All posts filed under: Eye Cream

Kiehl’s : Powerful-Strength Line-Reducing Eye-Brightening Concentrate

สวัสดีครับ วันนี้หมูเอา Kiehl’s มารีวิวบ้างนะครับ จริงๆแล้วหมูเองใช้ Products ของทาง Kiehl’s มาก็ระดับหนึ่งนะครับ ไม่ถึงกับได้ลองทุกตัวแต่ก็ถือว่าได้สัมผัสมาหลายตัวอยู่ เราก็ลองหลายๆ Brand กระจายๆกันไปเนาะ ของ Kiehl’s ที่หมูได้ลองใช้ไม่ว่าจะเป็นครีมทาตัว Superbly Restorative Argan Body Lotion หรือ Serum เอาไว้ลดจุดด่างดำ Clearly Corrective™ Dark Spot Solution ที่ได้ใช้ไปทั้งหมด 2 ขวด … ก็เห็นเค้าบอกว่ามันจะช่วยลดจุดดำๆบนใบหน้าให้จางลงเราก็ทาไปเรื่อยๆ ไม่คิดอะไรมาก หน้าก็โอเคนะครับเพียงแต่ไม่ได้ไปจับสังเกตุมันเท่าไหร่ (อาจจะเพราะไม่ได้มีจุดดำบนหน้าที่เห็นชัดเจนอยู่แล้วก็เป็นได้) อีกตัวหนึ่งที่ทุกๆคนต้องได้ลองแน่ๆของ Kielh’s นั้นก็คือ Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate ครับมันก็เป็น Vitamin C ใน Form Ascorbic Acid หรือที่หมูมักจะเรียกสั้นๆว่า AA ตัวนี้ข้อดีมีมาก หมูใช้แล้วหน้าใสจริง ใช้ตั้งแต่เค้าออกรุ่นแรกๆเลยที่ขวดเป็นฝากดป๊อกแป๊กใช้ยากๆ จนเค้าเปลี่ยนมาเป็นหัวปั๊ม และจนมีขนาด 75 ml หมูก็ไปสอยมาใช้ตามมาตลอด (น่าจะมี 3 – 4 ขวดได้) อย่างไรก็ตามมันเองก็มีข้อเสียเหมือนกันนะครับเพราะ AA มัน Oxidize ค่อนข้างไว ปลอกหมอนก็เหลืองกันไป (ตื่นมาบางก็นึกว่านี้ละเมอเอาซุปข้าวโพดมากินหรอ 555+) หากทาตอนเช้าหน้าก็จะอมเหลืองๆจางๆในช่วงสายๆด้วยนะครับ (ถ้าไม่สังเกตุก็คงไม่รู้สึกอะไร) แต่ถามถึงผลที่ได้คือหน้าเรากระจ่างใส ดูสดขึ้น ดู Bright ขึ้นครับ (ขวด 75 ml นี้ใช้ไม่หมดจริงๆ มันเหลืองจนเป็นน้ำตาลเข้มไปเสียก่อน จริงๆถ้าใครจะใช้ก็อยากแนะนำให้ใช้ขนาดเล็กแล้วรีบใช้ให้หมดไปตามรอบน่ะครับ) ทีนี้เมื่อเวลาผ่านไปเจ้า Line AA 10.5% นี้ก็จะดูเป็นที่ Popular ในไทยมากมาย ต่างประเทศก็คงด้วย เค้าก็เลยแตกไลน์ที่เป็น Eye มาให้เราได้เว้อเวินกันอีก (แตกมาเป็นปีพึ่งจะไปเอามาลอง…) ตัวหมูเองเห็นครั้งแรกก็มีความรู้สึกอยู่ 2 มุมนะครับ หนึ่งคือ Packaging น่ารักจังชอบมากเห็นแล้วถูกจริต สองคือเราเชื่อมั่นใน AA มานานแล้วล่ะจากสูตรเก่าที่เอาไว้ทาหน้า อย่างไรก็ตาม หมูก็ยังไม่ได้คิดจะหยุดซื้อใช้เจ้าตัวนี้ครับ เพราะที่ผ่านมาหมูใช้ Eye Cream ตัวอื่นๆที่หลากหลายมากๆ จากการที่เป็นคนชอบทดลองชอบอ่านสาร เวลาเห็นอะไรใหม่ๆ ก็จะแบบขอลองก่อนแล้วกัน AA เราก็รู้ผลของมันอยู่แล้วว่าจะเป็นยังไงก็ทิ้งไว้ตรงนั้นแหล่ะ เราก็ไปลองทั้ง Algenist, Dr.Ci:Labo และ Dr Dennis Gross ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีจุดขายของสารประกอบที่แตกต่างกันไป โดยที่จุดมุ่งหมายของแต่ละตัวก็เน้นไปที่เรื่อง Crow Feet (ตีนกา) นั้นแล… อย่างไรก็ตาม มันก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะหยิบมารีวิวเสียที เพราะเมื่อวันก่อนต้องไปทำงานที่ต่างประเทศ เราก็มีความรู้สึกว่าอยากหาอะไรให้กับเพื่อนในเพจที่มาเปิดใจใช้สินค้าที่หมูทำขึ้นมา delicate เราก็เดินไปเจอตัวนี้เข้า แล้วแบบ… ยืนเหมือนคนเอ๋อๆ จ้องไปที่ขวด Eye Cream จนพนักงานงงว่าไอ่นี้เป็นอะไร 5555 สรุปว่ามันก็เป็นอะไรที่เราอยากลองมานานแล้วนะทำไมไม่ลองล่ะ สุดท้ายตัดสินใจซื้อมา 2 ขวดครับ แจก 1 และเอามาใช้เอง 1 🙂 อธิบายสารแบบย่อ ในเรื่องของสูตรนั้นก็เรียบง่ายมากๆ ครับ จะขออธิบายแบ่งไปตามนี้แล้วกัน 1. Ascorbic Acid (AA) : มันคือตัวชูโรงของเค้าเลยครับเป็น Vitamin C นั้นเอง ตัวนี้ไม่ต้องพูดอะไรมากประสิทธิภาพล้นหลามอยู่แล้ว ถ้าไม่นับเรื่องความเสถียรต่ำ คุณสมบัติของมันก็ถือได้ว่าดีที่สุดแล้วล่ะ เพราะได้รับการพิสูจน์แล้วในการทดสอบกับคน (Human in vivo) พบว่าแทรกซึมเข้าสู่ผิวไปกระตุ้นการสร้างเซลล์ต่างๆ ได้ ปกป้องผิวจาก UV ลดปริมาณเม็ดสี เป็น Antioxidant และ เพิ่มปริมาณ …

Dr Dennis Gross : Ferulic + Retinol Eye Cream

สวัสดีครับวันนี้เรามาหาข้อมูลเกี่ยวกับ Eye Cream ตัวใหม่ที่หมูพึ่งจะได้นำมาลองใช้กันดูครับ อย่างแรกคือเราควรมารู้จักกับผู้คิดค้นของ Brand ซึ่งก็คือเจ้าของ Brand นั้นแหล่ะ เค้าคือ Dr.Dennis Gorss ซึ่งเป็นหมอผิวหนังใน New York ที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 25 ปีนะครับ ซึ่งตัวของเค้าเองนอกจากจะมีชื่อเสียงในวงการแพทย์ผิวหนังที่ New York แล้ว เค้าก็ยังมีงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ใน Journal of Medical Microbiology และ the Journal of Experimental Medicine ในเรื่องของมะเร็งผิวหนังอีกด้วย ประวัติหลากหลายดีครับใครสนใจอ่านประวัติก็เข้าไปหาอ่านได้เลยตาม Link นี้ครับ กลับมาสู่ Overview ในมุมมองของหมูต่อครับ จริงๆแล้วที่ตัดสินใจเลือกซื้อมาก็มีหลายปัจจัยนะครับ อย่างที่เคยได้บอกไปแล้วใน Facebook ของหมูเองว่าหากใครต้องการจะรักษาริ้วรอยในราคาประหยัดที่สุดให้ไปหา Vitamin A มาทาครับ ไม่ต้องไปพึ่งหวัง Peptide อะไรให้เสียเวลา เพราะว่างานวิจัยที่ชัดเจนในเรื่องของสารประกอบที่จะเข้ามาช่วยริ้วรอยก็มี Vitamin A นี้แหล่ะที่โดดเด่นมากที่สุด ส่วนพวก Peptide ยังเป็นงานวิจัยเกรด C เสียมากกว่าที่ทำกันโดยผู้ขายสารเหล่านั้นเองนั้นแหล่ะ… แต่ก็นะ เราก็เข้าใจครับว่าทาง Brand ต่างๆ ก็ชอบหาสารแปลกๆมาให้เรารู้สึกว้าวกัน หลอกให้เสียเงินไปก่อน ฟินดีครับ 555 มาถึงจุดนี้ก็ไม่แปลกใจเลยที่ Dr.Dennis จะใช้สารที่ดูหาได้ง่ายแต่ทรงพลังมาใส่ในครีมที่เราจะคาดหวังผลจากมันได้ครับ จุดเด่นของ Eye Cream ตัวนี้ไม่ได้มีอยู่แค่ Vitamin A แล้วจบเลยนะครับ เพราะทาง Brand พยายามเคลมว่า Vitamin A ของทางเค้าสามารถดูดซึมได้ดีจากการผสมเจ้า Ferulic Acid เข้าไปด้วย ทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร เรามาพิจารณาสารของเค้ากันครับ ครีมตัวนี้เท่าที่หมูพิจารณาหลังจากได้อ่านสารเรียงตัวมาทั้งหมด มองคร่าวๆ ออกมาได้ตามนี้นะครับ 1. ลดผลกระทบจากการทำร้าย Collagen ของ UV ที่เป็นตัวการของรอยเหี่ยวย่นตีนกา เพราะว่า UV ส่งผลให้ Collagen ในชั้นผิวของเรานั้นสลายไป ประกอยไปด้วย Ferulic Acid (FA) ที่ทาง Brand ใส่เข้ามานั้นให้ผลช่วยเรื่องนี้อยู่ครับ มีงานวิจัยว่าเมื่อนำเจ้า FA นี้ใส่ลงไปใน Vitamin C และ E จะก่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีในการลดปริมาณของเซลล์เนื้องอก นอกจากนี้ตัว FA เดี่ยวๆ เองยังเป็น Super Antioxidant ช่วยลด Lipid peroxidation (การที่ออกซิเจนทำปฏิกริยากับไขมันออกมาเป็นของเสีย) ได้อีกด้วย และขอบอกว่าครีมตัวนี้ใส่มาครบทั้ง FA + Vit C + Vit E นะจ๊ะ แซ่บ!!! (เอาจริงๆนะ หมูไม่เจอว่า Ferulic Acid มันไปช่วยเสริมการดูดซึม Vitamin A จากใน Pubmed ดังนั้นจึงขอปัดตกไปก่อนแล้วกัน แต่อย่างน้อยๆในหน้าที่ของมัน มันเองก็ทำหน้าที่ได้ดูดีครับ) Eyebright เป็นพืชที่ถือได้ว่าเป็น Super Antioxidant เพราะมีสารต่างๆมากมายอยู่ทั้ง Vitamin C และ E รวมถึง flavonoids และ phenolic acids ที่ช่วยป้องกันผิวจาก UV ด้วย อีกตัวคือ Ellagic Acid นะครับ เป็น Polyphenol Compound ที่มักพบในพวก Berries และ ทับทิม มี Study ว่ามันสามารถช่วยป้องกันการเสื่อมสลายของ Collagen ที่เกิดจากการทำร้ายของ …

Sabainang : Eye Cream

สวัสดีครับวันนี้หมูมีของดีราคาก็ดีด้วยมานำเสนอล่ะ ถือเป็นความภูมิใจของตัวหมูเองมากที่ได้เอามานำเสนอให้เพื่อนๆ ที่ติดตามกันมาได้ใช้ของดีราคาไม่แพง ตัวนี้เป็นสินค้าของทางสไบนางนะครับ ตั้งชื่อได้ตรงตัวมาแรงๆเลยคือมีชื่อว่า Eye Cream! 555+ ปกติจะเห็นแต่ละ Brand ตั้งชื่อกันหรูหราใช้คำว่า Repair บ้าง Lift บ้างต่างๆนาๆ แล้วแต่สารที่เค้าจะสรรหามาใส่กัน คำถามคือแล้วเจ้าตัวนี้มันเป็น Eye Cream ที่เน้นในด้านไหนล่ะ? เรามาหาคำตอบกันครับ เข้าเรื่องเลย หมัดตรง อิอิ หมูจะขอบอกว่า Eye Cream ตัวนี้มีสารดีๆหลายตัวอยู่เลยทีเดียวนะครับ เค้าเน้นการแก้รอยแดงจากเส้นเลือดฝอยแตกที่เป็นสาเหตุหนึ่งของใต้ตาที่มีอาการแดงๆ นอกจากนี้ก็ยังมีสารที่ให้ความชุ่มชื้น และสารที่มีแนวโน้มว่ามันอาจจะช่วยในเรื่องของการปรับ Texture ของผิวให้ดีขึ้น ทั้งนี้หมูมองประโยชน์ที่จะได้จาด Eye Cream ตัวนี้ออกเป็น 3 แง่มุมดังนี้นะครับ 1. ส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น ความแข็งแรงของผิว ได้แก่ Jojoba Oil /Squalene / Collagen / Yeast Protein Jojoba Oil และ Squalene นั้นสามารถช่วยให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น โดยเฉพาะ Squalene มี Skin Barrier ที่ดีเป็นทั้ง anticancer, antioxidant, drug carrier, detoxifier, ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และ emollient (แทรกตามรอยแตกของผิว) อย่างไรก็ตามหมูจะชอบเวลามันอยู่ใน From ของ Squalane มากกว่าเพราะมันเสถียรกว่า ส่วน Collagen มันซึมลงผิวไม่ได้ แต่ต่อให้ซึมลงไปได้ก็ใช้ว่าจะเอาไปใช้ได้ทันที โดยหลักทั่วไปแล้ว Collagen มีหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวชั้นนอกได้ครับ ตัวสุดท้ายคือ Saccharomyces Cerevisiae ที่เป็นสารสกัดจากยีสต์ โดยมีงานวิจัยว่ามันสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยให้ Texture ของผิวได้ดีขึ้นนะครับ 2. ส่วนผสมที่เน้นไปทาง Flavonoid และเป็น Antioxidant ซึ่งจะเข้ามาช่วยในเรื่องของการรักษาอาการเส้นเลือดฝอยแตกต่างๆ ประกอบไปด้วย Butcher’s broom / Centella / Calendura / Horse Chestnut ทั้งหมดนี้จะเข้ามาช่วยในการรักษาเส้นเลือดฝอยที่แตก หรือว่ารอยแดงๆ โดย Flavoniod จะเข้าไปช่วยให้เส้นเลือดมีความแข็งแรงมากขึ้น ส่งผลให้ความดันภายในเส้นเลือดดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการช่วยให้ Cell สามารถสมานแผลได้ดีขึ้น และช่วยเป็น Antioxidant ให้ผิวได้รับผลกระทบต่อรังสี UV น้อยลงอีกด้วย (สารสกัดจากดอกดาวเรืองช่วยเรื่องนี้) รายละเอียดสารแต่ละตัวเป็นอย่างไรอ่านกันที่ด้านล่างได้เลยนะครับ มันเยอะจริงๆ แต่อยากสรุปให้ง่ายๆ ไวๆ 3. ส่วนประกอบอื่นๆ ปลีกย่อย เป็นสารสกัดจากแตงกวาที่ช่วย Sooth ผิวกับสารสกัดจากชะเอมที่มี Profile ในเรื่องของการลดการระคายเคืองทั้งคู่ รวมถึงสารสกัดจากชะเอมมี Profile ในการเป็น Whitening ด้วย ผลการใช้งานโดยรวม เจ้า Eye Cream ตัวนี้ถ้าเป็นหมูนะ หมูจะขอตั้งชื่อมันว่า Multi-Corrective Retexturing !!! คือมันมีสาร Flavonoid มาหลากหลายมากๆ ซึ่งเป็นตัวช่วยให้รอยแดงต่างๆหายได้ไวขึ้น เป็น Whitening จากสารสกัดรากชะเอม มี Antioxidant ที่ดีในการลดผลกระทบจากรังสี UV และมี ตัว Yeast Protein ที่เราคาดหวังว่ามันจะช่วยให้เรื่องของการปรับ Texture ของผิว (เหมือน SK-II) เนื้อสัมผัสของมันมีความแน่นเบาๆ คือไม่เบาจนไหล แต่ก็ไม่หนักจนเป็นครีม ส่วนใหญ่เราจะเรียกลักษณะแบบนี้ว่า Gel Like อย่างไรก็ตามเมื่อทาลงไปบริเวณรอบดวงตาแล้วมันกลับให้ความชุ่มชื้นได้ยาวนานไม่ได้ระเหยหายไปเหมือน Gel ทั่วๆไปญี่ นอกจากนี้หมูได้ข้อมูลเด็ดๆมาจากการสอบถามผู้ผลิตว่าเค้าได้ใช้กรรมวิธีในการสร้างเนื้อครีมที่ไปเรียนมาจากทางปุ่นโดยเฉพาะคือการเอาน้ำมาหุ้มน้ำมันจึงทำให้เราพอจะคาดหวังผลการซึมเข้าสู่ผิวได้เพิ่มขึ้นจากครีมทั่วไป ที่สำคัญคือหมูบอกได้เลยว่าการใช้ …

Dr.Ci:Labo : Special Enrich-Lift Eye

โอยยยย (มีการเปิดตัวแบบโหยหวน) วนมาถึง Eye Cream ที่ภาคภูมิใจนำเสนอ คิดไม่ผิดจริงๆ ที่สอยมาจากญี่ปุ่น จริงๆ แล้วเจ้า Eye Cream ตัวนี้ หมูเลงมานานแล้วล่ะ เพียงแต่เห็นส่วนผสมที่เค้าไม่ได้ใส่สารที่เน้น Skin Barrier แบบชัดๆ คือพวก Choresterol Ceramide Fatty Acid เข้ามาโต้งๆ เหมือนพวก Dr.Ci:Labo แบบกระปุกต่างๆ ก็เลยไม่สนใจไปพักหนึ่ง อย่างไรก็ตามพอมาอ่านสารของเค้าทีละตัวแล้วถึงกับต้องยืนปรบมือเลยครัช 👏👏👏 ปล. ใครสนใจประวัติที่มาของเค้าก็ไปอ่านจาก Review ตัว Dr.Ci:labo : VC 100 Essence Lotion ได้นะ คร่าวๆ คือนางเป็นหมอมีความเชี่ยวชาญในด้าน Dermatological Laser Surgery ครับ ที่เหลือไปอ่านกันต่อเอง ขอข้ามเลยและกัน ฮิ! (ฮิทำไม?) (ราคา 1,780บาท/15กรัม) จะขอไม่พูดพร้ำทำเพลงไปมากกว่านี้ เรามาวิเคราะห์กันเลยดีกว่าว่า Eye Cream ตัวนี้มีอะไรแซ่บๆ บ้าง เจ้าครีมตัวนี้หมูมองสารของเค้าเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ นะครับ 1. สารที่ให้ความชุ่มชื้น เน้นการบำรุง Skin Barrier ในส่วนนี้ก็จะมี Squalane ที่เป็นสารงานผิวใส่มาลำดับต้นๆ นอกจากนี้สารที่ให้ความชุ่มชื้นอยู่บนผิวได้ยาวนานหน่อย เค้าก็ได้ใช้ Seed Butter จากผลโกโก้นะครับ (รู้หรือไม่ว่าประสิทธิภาพในการให้ความชุ่มชื้นของมันดีกว่า Shea Butter อีกนะ แถมยังเป็น Antioxidant ที่ดีอีกด้วยเพราะมันมี Flavonoid ที่ดีต่อผิว) Meadowfoam Seed Oil ที่มีความสามารถในการให้ความชุ่มชื้น เพราะมี Fatty Acid ที่ช่วยบำรุง Skin Barrier ให้แข็งแรง ลดอัตราการสูญเสียน้ำของผิวไปได้ ตัวนี้ใช้กันใน Counter Brand เยอะนะ Sulwhasoo Time Treasure ก็มี นอกจาก 2 ตัวด้านบนที่พูดถึงแล้ว ในเรื่องของการอัดความชุ่มขื้นในเชิงลึกเค้าก็ได้ใส่สาร Hyaluronic มาถึง 4 รูปแบบ และเป็นแบบที่มีโมเลกุลเล็กสามารถซึมลงผิวได้ลึกลงไปอีกมาด้วย ได้แก่ SODIUM HYALURONATE,HYDROXYPROPYLTRIMONIUM HYALURONATE,HYDROLYZED HYALURONIC ACID, SODIUM HYALURONATE CROSSPOLYMER 2. สารที่เข้าไปปรับ Texture และความเรียบเนียนของผิว (อัดแน่นมาก) : เน้นการลดริ้วรอย การป้องกันการเกิดริ้วรอย การสมานแผล และสารเหล่านี้บางตัวมันก็เป็น Antioxidant ไปในตัวด้วยนะครับ สารสกัดจากใบข่าที่มีคุณสมบัติมากมาย ซึ่งมันจะมี Flavonoid ที่เป็นสารต้านมะเร็งผิวหนัง และลดอาการอักเสบได้ สารสกัดจากข้าวโอ๊ตที่ช่วยป้องกัน Fibroblast ตัวสร้าง Collagen และ Elastin THIOCTIC ACID ที่น่าสนใจมากๆ คุณสมบัติล้นหลาม Pubmed มันมีการ Reseach มากมายว่าที่ความเข้มข้น 5% นั้นสามารถเพิ่มความเรียบเนียน และลดรอยเหี่ยวย่นให้แก่ผิวของเราได้ UBIQUINONE ตัวนี้ก็คือ Co Q-10 ครับมันเป็นสารที่มีมาช้านาน สรรพคุณหลักเลยคือเป็น Anti Aging และช่วยให้ผิวเราดูเด็กขึ้น SOLUBLE PROTEOGLYCAN หรือที่เราเห็นทาง Flacora มาโฆษณามากมายว่ามันมาจากจมูกปลาแซลม่อน ตัวนี้แท้จริงแล้วก็มีงานวิจัยที่หาเจอใน Pubmed มากมายทั้งช่วยปกป้องผิวจาก UVB หรือเสริมความสามารถในการสมานแผล และยังเป็น Antioxidant อีกด้วย ที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยคือสารสกัดที่ได้จากเมล็ดของชบา …

Algenist : POWER Advanced Wrinkle Fighter 360° Eye Serum

สวัสดีครับ วันนี้เรากลับมาสู่ Algenist กันอีกรอบ หลังจากที่ได้เคยเขียนรีวิว Algenist : Genius White Brightening Anti-aging Cream กันไปแล้ว วันนี้เลยจะเอา Eye Cream ของ Algenist ที่หมูใช้แล้วชอบมารีวิวให้ได้อ่านกันต่อครับ ก็จะขอเกริ่นถึงประวัติเค้าแบบอีกซักรอบนะครับ (ส่วนใครที่เคยอ่านๆ มาแล้วก็ข้าม Part นี้ไปได้ครับ) Algenist เป็น Brand ที่มี Story ที่น่าสนใจครับ มันเริ่มจากบริษัท Solazyme Inc. (บริษัทแม่ของ Algenist ในปัจจุบัน) เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญใน industrial microalgae biotechnology และก็เป็น biotech ที่เฉพาะเจาะจงในด้านการผลิตน้ำมันจาก microalgae นี้ล่ะครับ ทั้งนี้ Solazyme Inc. เองก็ได้พัฒนาเจ้าสาหร่าย microalgae นี้เข้าไปในหลายๆ ตลาดทั้ง พลังงาน chemical และด้านสุขภาพ โดยมี Algenist นี่ล่ะเป็น Product แรกที่บุกเข้าไปในตลาดสุขภาพในรูปแบบของ Skincare สารที่ทาง Algenist นำมาจดเป็นสิทธิบัตร และใช้เป็น Trademark คือเจ้า Alguronic Acid (ถ้าเราพลิกอ่านข้างกล่องเค้าจะใช้ INCI ว่า Algae Exopolysaccharides นะครับ) ซึ่งทาง Website ของ Algenist ได้อ้างว่าสารนี้คือ polysaccharides ที่เกิดจากสาหร่ายชนิดที่เฉพาะเจาะจงโดย exosaccharides จะ Form ตัวเป็นกำแพงเป็น microalgae cells เพื่อปกป้องไม่ให้ cell สาหร่ายขาดน้ำ นอกจากนี้จากการทดสอบในหลอดทดลองก็พบว่าสารตัวนี้สามารถเพิ่ม cells regeneration ได้ 55% ซึ่งมากกว่า hyaluronic acid, retinol, vitamin C, vitamin E, palmitoyl pentapeptide, palmitoyl oligopeptide และ coenzyme Q10 แถมยังสามารถกระตุ้นการสร้าง Collagen ได้ 32% แล้วลดการผลิตเมลานินลงได้ถึง 26% ฟังดูดีจุง แต่ก็อย่าลืมไปนะครับว่าการทดสอบเหล่านี้เป็นการทดลองแบบ in vitro นอกจากนี้ก็ยังมีการกล่าวอ้างจาก Solazyme ว่าผู้ที่ได้ใช้จำนวน 78% พบว่าริ้วรอยลึกๆ จางลง และ 81% พบว่าหน้าดูยกกระชับขึ้นหากใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Alguronic Acid ติดต่อกันทุกวันเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ แต่ทั้งหมดที่เคลมมานี้ก็ไม่ได้เขียนค่าสถิติที่มีนัยสำคัญ (Statistically Significant) แต่อย่างใดครับ (นอกจากนี้ก็มีข้อมูลสิทธิบัตรของทาง Algenist หมูได้ใส่ไว้ให้แล้วด้านล่างนะครับ) สรุปภาพรวม เจ้าตัวนี้เป็น Eye Cream ที่หมูใช้มาได้เกือบเดือนแล้วครับ เพราะเราก็เริ่มอายุมากขึ้น จึงอยากหา Eye Cream ที่เน้นในเรื่องของ Anti Aging มากขึ้น จึงเดินหาส่วนผสมที่เน้นการลดริ้วรอยเสียมากกว่า Eye Cream ที่เป็นแนวเพิ่มความชุ่มชื้น หรืออัด Antioxidant หลากหลายแบบของ Strivectin ครับ เจ้าตัวนี้หมูชอบมากๆ เพราะดูเค้า Formulate สูตรมาได้น่าสนใจ เพราะแม้แต่สารที่เอาไว้สร้างฟิลม์หลังทาบนผิวยังใช้ตัว Pullulan ที่เป็นแนว Anti Aging เลยทีเดียว (2,850 บาท/15ml) หมูมองสารใน Algenist : POWER Advanced Wrinkle Fighter 360° Eye Serum …

Cerave : Eye Repair Cream

มาดูรีวิว Eye Cream กันบ้างครับ เจ้าตัวนี้ถือว่าดีเลยทีเดียว 14.2 กรัม ราคาจำไม่ได้แล้วครับ น้องชายหิ้วมาจาก US ครับ (แต่เห็นในเวบต่างชาติราวๆ 10 USD ครับ) จริงๆ แล้ว Cerave มี Product ที่ดีเกือบทุกตัวเลย โดยทาง Brand เองเคลมคำว่า MVE Delivery Technology ที่อ้างว่าจะช่วยให้ผิวได้รับสารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสารเหล่านี้จะซึมลึกเข้าไปซ่อมแซม และเพิ่มความแข็งแรงของชั้นผิว (Skin Barrier) ของเรานั้นเอง นอกจากนี้ทาง Cerave ยังมีการเคลมว่าสัดส่วนของ Ceramide 1 / 3 / 6-ll ที่เค้าใช้นั้นเป็นสัดส่วนที่คิดค้นมาเป็นพิเศษ โดย Ceramide แต่ละตัวจะมีหน้าที่การทำงานดังนี้ครับ Ceramide 1 เป็นภูมิคุ้มกันของผิวหนัง ถ้ามีต่ำ อาจเกิดโรคผื่นคัน  ผิวแห้งแตก ผิวลอก ได้ง่าย Ceramide 3 ลดการระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม (Ceramide ส่วนใหญ่ในผิวก็เป็นตัวนี้ล่ะ) Ceramide 6-ll ทำหน้าที่คล้าย AHA เพิ่มความเรียบเนียนให้ผิวหนัง เจ้า Cerave ตัวนี้ถือว่าเป็น Eye Cream ที่ ok ครับ นำด้วยสารบำรุงครอบจักรวาล (Vitamin B3) ที่เคยอธิบายสรรพคุณของมันไว้แล้ว ตามมาด้วยสารให้ความชุ่มชื้นหลายรูปแบบทั้งแบบเคลือบผิว (Occlusive) สารแทรกเข้าไปตามรอยแตกของผิวเพิ่มความชุ่มชื้น (Emollient) และสารที่ดึงน้ำมาให้ผิวชั้นบนดูชุ่มชื้น (Humectant) นอกจากนี้ยังเสริมการทำงานของชั้นผิว (Skin Barrier) ด้วยส่วนผสม Cholesterol + Ceramide + Fatty Acid ที่ช่วยรักษาอัตราการสูญเสียน้ำของผิวไว้ให้ผิวมีความแข็งแรง เนื้อสัมผัสเกลี่ยง่าย และรู้สึกมีฟิลม์บางๆ เคลือบไว้ (มีส่วนผสมของ Wax ที่ได้จาก Jojoba) ให้ความชุ่มชื้นได้ดีครับ นอกจากนี้ก็ยังมีส่วนผสมจากพืชต่างๆ เช่น หญ้าหางม้า ที่มีคุณสมบัติในการลดการระคายเคือง และเป็น Antioxidant สารสกัดสาหร่ายสีแดง (Asparagopsis Armata Extract) ที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านแบคทีเรีย (Antimicrobial) และเป็น Antioxidant สารสกัดสาหร่ายสีน้ำตาล (Ascophyllum Nodosum Extract) ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว Emollients และเป็น Antioxidant Equisetum Arvense (Horsetail) Asparagopsis Armata Ascophyllum Nodosum   นอกจากนี้ยังมี Phytosphingosine ที่มีความสามารถในการลดการระคายเคือง และยับยั้งแบคทีเรีย (Anti-Microbial) เข้ามาด้วยซึ่งมีวิจัยบ่งชี้ว่ามันสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาสิวด้วยนะ จริงๆ แล้วส่วนผสมแบบนี้ก็ไม่ได้ทาได้แต่ที่ส่วนรอบดวงตานะครับ จะเอามาหาหน้าก็ได้ (ครีมมันไม่รู้หรอกว่าอันนี้เป็นเซลล์ผิวส่วนไหนของร่างกาย) นอกจากนี้ถ้าพิจารณาจากส่วนผสมแล้วคนที่มีผิวบางแพ้ง่ายก็น่าจะใช้ได้ครับส่วนประกอบไม่ได้มีอะไรรุนแรงมาก ส่วนใหญ่เน้นไปทางให้ความชุ่มชื้นกับผิวซะมากกว่า ทั้งนี้จะใช้ก็ควรทดสอบการแพ้ก่อนนะครับเพราะแต่ละท่านจะมีปัจจัยที่แพ้ต่างๆ กันออกไป คงฟันธงให้ไม่ได้ว่าใช้แล้วไม่แพ้แน่นอนครับ สรุปข้อดีข้อเสีย ข้อดี มี Vitamin B3 ที่มีสรรพคุณมากมาย มีสารให้ควมชุ่มชื้นหลากหลายแบบทั้ง Occlusive, Emollient และ Humectant มีสารเสริมความแข็งแรงของ Skin Barrier ที่ดีใช้ Ceramide หลากหลายชนิด (คนแต่งที่หน้าไม่ติดก็เพราะชั้นผิวไม่ดี) มีสารสกัดที่ช่วยเรื่องลดการระคายเคือง เป็น Antioxidant และมีคุณสมบัติในการยับยั้งจุลชีพ ไม่มีสี และน้ำหอม หลอดทึบแสง ข้อเสีย ต้องซื้อจากคนหิ้ว ยังไม่เห็นร้านเป็นทางการในไทย   อย่าลืมไป Update ข่าวสารที่ Facebook : livelymoo …