไหมเพราะว่าสารเยอะจริงๆ (ขี้เกียจนั้นเอง) แต่ก็รู้สึกว่าใช้ไปจนใกล้จะหมดแล้วเห็นผลที่ดี เลยแบบไม่ได้และคันไม้คันมือ เอาวะ! เขียนก็เขียน เจ้าตัวนี้ (18g/2,380บาท) ก็แอบแพงอยู่นะ เพราะถ้าเทียบเป็น 30 ml ตามขนาดปกติทั่วไปของ Serum ก็จะราคา 3,966.66 บาท เกือบ 4,000 บาท เลยทีเดียว (จุดนี้ใครไปญี่ปุ่นบ่อยๆ แนะนำให้ตุนไว้ได้เลย ราคาถูกกว่าในไทยหลายขุม) เข้าเรื่องดีกว่าครับ คือจะบอกว่าจากการอ่านสารยาวเหยียดเป็นหางว่าวแล้ว หมูขอพิจารณา Serum ตัวนี้เป็น 4 มุมนะครับ 1. สาร Whitening Phenylethyl Resorcinol หรือที่มีชื่อทางการค้าว่า SymWhite® 377 เป็นตัวหลักที่ทาง Brand ได้ใส่เข้ามา โดยมีงานวิจัยชัดเจนว่ามันสามารถรรักษาฝ้าได้ 43% จากการทดลองเพียง 3 อาทิตย์ Vitamin C ที่มี Profile ชัดเจนเรื่องของการเป็น Whitening รวมถึงความสามารถในการลดริ้วรอยใส่มาทั้งหมด 2 รูปแบบ ตามด้านล่างนี้ครับ Trisodium Ascorbyl Palmitate Phosphate Ascorbic Acid Pinus Pinaster สารสกัดจากต้นสนมีชื่อทางการค้าว่า Pycnogenol® สารตัวนี้ถ้าอ่านตาม Pubmed จะเป็นสารที่เน้นเรื่อง …

Sulwhasoo : Snowise EX Whitening Serum

มาถึงตาเจ้า Sulwhasoo กันบ้างเนาะ มีคำพังเพยเค้าว่าไว้ “หากสิ่งที่นักปีนเขาทุกคนต้องพิชิตคือเอเวอเรสแล้ว สิ่งที่นักวิเคราะห์สารแบบหมูต้องพิชิตก็คือ Sulwhasoo” (ล้อเล่นนะ 555+) ที่หมูเปรียบแบบนี้เพราะว่ามันเป็น Skincare ที่อัดหนักเรื่องสมุนไพรมากๆ และส่วนใหญ่ก็คือสมุนไพรจีนนั้นแหล่ะ ส่วนผสมที่เขียนมาข้างกล่องดูแล้วแปลกๆ หน่อย เพราะเรียงสารมาแล้วกลับมีบางอย่างใส่มามากกว่าน้ำซะอีก ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ก็ละไว้ในฐานที่ไม่เข้าใจแล้วกัน ทั้งนี้หมูเองจะบอกว่าการเขียนรีวิวครั้งนี้ถือเป็นการได้เปิดโลกของ Active ฝั่งสมุนไพรจีนของหมูได้มากมายเหลือเกินครับ เหนื่อยเลยทีเดียวเชียว เข้าเรื่องเลยดีกว่า คือว่าในส่วนของไลน์ SNOWISE นี้ เท่าที่หมูอ่านสารผ่านๆ ก็พบว่าเค้าได้ใส่สาร Active ที่ทำงานเป็น Whitening มามากมายเพื่อไปสกัดกั้นการทำงานในแต่ละขั้นตอนของการผลิตเม็ดสี (Melanogenesis) ของเราครับ นอกจากนี้ก็ยังได้เน้นตัวชูโรงไปที่คำว่า White ก็คือสารสกัดจากโสมขาว White Ginseng Saponins (Ginsenoside) เพื่อเป็นการเน้นย้ำนะว่าทุกอย่างต้อง White จริงๆ นะครัช ปล.โสมมี Ginsenoside อยู่เยอะมากๆ 50 กว่าชนิดได้เลยครับ ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีตัวอักษรย่อตามหลังเช่น a1, a2, b1, b2, b3, c, d, e, f, g1, g2, h1, หรือ h2 ซึ่งหมูก็ไปเจองานวิจัยมาว่าโสมขาวนั้นมีสารพวกนี้มากกว่าโสมแดงทั่วไปถึง 2-3 เท่าเลยทีเดียว ใครที่สนใจในรายละเอียดเชิงลึกก็สามารถเข้าไปอ่านกันได้ตามนี้นะครับ [Source : http://www.ginst15.net/red_vs_white_extract_comparison.pdf%5D ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Pubmed ที่หมูหาเจอมานั้น ก็มีการกล่าวถึง White Ginseng เช่นกันครับ โดยเค้าได้บอกว่าในโสมนั้นมีสารดีๆมากมายเหลือเกิน ไม่เพียงแต่ Saponin ที่เป็นสารหลักๆ (ที่คนมักจะพูดถึง) แต่มันยังมี  essential oils, antioxidants, polyacetylenic alcohols, peptides, amino acids, polysaccharides, และ vitamins อีกด้วย นอกจากนี้สารสกัดที่เค้าให้ความสนใจกันมากในโสมจะเป็น Polysaccharides 2 ตัวก็คือ Ginsenan S-IA และ Ginsenan S-IIA ซึ่งเจ้าตัวหลังนี้มันจะไปเพิ่มกระบวนการ Phagocytosis (กำจัดของเสียออกจากร่างกาย) ได้ด้วยนะครับ แปลง่ายๆก็คือคุณสมบัติในการต่อต้านเซลล์เนื้องอกและเซลล์มะเร็งนั้นเอง ส่วนถ้าจะมามองในเรื่องความสามารถในการเป็น Whitening ของสารสกัดจากโสมแล้ว ก็มี Research อยู่ใน Pubmed ว่ามันสามารถเข้าไปขัดขวางกระบวนการสร้างเม็ดสีได้จริง ทั้งในหลอดทดลอง (In Vitro) และในคนจริงๆ (In Vivo) นะยูว์ ตอบโจทย์ความสงสัยของตัวหมูเองในเรื่องของความสามารถในการเป็น Whitening ของโสมแล้วล่ะครับ ความรู้ใหม่ 🙂 Source : http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4268563/ http://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK92776/   สรุปภาพรวม คือหมูก็รู้นะครับว่า Sulwhasoo เค้าใส่สมุนไพรมาหลายตัว แต่ก็เข้าใจมาตลอดว่าคงชูโรงแต่ตัวโสมเป็นหลักๆ ไม่น่าจะมีอะไรเยอะมากเป็นพิเศษ แต่พอมาอ่านข้อมูลเอาเข้าจริงๆ ก็ Stun ไปซักพัก (ยืนมองขวด แล้วนึกในใจ… งานงอกแล้วไง เขียนอะไรง่ายๆ ไม่เขียน หาเรื่องอีกแล้ว 555+) เพราะทาง Sulwhasoo เค้าได้ใช้ Active ที่มาจากสมุนไพรจีนหลายตัวมากๆ เลยทีเดียว และที่สำคัญคือเจ้าสารหลากหลายเหล่านี้มันยังเข้ามาช่วยกันเพิ่มคุณสมบัติการเป็น Whitening อย่างสุดกู่จริงๆ เรียกได้ว่าสกัดทุกการเคลื่อนไหวของการผลิตเม็ดสีเลยทีเดียวเชียวล่ะ เจ้าตัวนี้ราคา (6,500บาท/50ml) เพื่อความกระชับเข้าใจง่าย หมูจะขอสรุปสารประกอบไว้เป็นกลุ่มๆ (ในส่วนนี้พืชสมุนไพรบางอย่างมีสรรพคุณรอบด้าน หมูจะขอ Group ตามคุณสมบัติหลักๆ จากข้อมูลเท่าที่หมูจะหาได้นะครับ ออกตัวก่อนว่าสารมันเยอะมากๆ อาจจะหาข้อมูลมาไม่ได้ละเอียดมากนักนะครับ) มาเริ่มกันเลย จะขอแบ่งสรรพคุณเป็น 5 หมวดคร่าวๆ …

SABAINANG : Rejuvenation White Essence

วันนี้มาเจอของไทยเราเองอีกรอบครับ มันคือ SABAINANG : Rejuvenation White Essence [1,800 บาท/15ml] อันนี้เป็นการรีวิวแบบบังเอิญมาก เพราะหมูมีโอกาสได้รู้จักกับเจ้าของ Brand ซึ่งเค้าก็ได้ส่งตัว Top ของ Brand มาให้ทดลองเป็น Vitamin C Derivative เข้มข้น 10% นั้นคือ ATIP (Tetra-isopalmitoyl ascorbic acid) ที่หมูเองไม่คิดว่าจะมีคนเอามาใส่ได้เยอะขนาดนี้ครับ เพราะเจ้า ATIP ต้องละลายในน้ำมันเท่านั้น ตัวหมูเองรู้สรรพคุณของมันว่าซึมผิวได้ดีกว่า Ascorbic Acid (AA) มีความน่าใช้ ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะเอามาทำเป็น Serum ได้ยังไง มันต้องใช้ Emulsifier เยอะแค่ไหนถึงจะให้มันรวมกับน้ำได้ ใส่มาตั้ง 10% แหน่ะ!! ผลสรุปก็คือเค้าก็ไม่ง้อน้ำเลย แต่กลับเอาละลายในน้ำมันแทนครับ แถมน้ำมันที่ใช้ยังเป็นเจ้า Squalane ซะด้วย!!! เข้า Lock ทุกๆ อย่างที่หมูชอบเลย ได้ทั้ง ATIP แล้วยังได้ Squalane ที่หมูพร่ำบอกมาตลอดว่ามันเป็นส่วนผสมที่เรียกได้ว่า “ส่วนผสมงานผิว” เข้าใจทำเนาะ 🙂 ทั้งนี้ต้องเกริ่นก่อนว่าในผิวของคนเราจะมี Squalene อยู่ประมาณ 13% นะครับ เพียงแต่ว่าการที่เราจะเอา Squalene มาใส่ขวดเฉยๆ มันไม่คงตัว (unsaturated) เค้าจึงหันมาใช้ตัว Derivative ของมันเองที่มีความคงตัว (Saturated) ซึ่งก็คือ Squalane ครับ คุณสมบัติของมันก็มากมายครอบจักรวาล มีการนำไปทดสอบประสิทธิภาพกับทั้งสัตว์ คน (In Vivo) และในหลอดทดลอง (In Vitro) ซึ่งก็พบว่ามันเป็นทั้ง Anticancer (ต่อต้านเซลล์มะเร็ง), antioxidant, drug carrier, detoxifier, ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และ emollient (แทรกตามรอยแตกของผิว) ครับ มาอธิบายเรื่อง Squalane กันเพิ่มอีกเล็กน้อยครับ คือว่าทาง Brand เอา Squalane จากสารที่มีชื่อทางการค้าว่า Neossance® Squalane ผลิตโดยบริษัท AMYRIS (บริษัทจากประเทศอังกฤษ มีโรงงานอยู่ที่ Brazil) ซึ่งมันมีความพิเศษตรงที่เป็นเกรด Organic ด้วยน่ะสิ (ได้ EcoCert ของฝรั่งเศสมาครับ) ซึ่งเจ้า Squalane ตัวนี้จะผลิตจากอ้อยนะครับมีความบริสุทธ์ถึง 92% (ปกติเค้าจะได้ยินว่ามาจากตับปลาฉลาม ไม่ก็มะกอกเท่านั้น แล้วก็อาจจไม่ Pure เท่านี้ครับ มีสารอื่นเจือปนจากการเพาะปลูกบ้าง) นอกจากนี้คุณสมบัติของ Squalane มันมีความดีงามมากมายจนแม้แต่ Peter Thomas Roth (แบรนด์ที่หมูชอบมาก) ก็ยังเอามาบรรจุขวดขายแบบเพียวๆ ในนามว่า OILLESS OIL™ 100% PURIFIED SQUALANE ครับ แล้ว SABAINANG : Rejuvenation White Essence มี Squalane อยู่กี่% ล่ะ? คือว่าใน Serum ขวดนี้นะครับ เราก็พอจะเดา % ของสารได้ล่ะ หึๆๆๆ มาวิเคราะห์กับหมูเลยดีกว่าครับ เป็น Step ตามนี้ เค้าบอกว่าใส่ ATIP มา 10 % ใช่มะ แปลว่าเหลือที่ให้ Squalane อยู่ 90% มากสุด เจ้า Squalane ใน INCI เขียนนำมาก่อน …