All posts filed under: Moisture Water

Clinique : Turnaround™ Revitalizing Lotion

หลายเดือนก่อนหมูนั่งหาข้อมูลใน Internet อยู่ก็ไปเจอ Clinique ตัวนี้เข้าครับ เห็นว่ามันน่าสนใจดี จากการที่หมูเองก็ใช้ Product ของเค้ามามากมายเหลือเกิน จึงพอจะทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ Brand Clinique มาโดยตลอด อย่างในเรื่องของการเปิด Product Line ที่เป็น Water Lotion (ที่เรามักจะเรียกว่าน้ำตบ) เป็นต้น ถ้าหมูเข้าใจไม่ผิดทาง Clinique พึ่งจะมีการ Launch สินค้าแนว Water Lotion ได้ไม่น่าจะเกิน 5 ปีนะ (ตอนนี้ปี 2016) เริ่มจากตัวแรกก็จะเป็น Even Better ขวดขาวๆ ก่อน แล้วก็ตามมาด้วยเจ้า Turnaround™ ขวดฟ้านี้ แล้วก็ตามมาด้วยพวก Oil Serum อีกซึ่งเค้าก็ได้ใช้ไลน์ Turnaround นี้แหล่ะมาเล่นด้วย แต่ก็มาอย่างเงียบๆ แน่ะนะ ก็ต้องขอบอกว่าในความเห็นส่วนตัว ครั้งแรกที่ได้เห็น Clinique ลงมาในสนามของ Water Lotion ก็รู้สึกว่า คุณไม่ใช่เจ้าตลาดของเรื่องนี้ ถอยไหม ให้ SK-II หรือตัวที่เป็น Mass กว่าคุณอย่างพวก Hada Labo เค้าทำหน้าที่นี้แทนไหม แถมยังคิดในใจว่าตัวสินค้าไม่น่าสนใจหรอก โดยที่เราก็ยังไม่ได้เข้าไปดู Ingredients ของเค้าเลย ลืมสามัญสำนึกเรื่องการขึ้นเนื้อของครีมไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่สาร Active นั้นจะใส่ในเนื้อแบบไหนก็ได้ แล้วค่อยใส่สารก่อเนื้อขึ้นมาเป็นครีมอีกที แต่พอวันนี้ได้มาอ่านสารต่างๆ แล้วก็โอวววว มันยอดอยู่นะยูว์ เจ้าต้วนี้ราคา (1500บาท/200ml) สรุปภาพรวม เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า คือก็ต้องขอบอกว่า Clinique ไม่ได้ทำให้หมูผิดหวังในเรื่องของการใส่สาร Active ที่ดีๆ มานะครับ เจ้า Water Lotion ตัวนี้มีสารสกัดจากยีสต์มาในอันดับต้นๆ (แต่ก็ไม่รู้กี่ % น่ะนะ) ซึ่งมันก็ดูเหมือนว่าเค้าจะไป Copy เจ้า SK-II แต่สิ่งที่ทำให้ Clinique ขวดนี้แตกต่างออกไป นั้นคือสารอื่นๆ ที่เค้าใส่มาเพิ่ม ซึ่งเมื่อพิจารณาผลในภาพรวมแล้ว หมูมองว่า Water Lotion ขวดนี้มีความสามารถที่จะมอบความแข็งแรงสมบูรณ์ให้แก่ผิวได้ครับ โดยหมูจะอธิบายภาพรวมของสารในขวดนี้ให้เข้าใจถึงความสามารถของมันตามนี้นะครับ 1. ช่วยให้ผิวสามารถรักษาความชุ่มชื้นได้ดี Saccharomyces Lysate Extract : สารสกัดจากยีสต์ แถมยังช่วยให้ผิวของเราดูมี Texture ที่ดีขึ้น Sodium Hyaluronate : ตัวนี้ก็เป็นตัวหากินของ Hada Labo เค้า อยู่ในรูปแบบโมเลกุลเล็กที่ซึมเข้าไปในผิวได้ระดับหนึ่ง 2. ช่วยให้ชั้นผิวมีความหนามากขึ้น รักษาบาดแผลได้เร็วมากขึ้น (ผลออกไปทาง Anti-Aging เพราะผิวที่หนาขึ้นคือช่วยให้รอยตีนกาจางลงครับ) Centella Asiatica (Hydrocotyl) Extract : สารสกัดจากใบบัวบกซึ่งมีความสามารถไปส่งเสริมการผลิต Collagen ได้อีกด้วย โดยสารหลักๆของมัน คือ Triterpenoid และ saponins (ที่มีในโสมเช่นกัน) Bifida ferment : ตัวหากินของ Lancôme Genifique ที่มีการกล่าวอ้างเรื่องซ่อมแซมผิว Acetyl Glucosamine : มีคุณสมบัติหลากหลายทั้งในเรื่องของการเสริมการสร้าง Hyaluronic รวมถึงช่วยในเรื่องของการสมานแผล ป้องกันการระคายเคือง และช่วยลดริ้วรอย Adenosine Phosphate : ตัวนี้น่าสนใจเพราะการที่มันสามารถเสริมชั้นผิวให้หนาขึ้น ในทางอ้อมมันก็คือการเสริม Skin Barrier ให้ผิวรักษาน้ำได้ดีขึ้นไปในตัวด้วย Acetyl Carnitine HCL : มีงานวิจัยที่ทดลองกับหนูว่าช่วยให้ผิวของมันหนาขึ้นได้ 3. ลดผลกระทบจากการทำร้ายของ UV และเป็น Antioxidant …

Dr.Ci:labo : VC 100 Essence Lotion

สวัสดีครับ วันนี้จะมาส่งงานรีวิวของเจ้า Dr.Ci:Labo : VC 100 Essence Lotion ล่ะ แต่ก่อนอื่นหมูเองก็อยากจะให้ผู้อ่านเข้าใจถึงที่มาของ Brand ซักเล็กๆ น้อยๆ ก่อนครับ ประวัติของ Dr.Ci:Labo นี้ก็ Start มาจาก Yoshinori Shirono M.D,PhD (คนกลางในรูปด้านล่าง) จบการศึกษาจาก Keio University School of Medicine ในประเทศญี่ปุ่น และเป็นผู้ก่อตั้ง Shirono Clinic ในปี 1995 (พ.ศ. 2538) โดยตัวตัวคุณ Yoshinori เองเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในด้าน Dermatological Laser Surgery ครับ และมีเคสผ่านมือของแกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 50,000 เคสเลยทีเดียว ทั้งนี้จากประสบการณ์การรักษาผู้ป่วยโรคผิวหนังต่างๆ ทำให้ Dr.Yoshinori เกิดคำถามกับตัวเองว่า ทุกวันนี้ผู้คนป่วยเป็นโรคทางผิวหนังมากมาย แต่กลับไม่มี Products ในตลาดที่จะตอบสนองการรักษาอาการเหล่านี้ได้อย่างตรงไปตรงมา จึงเป็นที่มาของ Dr.Ci:Labo ในทุกวันนี้ โดย Product ชิ้นแรกที่ขายได้กว่า 30 ล้านชิ้นก็เป็นเจ้า Aqua-Collagen-Gel ครับ มาเข้าเรื่องของ Dr.Ci:labo : VC 100 Essence Lotion ตัวนี้กันครับ เจ้า Essence Lotion ตัวนี้เค้าอ้างว่ามีการเอา Deep sea water จากอ่าว Toyama ในญี่ปุ่นที่มีแร่ธาตุมากมาย และตลอดทั้งปีจะมีอุณหภูมิคงที่อยู่ที่ 2 องศาหรือต่ำกว่า (อะไรก็ไม่รู้ เว่อร์ไปหมด) และเป็นสูตร 5 FREE (Fragrance-free, Alcohol-free, Mineral Oil-free, Colorant-free, Paraben-free) แต่เอาเข้าจริงแล้วที่มีกลิ่นส้มมาได้ก็เป็นเพราะใส่น้ำมันที่ได้จากเปลือกส้มนั้นล่ะครับ มันก็ไม่ได้ Fragrance-free หรอก ส่วนตัวหมูเอง เมื่อพิจารณาจุดเด่นของเจ้า Essence Lotion ตัวนี้แล้ว หมูคิดว่ามันมีส่วนประกอบ 5 ส่วนหลักๆ ครับ แบ่งตามนี้เลย 1. Vitamin C 4 รูปแบบ (APPS/MAP/ATIP และ AA2G รายละเอียดไปอ่านกันข้างล่างนะครับ)ความสามารถโดยรวมๆ คือ เป็นตัวช่วยกระตุ้นการสร้าง Collagen ลดผลกระทบจากการทำร้ายผิวของ UV ใช้ Vitamin C ที่มีความสามารถในการซึมลงผิวได้จริง ลดปริมาณการผลิตเม็ดสี (ใครอยากอ่านแบบละเอียดลงไปอ่านที่ด้านล่างนะครับ) 2. สารที่มีคุณสมบัติเป็น Anti Aging ได้แก่ SOLUBLE PROTEOGLYCAN และ OLIGOPEPTIDE-24 (CG-EDP3) สองตัวนี้เราจะเห็นกันบ่อยๆ แล้วในส่วนผสมจาก Brand ญี่ปุ่นต่างๆ เช่นตัวแรก มาจากสารสกัดจากจมูกปลาแซลม่อนที่มีอยู่ใน Flacora ส่วนตัวหลังก็เป็น Peptide ที่มักจะใส่กันอยู่ในครีม Anti Aging ต่างๆ ซึ่งถ้าไปหาข้อมูลใน Pubmed ก็จะยังไม่เจอหรอก เจอแต่คำเคลมจากผู้ขายสารว่ามันเป็น Growth Factor บลาๆๆ ลองไปอ่านกันเองนะ ผู้ผลิตสารที่ชื่อ caregen เค้ามีทำข้อมูลไว้ให้เราอ่านตามนี้ครับ >>> LINK 3. FULLERENES สารที่มีคุณสมบัติในการลดขนาดของรูขุมขน และเป็น Antioxidant ที่ดี ตัวนี้อะแซ่บ! มันเป็นสารประกอบที่มีโครงสร้างเป็นลูกบอลโดยเกิดจากการต่อพันธะของ Carbon ทั้งหมด 60 ตัว (หรืออาจจะมากกว่านั้น แล้วแต่รูปทรง ซึ่งทาง Brand …

HABA : VC Lotion

มาถึงกลุ่มน้ำตบอีกแล้วครับ ตัวนี้หมูเล็งไว้นานแล้วเพราะเห็นบรรจุภัณฑ์มีความน่าสนใจดี พอได้อ่านส่วนประกอบข้างในก็เออเฮ้ยไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก มีสารบางอย่างยังไม่รู้จักแต่ก็ถือว่าน่าลอง ราคา 1,260บาท/180ml (ราคาอาจจะคลาดเคลื่อนนะครับ ทำบิลหายง่ะ) มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ เจ้าน้ำตบตัวนี้หมูเห็นส่วนผสมหลักของเค้าที่ชูโรงมาเลยคือจะเป็น Vitamin C Derivative ที่เรามักจะเรียกสั้นๆ กันว่า SAP หรือที่ย่อมาจากตัวเต็มว่า Sodium Ascorbyl Phosphate โดยที่เจ้า HABA : VC Lotion จะมี SAP อยู่ 2% นะครับ หมูเองเวลาเห็น SAP จะนึกถึงความสามารถในการรักษาสิวมาเป็นอย่างแรก เนื่องจากมีงานวิจัยตีพิมพ์เกี่ยวกับ SAP ทีไรก็จะเป็นการเอามารักษาสิวนั่นเอง ทั้งนี้เค้าก็ทดสอบกันที่ 1% พบว่าสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ นอกจากนี้การทดสอบ SAP 5%  ก็พบว่ามัน Strong ในการจัดการ P.Acne ได้เป็นอย่างดี (ผลการทดสอบกับคน 60 คน ในระยะเวลา 12 อาทิตย์ พบว่า SAP เองให้ผลที่ดีกว่าเจ้า BP หรือยา Benzac 5% เสียด้วยซ้ำ) อันนี้เป็น Data ที่มาจาก International Journal of Cosmetic Science,2005, 27, 171-176 เค้าก็มีรูปให้ดูว่าสิวหายเกลี้ยงมากกว่า 90% แต่หมูไม่กล้า Crop ออกมาไม่รู้ว่าจะผิดกฎอะไรไหมเลยขอไม่โพสนะครับ ใครที่สนใจอยากดูอาจจะต้องไปเสียเงินกันเองล่ะ 555+ ในส่วนของสารประกอบอื่นๆ ก็จะมีคุณสมบัติที่ดีๆ อยู่หลายอย่างน่าสนใจมากๆ จะขออธิบายตามนี้ครับ Licorice หรือชะเอม : มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง และเป็น Whitening ใบมะเฟือง : สามารถลดอาการอักเสบ และผื่นผิวหนัง (ความรู้ใหม่วุ้ย ทำให้นึกสงสัยนี่ถ้า Brand ไทยเอาตัวนี้ไปใช้ คนไทยจะรู้สึกอยากใช้ไหม 555+) สารสกัดจากตังกุย : ช่วยในเรื่องของการสมานแผลได้เป็นอย่างดี ลองไปกดดูใน Link ด้านล่างเค้ามีการพัฒนาของปากแผลที่รวดเร็วจากการใช้สารสกัดนี้เข้ามาช่วยครับ (Sulwhasoo เองก็ชอบเอะอะโยนตัวนี้เข้าครีมเข้า Serum เยอะมากเกือบทุกตัวต้องใส่) นอกจากนี้มันยังช่วยในเรื่องของภูมิคุ้มกันอีกด้วย Horse chestnut : ตัวนี้แซ่บ เพราะไร? เพราะว่ามันอยู่ในของใกล้ตัวเราครับ มันอยู่ใน Reparil Gel 555+ มันมีความสามารถในการช่วยให้ระบบเลือดไหลเวียนดีขึ้น โดยการทำให้เส้นเลือดและหลอดเลือดหดตัว และยังสามารถออกฤทธิ์ในการต้านการอักเสบอีกด้วย Oryza Sativa Bran Extract : สารสกัดจากรำข้าว มีคุณสมบัติเป็น Anti Aging อุดมไปด้วยสารพฤกษเคมี หรือ ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytochemical) ทำให้ผิวดูกระจ่างขึ้น มีความหนามากขึ้น มีความยืดหยุ่น ความชุ่มชื่น และความเรียบเนียนที่ดีขึ้น นอกจากนี้สารสกัดจากรำข้าวยังมีคุณสมบัติในเรื่องของการเป็น Antioxidant การใช้งานหมูก็เอามาตบหน้าก่อนลง Serum บ้างหรือเทพรวดใส่ Cotton Mask บ้างครับสลับๆ โป๊ะวนไปครัช!!! ก็สบายผิวดีครับ แต่กลิ่นก็จะออกไปทางสมุนไพรจีน (ก็ดมได้แต่ถามว่าชอบไหม… ฮึ!) สรุปข้อดี/ข้อเสีย ข้อดี Packaging สวย และทึบแสง หัวขวดทำมาให้เหยาะใช้งานได้ง่าย มี Vitamin C แบบ SAP จัดการกับ P.acne ปัญหาหนึ่งของสิว สารอื่นๆ คุณสมบัติเน้นในเรื่องของการรักษา (ผิวอักเสบ/ผื่นผิวหนัง/ช่วยสมานแผล/เป็น Antiaging/เป็น Whitening และ Antioxidant) มีสารให้ความชุ่มชื้นแบบ Humectant นั่นคือ Glycerin ที่มาคู่กับคู่หูที่ช่วยลดการระคายเคืองจากสารทำความสะอาดต่างๆ คือ Betaine นอกจากนี้ยังมีสารที่ช่วยให้ผิวทำงานได้เป็นไปตามปกติเช่น Glycosphingolipids และ Sea …

Hada Labo : KIWAMIZU Mineral Amino Lotion

สวัสดีครับ วันนี้เรากลับมาสู่ Hada Labo กันอีกรอบ แต่เจ้าตัวนี้จะไม่เหมือนตัวเก่าๆ ที่เราคุ้นเคยกันในไทยครับ เพราะมันไม่ได้เน้นจุดขายที่ Hyaluronic แล้วน่ะสิ!!! จะเป็นยังไงเรามาหาคำตอบไปพร้อมกันครับ(ตัวนี้ 180ml/กี่เยนไม่รู้แต่คนซื้อมาให้บอกว่ามันราวๆ 125 บาทครับ ถ้าจะตีเป็นเงินไทยนะ) หลายคนคงสงสัยว่าถ้า Hada ไม่ขายความชุ่มชื้นผ่านจุดขายเก่าๆ หรือ Hyaluronic แล้วจะเอาอะไรมาขายแทนล่ะ คำตอบอยู่ที่รูปด้านล่างแล้วครับ 🙂 นั้นก็คือแร่ธาตุทั้งหมด 6 ชนิด รวมถึงกรดอะมิโนอีก 2 ชนิดครับ ได้แก่ แร่ธาตุ : Ca (แคลเซียม) Mg (แมกนีเซียม) Zn (ซิงค์) Cu (คอปเปอร์) K (โพแทสเซียม) และ Na (โซเดียม) กรดอะมิโน : Arg (อาร์จินีน) และ TMG (เบทาอีน) แต่ก่อนที่เราจะไปอ่านรีวิว เราต้องมาทำความเข้าใจกับ Wound Healing Phases หรือขั้นตอนต่างๆ ในการรักษาและสมานแผลของผิวเราก่อนครับ เพราะว่าแร่ธาตุที่ทาง Hada Labo ใช้นั้นมีความจำเพาะเจาะจงกับแต่ละขั้นตอนของการรักษาด้วย หมูได้สรุปขั้นตอนแบบคร่าวๆ ไว้ 3 ขั้นตอนตามนี้เลยครับ   Wound Healing Phases   Inflammatory Phase ขั้นตอนแรกสุด เป็นช่วงเวลา 2 – 5 วันภายหลังเกิดบาดแผล ขั้นตอนจะมีมากมายแต่สำคัญๆ คือเม็ดเลือด (Platelets) จะมารวมตัวกันเพื่อช่วยอุดบาดแผลไว้ แล้วก็จะมีเม็ดเลือดขาวเข้ามาจับแบคทีเรีย และเศษเนื้อตายเพื่อทำลายสิ่งเหล่านี้ โดยในขั้นตอนนี้ผิวจะยังไม่มีการสร้าง Collagen ขึ้นมาจนกว่าจะเข้าไป Phase ที่ 2 (Proliferative) Proliferative Phase ช่วงเวลาประมาณ 5 วัน – 3 อาทิตย์ (20วัน) หลังเกิดบาดแผล ระยะนี้เป็นระยะของการสร้าง Collagen จากเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) Maturation Phase (Remodelling Phase) เป็นระยะสุดท้ายของกระบวนการ เริ่มประมาณ 20 วันหลังจากเกิดแผล ทั้งนี้ระยะเวลาในการหายจะขึ้นกับขนาดของบาดแผลและตำแหน่งที่เกิดบาดแผลด้วย ช่วงนี้จะมี Blood Supply ลดลง (ตอนเป็นแผลใหม่ๆ Blood Supply จะเพิ่มขึ้น) รวมไปถึงจะมีการทำลาย Collagen ให้เข้าสู่จุดสมดุล รอยแผลนูนๆ ก็จะนิ่มลง แบนลงและมีสีจางลงด้วย Source : http://www.healthcarethai.com/ http://med.mahidol.ac.th/ https://th.wikipedia.org/wiki/ สรุป เจ้า Hada Labo : KIWAMIZU Mineral Amino Lotion ตัวนี้คุณสมบัติหลักๆ เลยจะเน้นไปทางฟื้นฟูผิวองค์รวมครับ ทั้งเรื่องการสมานแผล โดยเข้าไปช่วยการทำงานในช่วง Proliferative Phase และ Maturation Phase ให้เซลล์ไฟโบบลาสต์สามารถสร้าง Collagen ได้สมดุล ช่วยลดการระคายเคืองจากสารทำความสะอาดต่างๆ ที่ใส่มากับ Cleanser เหมาะกับคนที่ชอบล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าแรงๆ ล้างแล้วหน้าเอี๊ยดอ๊าด (ซึ่งเป็นพฤติกรรมนำพาอายุหน้าให้วิ่งไปไกลอายุจริง ควรเลิกพฤติกรรมนี้อย่างมาก) อีกทั้งยังเสริมประสิทธิภาพของ Skin Barrier ให้สามารถรักษาน้ำในผิวได้ดีขึ้น แต่งหน้าได้ติดทน หน้าไม่ลอยครับ ก็ตาม Traditional เดิมของหมูครับ เหยาะใส่แผ่น/เม็ด Mask แล้วโป๊ะเลย สบายผิวมากๆ Product ทำออกมาเป็นแนวน้ำเหมือนน้ำเปล่า ทำให้มันซึมเข้าเม็ด Mask …

Innisfree : Soybean Energy Essence [light]

สวัสดีครับเนื่องจากช่วงนี้ผมเองอยู่ในช่วงรักษาสิวอยู่ เลยพยามหาตัวบำรุงที่ง่ายๆ มีประโยชน์กับผิวไปทางปลอบประโลมผิวจากยารักษาสิวต่างๆ เช่นพวก Benzac และ Differin ก็นั้งหาดูว่าใช้อะไรดี แล้วก็มาตกลงอยู่ที่เจ้า Innisfree : Soybean Energy Essence [light] นี้ล่ะครับ (150ml/1,500บาท + สาดของ sample มาเยอะมากๆ)   บทสรุป น้ำตบตัวนี้ทาง Innisfree เคลมว่าใส่น้ำหมักถั่วเหลืองสูงถึง 94% เลยทีเดียว ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้วสารสกัดจากถั่วเหลืองนั้นมีหลายตัว และมีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น Soy Isoflavone มีความสามารถในการยับยั้งถุงเมลานินไม่ให้เคลื่อนตัวเข้าไปยังเซลล์ผิวด้านบน จึงมีความสามารถในการเป็น Whitening ส่วนในเรื่องของ Research นั้นพบว่า Fermented Soybean มันเป็น Antioxidant ที่ดีกว่า Soy Bean Extract แบบธรรมดานะครับ (แต่ก็ยังน้อยกว่าสาร BHT หรือ Vitamin C) ลองไปอ่านตามนี้กันครับ [Source : http://waset.org/publications/13758/soybean-and-fermented-soybean-extract-antioxidant-activities%5D นอกจากการเอามาทาบนใบหน้าแล้ว ก็ยังพบรายงานว่าถั่วเหลืองหมักของเกาหลีที่เรียกว่า doenjang, kochujang, และ chungkookjang นั้นมีสรรพคุณในเรื่องของการเยียวยาโรคเบาหวานได้ด้วย [Source : http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/20116654%5D ทั้งนี้ในส่วนของสารประกอบอื่นๆ ยังมีส่วนผสมดีๆ เช่น 1. สารสกัดจากข้าวโอ๊ตที่เป็น Antioxidant และช่วยลดการระคายเคือง 2. สารที่ช่วยเรื่องความขาวของผิวอยู่ 2-3 ตัว เช่น Arbutin สารสกัดจากดอกบัว และลูกพลัม 3. สารที่ช่วยเรื่อง Anti Aging เช่น Adenosine 4. สารที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวโดยทำหน้าที่ดึงน้ำในอากาศเข้าผิว (Humectant) เช่น Glycerin 5. สารที่ช่วยให้การสื่อสารระหว่างเซลล์เป็นไปได้อย่างดี เช่น SUBTILISIN วิธีการใช้งานของหมูคือจะเอาเจ้า Soybean Energy Essence ตัวนี้มาเหยาะใส่เม็ด Mask ของ Muji หรือใครจะใช้สำลี 4 ชั้น หรือยี่ห้อไหนอะไรยังไงก็ได้ครับ เหยาะสดๆ ไม่ผสมน้ำใดไทั้งสิ้นแล้วโป๊ะเลยครับ บางทีรู้สึกต้องการซ้อมแซมผิวหน้าด้วยก็เอามาผสมกับ Flacora รกหมูครับ Mix ไปเลย เย็นสดชื้นสบายผิวดีมากครับ 🙂 เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสีย ข้อดี สารบำรุงทำงานหลากหลายทั้ง Whitening และ Anti Aging มีงานวิจัยรองรับ ให้ความชุ่มชื้นได้ดีมีสารดึงน้ำเข้าผิว (Humectant) มีสาร Whitening หลากหลายทั้ง Arbutin สารสกัดจากดอกบัว และลูกพลัม การระคายเคืองต่ำมาก (ใช้ตอนหน้าลอกแล้วไม่แสบ) ข้อเสีย บรรจุภัณฑ์โปร่งแสง ปล. ส่วนตัวมองว่ามันก็ให้ความชุ่มชื้นได้ดีแล้วครับ แต่ก็นะถ้าใส่ Hyaluronic มาเคลือบผิวซักหน่อยนะ แหล่ม!!!!! (แต่เรื่องเนื้อสัมผัสนี้บางคนไม่ชอบ feel โดนเคลือบก็แล้วแต่ความชอบกันไปครับ ทั้งนี้จริง product นี้ทาง brand ทำออกมา 2 เนื้อ โดยที่อีกเนื้อจะออกหนึบๆ ยืดๆ แนวน้ำตบสำหรับผิวแห้งด้วยนะครับ แต่มองว่าหนึบไปเลยใช้ตัวนี้แล้วหาครีมอื่นมาทาทับดีกว่า) เนื้อสัมผัส เนื้อสัมผัสนั้นเหมือนน้ำเปล่าเปี๊ยบ เหมือนจนไม่รู้ว่าจะใส่สารก่อฟิลม์ สารก่อเนื้อเข้ามาให้เปลืองเล่นเพื่อ!!! แต่ก็เป็นเรื่องดีครับที่มันเอามาเหยาะใส่เม็ด Mask ได้ง่ายมาก ช่วยให้ Mask ดูดน้ำเข้าไปได้เร็วมากๆ ครับ ส่วนกลิ่นนั้นแทบไม่มีเลยครับ    รายละเอียดสารแต่ละตัวครับ BACILLUS/FERMENTED SOYBEAN EXTRACT เป็น Antioxidant ที่ดีกว่า Soy Bean Extract …

Suhada Shizuku : Whitening Moisture Lotion

สวัสดีครับ ช่วงนี้อากาศแห้งๆ เลยอยากหาอะไรที่ให้ความชุ่มชื้น โดยส่วนใหญ่ก็จะนึกถึง Hada Labo กันเนาะ แต่รู้สึกว่าเอะอะ Hada ก็เริ่มเบื่อเลยอยากได้ไรใหม่ๆ มาลองบ้างคับ วันก่อนไปเดินที่ Matsumoto Kiyoshi มาแล้วไปเจอ Moisture สูตรน้ำตัวนึงชื่อ Suhada Shizuku Whitening Moisture Lotion พอพลิกอ่านแล้วก็ WOW เพราะเค้าใส่ Hyaluronic มาเหมือน Hada เปี๊ยบ ครบทั้งโมเลกุล เล็ก กลาง ใหญ่ ซึ่งเนื้อสัมผัสเป็นน้ำเหมือนน้ำเปล่าเลยครับ แถมยังมีส่วนผสมที่น่าสนใจเพิ่มมาอีก คือ สารสกัดจากรก (เหมือนยี่ห้อ  Flacora) สารสกัดจากแบคทีเรียบ่อน้ำร้อน (เหมือน Life Plankton Biotherm) สารสกัดที่ช่วยในเรื่องของผิวขาวใส (licorice + arbutin) และ สุดท้ายคือสารที่ช่วยให้ชั้นผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น เช่นพวก Ceramide และ Phytospingosine เรียกได้ว่าเป็น Moisture น้ำที่จัดหนักจัดเต็มจริงๆ ครับ หากใครกำลังมองหา Moisture สูตรน้ำอยู่ก็อย่าลืมไปแวะไปลองกันได้ที่ Matsumoto Kiyoshi ครับเค้าจะวางขวดทดลองไว้ให้ (จำราคาไม่ได้น่าจะราวๆ 600 บาท ขนาด 170 ml ครับ) สารประกอบ 1. Placental Protein ก็พยามหาข้อมูลแล้วครับ แต่ทางแบรนด์ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นรกจากอะไร (Flacora ใช้รกหมูเนาะ) แต่โดยรวมๆ แล้วรกก็จะมีสารต่างๆมากมาย เช่นแร่ธาติ วิตามิน และอะมิโนต่างๆ  ที่ช่วยฟื้นฟูผิว ทั้งนี้สารสกัดจากรกนั้นจะช่วยให้มีการสร้างใหม่ขอคอลลาเจนใต้ผิวหนัง (รวมถึงเสริมสร้างการงอกของเส้นผมได้ด้วย) รกเป็นส่วนผสมในตำรับการรักษาของชาวจีนมาป็นเวลาช้านานแล้ว มีการวิจัยในส่วนของการรับประทานโดยผู้หญิงที่สามารถผลิตนมให้บุตรได้น้อย จะสามารถผลิตนมได้เพิ่มขึ้นหากรับประทานรกเข้าไปด้วย Source: Placenta as a Lactagogon; Gynaecologia 138: 617-627, 1954. http://journal.scconline.org/pdf/cc1967/cc018n08/p00549-p00562.pdf http://placentabenefits.info/medicinal.asp 2. Alteromonas Ferment Extract ตัวนี้สารสกัดจากแบคทีเรียบ่อน้ำร้อนครับ พูดแบบนี้งง ต้องพูดว่า Life Plankton Biotherm คงจะอ๋อกันแน่ๆ ทั้งนี้สารตัวนี้อาจจะไม่ใช่ตัวเดียวกับทาง Biotherm นะครับ เพราะบ่อน้ำร้อนก็คงไม่ได้จะมีแค่บ่อเดียวในโลก เมื่อหาข้อมูลเพิ่มพบว่าสารนี้มีชื่อทางการค้าว่า Abyssine 657 โดยผู้ผลิตสารศึกษาแล้วอ้างว่าสามารถช่วยลดอาการผื่นคัน และโรคทางผิวหนังได้ (เคลมเหมือน Biotherm เลย) และเนื่องจากมีโมเลกุลเป็นน้ำตาล (Polysaccharide) จึงช่วยเรื่องความชุ่มชื้นของผิวด้วย แต่ในส่วนที่ผู้เขียนยังไม่รู้มาก่อนคือ ความสามารถในการช่วยการป้องกันการผืนแดงที่เกิดจากรังสี UVB ให้แก่เซลล์ผิวภูมิต้านทาง (Langerhans Cells) ได้อีก (ผู้ผลิตสารนี้ Recommend การใช้สารนี้ที่ 0.5% – 5 % ครับ และบอกว่ามีความปลอดภัยสูงเหมาะกับผิว Sensitive ด้วย) ปล.สารนี้มีอยู่ในส่วนผสมของ Kielh’s ใน line Abyssine ทั้งสิ้น Source: http://www.in-cosmetics.com/__novadocuments/7551 3. Licorice + Arbutin แน่นอนครับ ขาดไม่ได้เลยสำหรับสาวๆ ไทยหลายๆ ท่าน ที่อยากบำรุงให้ผิวมีออร่า ขาวใส น่ามอง น่าสัมผัส ซึ่งในส่วนของ Licorice ก็คือสารสกัดจากชะเอมนั้นเองคัง ใส่ในแบรนด์หรูๆ หลายแบรนด์เลย ช่วยในเรื่องของความขาว ยับยั้งการผลิตเมลานิน และยังช่วย Sooth ผิวจากการระคาคืองด้วย แต่ในส่วนของ Arbutin …