All posts filed under: Cream

Fresh : Black Tea Firming Corset Cream

สวัสดีครับ วันนี้วนกลับมาเจอ Line Black Tea ของ Fresh ซึ่งเป็น Line ลูกรักของหมูเอง (จะบอกว่า Brand Fresh ลูกรักก็จะดูวงกว้างไป ขอ Scope อยู่ใน Line ของ Black Tea แล้วกันนะ) เจ้าตัวนี้เป็นตัวที่เค้า Launch มาได้ซักพักแล้วนะครับ เพียงแต่ว่าครีมที่บ้านยังไม่หมดเสียทีเราก็เลยตัดใจไม่ซื้อ แม้ว่าจะอยากได้มากแค่ไหนก็ตาม ผ่านมาซัก 2 – 3 เดือนครีมหมูเริ่มใกล้จะหมดประมาณว่าอีกไม่เกิน 1 อาทิตย์ไปแน่ๆ ก็เลยตัดสินใจไปรับเจ้านี้มาอยู่ในกรุด้วยกันกับพี่ชายเค้า … งงสิใครพี่ เจ้านั้นคือ Fresh : Black Tea Firming Overnight Mask ที่หมูปลื้มจนใส่ไว้เป็น Livelymoo’s Favorite 2016 นั้นเองความดีงามของมันมีอยู่แน่นอัดเต็มจนหมูต้องร้องว้าวด้วยราคา 3600 บาท ต่อขนาดใหญ่ยักษ์ถึง 100 ml เชียวนะแกร คุ้มมาก (นี้ถ้ารอช่วงลดราคา 20% Sephora นี้ถึงกับตายได้เลยนะ คุ้มค่ามากๆ) เมื่อ Fresh ออก Product ตัวใหม่มาใน Line Black Tea มีหรือเราจะไม่ไปแอบส่องเนื้อครีมและสารสกัด Ingredients List ของเค้า … ตอนแรกที่เห็นเนื้อครีมก็รู้สึกฟินไป 3 บ้าน 8 บ้านแล้ว เพราะว่ารุ่นพี่ชายเค้าเป็น Mask ซึ่งมีเนื้อที่หนักหนวง Heavy Weight มากๆ ครับ แต่ก็ไม่แคร์เราก็โบกไปด้วยความสะใจจริงๆ รู้สึกได้ทุกเช้าที่ทาว่าหน้าเราได้รับการบำรุงมาทั้งคืนแน่นอน ที่แน่ๆคือเรื่องการช่วยรักษาความชุ่มชื้นครับเพราะว่าตอนล้างหน้าในตอนเช้าจะพบความลื่นๆทันทีเมื่อหน้าโดนน้ำ แสดงว่ามันเคลือบได้ดีจริงๆ ใน Fresh : Black Tea Firming Corset Cream นี้มีความดีงามอกเรื่องครับคือเค้าได้มีการปรับเปลี่ยนสารจากรุ่นพี่ชายมาคือมีการนำสารที่ชื่อว่า Alpinia Galanga Leaf Extract เข้ามาเพิ่ม   คือตัวนี้เป็นสารที่แม้แต่ Dr.Ci:Labo : Special Enrich-Lift Eye ก็ยังเอามาใช้กันเลยทีเดียว แล้วเจ้าสารนี้มันดีงามยังไงล่ะ คือถ้าให้ตอบข้อมูลจาก Pubmed ก็จะบอกว่า “Alpinia: the gold mine of future therapeutics” หรือแปลว่าขุมทรัพย์ของการบำบัดรักษาเลยทีเดียว ที่เค้าให้ชื่อนี้เป็นเพราะว่าสารสกัดที่ได้จากเจ้าข่านี้มี Flavonoid ที่เป็นสารต้านมะเร็งผิวหนัง และลดอาการอักเสบได้ด้วย แต่ถ้าให้พูดในเรื่องของมุมจากบริษัทผู้ผลิตสาร “BASF” เค้าก็ได้สกัดสารตัวนี้และให้ชื่อทางการค้าว่า “Hyalufix GL” นะครับ ถ้าลองอ่านจาก Link ด้านล่างก็จะพบว่าเค้าพยายามเคลมในเรื่องของการที่มันจะเข้าไปช่วยในการสร้าง Hyaluronic ใต้ผิวหนังด้วยเอมไซน์ที่ชื่อว่า HAS-2 ซึ่งเป็นตัวเดียวเท่านั้นที่ไปกระตุ้นการสร้าง Hyaluronic ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง ซึ่งเค้าเองก็ทำ Research in-house กับผู้หญิง 50 คนว่า Hyalufix GL 3% เมื่อใช้เป็นระยะยาวเวลา 4 อาทิตย์ก็จะให้ผลที่ดีกว่าพวกเปปไทด์ต่างๆที่เอาไว้ลดริ้วรอย รวมถึงเมื่อใช้ไปจนถึง 3 เดือน ก็จะพบว่าร่องแก้มตื้นขึ้น… แค่นี้ ยังไม่ต้องตามไปอ่านสารตัวอื่นก็เริ่มน่าสนใจเข้ามาแล้วววว ครีมตัวนี้หากจะดูในแง่เชิงเปรียบเทียบจาก Fresh : Black Tea Firming Overnight Mask อีกก็คงต้องขอบอกว่าเค้าได้เอา Shea Butter ที่ทำให้เนื้อครีมมีความหนักออกไป รวมถึงสารที่ชื่อ Kigelia Africana ออกไปด้วย เป็นพืชที่เจริญเติบโตใน Africa ทั้งนี้จุดเริ่มต้นน่าจะมาจากการที่สาวชาวพื้นเมืองของ Africa นำผลของเจ้า Kigelia Africana มาบดแล้วนวดบริเวณหน้าอกเพื่อให้เกิดความเต่งตึงครับ …

Cerave : Skin Renewing Night Cream

สวัสดีครับ ก็มารีวิวตัวที่เกี่ยวเนื่องจาก Product ชิ้นหนึ่งที่เคยเขียนไป นั้นคือ Cerave : Skin Renewing Cream Serum ครับ ทั้งนี้เองเจ้า Cerave เองก็น่าจะเป็นที่รู้จักของใครหลายๆคนที่เข้ามาวนเวียนอ่านใน Blog นี้ระดับหนึ่งแล้ว ด้วยความที่ว่ามันมีส่วนผสมที่ดีบำรุง Skin Barrier ประกอบกับราคาที่ไม่ได้แพงจนมั่วซั่วด้วย ทาง Cerave เค้ามี Patent ที่ชื่อ MVE® (Multivesicular Emulsion) ซึ่งเคลมว่าส่วนผสม lipids 3 ตัว* (Ceramides, Cholesterol และ Fatty Acid) นั้น ได้ใช้ MVE® Technology เข้ามาช่วยให้ตัวเนื้อครีมสามารถซึมลงผิวไปได้เรื่อยๆ ยาวนานตลอด 24 ชม. (เว้อร์ดี ในใจนึกว่าอยู่ให้ครบ 6 ชม. ก็ดีใจแล้ว 555) ซึ่งมันก็จะเข้าไปซ่อมแซม รักษาความชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวของเราแข็งแรงได้ตามธรรมชาติ *หมายเหตุ : ชั้นผิวของเราจะมี lipids 3 ตัวที่จะผสานกันออกมาเป็น lipid bilayer ของผิว ซึ่งนั้นก็คือ ceramides, cholesterol และ fatty acid เข้าเรื่องไวๆ เลยแล้วกันครับ คือว่าจากการที่หมูได้ทำ Review ตัว Cerave : Skin Renewing Cream Serum ไป ก็ได้มีหลายๆท่านไปหาข้อมูลแล้วพยายามซื้อจาก iherb เพียงแต่ขณะนั้นทาง iherb มีขายเพียงรุ่นกระปุกที่เรากำลังทำ Review กันอยู่ตอนนี้ ประกอบกับคนอยากลองแถวๆนี้ (-*-) หาเรื่องฝากเจ้าน้องชายหิ้วมาให้จากเมกาพอดี เค้าก็เลยแอบซื้อมาเผื่อเราไปด้วย ก็เลยเอามาให้ได้ลองอ่านกันนะครับ สรุปภาพรวม Concept ของครีมกระปุกนี้เค้าเน้นอยู่ 5 จุดใหญ่ๆ คือ MVE® Technology ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น Peptide 2 ตัว (Kollaren & Chronoline) ที่เข้ามาช่วยเรื่องการลดริ้วรอยต่างๆ สร้าง Collagen ซึ่งเป็นตัวชูโรงของครีมตัวนี้ อย่างไรก็ตามผลการวิจัยที่ได้เป็นเพียง in-house research จากผู้ขายสารเราก็ต้องอ่านอย่างพิจารณาด้วยครับ เพราะความน่าเชื่อถือก็จะลดหายไประดับหนึ่งเลยทีเดียว ChroNOline หรือ Caprooyl Tetrapeptide-3 ผลิตจาก “Lucas Meyer Cosmetics” ซึ่งมีการค้นคว้ากับหญิง 14 คน ที่มีช่วงอายุระหว่าง 50 – 65 ปี (ที่มีรอยตีนกา) ภายใน 56 วัน ร่องรอยตีนกานั้นสามารถลดลงได้ถึง 27% (ทดสอบด้วย ChroNOline ที่ 2.5%) แต่ตรงนี้ก็เป็นคำเคลมจากผู้ผลิตสารนะครับ ความน่าเชื้อถือก็จะต้องมาพิจารณากันอีกที ใครสนใจอ่านรายละเอียดก็เข้าไปดูรูปได้ตาม Link ด้านล่างนะครับ Kollaren หรือ Tripeptide-1 ผลิตจาก “Lucas Meyer Cosmetics” เช่นกัน Peptide ตัวนี้จะไปเลียนแบบ Growth Factors ที่เข้าไปช่วยในเรื่องของการรักษาบาดแผล (Wound Healing) โดยไปกระตุ้นการสร้าง Collagen I และ Collagen III นอกจากนี้มันยังสามารถเข้าไปจัดการกับของเสีย (lipid peroxidation by-products) หรือพูดง่ายๆ คือมันไปจัดการกับปัญหาการเกิด Cellulite นั้นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีการกล่าวอ้างถึงความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้อีกด้วย การให้ความชุ่มชื้นด้วย Hyaluronic …

Preme Nobu : Natural C White

สวัสดีครับวันนี้มี Review สินค้าของไทยเราเองนี้ล่ะ หลายๆ คนก็คงจะค้นเคยกับเจ้า Preme Nobu ในโฆษณาเจลล้างหน้าที่มี Presenter หนุ่มหล่อเดินเข้าไปในบ่อน้ำร้อนออนเซน แล้วเจอสาวๆ กรีดร้องสาดน้ำใส แต่เรื่องก็จบแบบหักมุมโดยหนุ่มหล่อยกหลอดล้างหน้า Preme Nobu ขึ้นมา สาวๆเลยหายตกใจ (เอาตรงๆ นะ คืองงมาก! อะไรคือ Point ของเนื้อเรื่อง หรือเป็นการทำ Ad ให้ดูงงๆ แล้วคนจะจำไปเอง? ลองไปดูกันเองเนาะ) ทีนี้เรามาเข้าสู่การรีวิวเลยจะดีกว่า เพราะนอกจากความงงในที่มาของ Ad แล้ว สิ่งที่ทาง Brand ยังขาดอยู่ในสายตาของหมูคือ Story และที่มาของทาง Brand จึงเป็นผลให้ Brand Recognition ต่อผู้บริโภคหายไป (นี้คือไม่ได้จบ Marketing แต่บอกได้จากมุมมองผู้บริโภคเนาะ) จากการที่หมูเป็นคนชอบพลิกส่วนผสมอ่านเล่น จึงทำให้ได้มาเจอเจ้า Product ชิ้นนี้ขณะที่รอพี่สาวอยู่ ณ ร้านขายยาแห่งหนึ่งใน กทม. ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากเห็นกล่องมันดูสีสดใสดี คือไม่ได้สวยถูกใจเหมือน Fresh แต่สีสะดุดตาเฉยๆ ก็หยิบมาอ่าน สารที่เค้าใช้ก็เป็นสารที่เราคุ้นเคยดีเกือบทั้งหมด อ่านแล้วรู้สึกว่าเค้าใส่แต่ตัวดีๆ มาจริงๆ เพราะดูวิธีการเลี้ยงสารมันบอกได้ว่าเขาไม่ขี้โม้ ก็เลยคิดว่านี้แหล่ะ!!!!! น่าจะเป็นอะไรที่สามารถนำมาบอกต่อให้เพื่อนๆในเพจได้ (ราคาตามกล่อง 175บาท/15ml) สารประกอบที่ใช้หลักๆ หมูมองออกเป็น 3 กลุ่ม 1. สารที่ให้ความชุ่มชื้น และสารที่ช่วยเสริมสร้าง Skin Barrier ประกอบไปด้วย Jojoba oil : ที่มีส่วนผสมที่คล้ายกับ Sebum ของคนเราครับ จึงทำให้มันมีจุดเด่นในด้านของการหลอกผิวของเราว่าด้านบนผิวมีน้ำมันเพียงพอแล้วนะ จึงทำให้ผิวเราหลั่งน้ำมันออกมาน้อยลง Squalane : สารงานผิวที่หมูย้ำมาตลอดว่ามันดีจริงๆ นะ เพราะมันคล้ายกับ lipid ในชั้นผิวของเรา Plant Sterol จากถั่วเหลือง : ที่เป็น Emollient ช่วยลดการระเหยของน้ำในผิวโดยการไปแซกตามรอยแตกของผิว Trehalose : เป็นน้ำตาลแบบหนึ่งที่มีความสามารถในการรักษาความชุ่มชื้นแบบดึงความชื้นในอากาศเข้าสู่ผิว หรือที่เรียกว่า Humectant นอกจากนี้ยังมี Report ว่ามันช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของ UVB ได้อีกด้วย Phospholipids / Sphingolipids เหล่านี้เป็น Fat หรือไขมันที่มีคุณสมบัติส่งเสริมให้เรามี Skin Barrier ที่แข็งแรงมากขึ้น อัตราการสูญเสียน้ำของผิว (Transepidermal water loss : TWEL) น้อยลง ซึ่งจะทำให้ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น ไม่แพ้อักเสบอะไรง่ายๆ Sodium Hyaluronic : ตัวเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว แต่จะซึมลึกเข้าผิวได้มากน้อยเพียงใดนั้นอยู่ที่ขนาดของโมเลกุลครับ 2. Vitamin C : คือเป็นสารที่เค้าเอามาชูโรงใน Serum ตัวนี้ เพียงแต่ปริมาณที่ใส่มานั้นไม่น่าจะมากมายอะไรเท่าไหร่ มันเป็น Vitamin C Derivative อีกตัวที่มาแก้ไขเรื่องความเสถียรของ Ascorbic Acid (AA) ครับ แต่ต้องใช้ที่ PH ต่ำกว่า 5 (ก็ยังไม่ต่ำเท่าของ AA) แถมมันยังละลายในน้ำมันได้ด้วย ส่งผลให้การซึมลงผิวเป็นไปได้ดีกว่า AA ธรรมดา นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่บอกว่ามันสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ด้วย คุณสมบัติก็มีดังนี้ มีความเสถียร ละลายในน้ำมัน ทำให้ดูดซึมได้ดี การดูดซึมดีกว่า MAP (human ex vivo testing) ลดเม็ดสี (human in vivo testing) กระตุ้นการสร้าง Collagen (In Vitro) ช่วยป้องกันการทำร้ายจาก UV สามารถ Convert …

Atopalm : Concentrated Intensive Cream

ถ้าจะให้พูดถึงครีมดีๆ ที่ราคาก็ดีด้วยซักชิ้นหนึ่ง Atopalm : Concentrated Intensive Cream จะเป็นตัวแรกๆ ที่หมูนึกถึงในช่วงเวลานี้ครับ เจ้า Atoplam เป็น Product ที่มาจากเกาหลีโดยมีจุดขายก็คือ MLE Technology ที่เคลมเรื่องของการทำให้เนื้อครีมสามารถซึมลงผิวของเราได้เป็นอย่างดี ขยายความเพิ่มกันอีกซักเล็กน้อย Multi-Lamellar Emulsion หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า MLE ก็คือ oil-in-water emulsion ที่ถูกพัฒนาและคิดค้นมาโดยบริษัท NeoPharm ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งสิ่งที่ทาง Atopalm ได้พยายามนำเสนอจุดขายของ MLE ก็คือการที่เค้าสามารถทำเนื้อครีมที่มีโมเลกุลเป็นรูปกากบาทหรือที่เรียกว่า “Maltese Cross” ซึ่งเป็นสารที่จะอยู่ในผิวชั้นนอก (Stratum Corneum) โดยผิวมีความอ่อนเยาว์สมบูรณ์ก็จะมีจำนวน Maltese Cross จำนวนมาก และพอมีเจ้า Maltese Cross มาก ก็จะทำให้ผิวทำงานได้ดีมากขึ้น เก็บกักน้ำในผิวได้มากขึ้น และในเวลาเดียวกันก็สามารถป้องกันสิ่งแปลกปลอมต่างๆ จากภายนอกได้ดีเช่นกัน จากตรงนี้ใครที่สนใจความเป็นมาของเค้า และรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ Youtube ด้านล่างนี้นะครับ ทีนี้จากมุมมอง และประสบการณ์ของหมูนะครับ ถ้าหากเราจะพูดถึงความสามารถของครีมในการซึมเข้าสู่ผิวชั้นที่ลึกขึ้นไปได้ดี ผู้รู้ท่านหนึ่งใน Industry นี้เค้าได้บอกหมูว่า เรื่องนี้จะต้องไปวัดกันที่ขนาดโมเลกุลของครีมที่ทำเสร็จขึ้นมาแล้วผ่านกล้องที่มีความละเอียดสูงมากๆ ซึ่ง Atopalm ก็สามารถตอบโจทย์ที่หมูสงสัยได้ เพราะว่าหมูไปเจอข้อมูลจาก website ของ Atopalm เองเลยว่าเค้าได้เทสแล้วว่าครีมของเค้ามีขนาดโมเลกุลที่เล็กจริงอะไรจริงนะจ๊ะ ตรงนี้หมูเอา Youtube ที่เป็นการเทสเจ้า Atopalm : Concentrated Intensive Cream ที่กำลังจะรีวิวให้อ่านกันนี้มาให้ได้ดูกันเลย นอกจากเรื่องของความสามารถในการซึมเข้าผิวได้ดีแล้ว ใน Line ของ Atopalm ทั้งหมดที่เป็นขวดสีแดงขาว (ตอนนี้ที่เกาหลีเค้ามี Line สีฟ้าออกมาใหม่ แต่ยังไม่ได้เข้าไทยอย่างเป็นทางการนะครับ) หมูจะชอบเจ้า Atopalm : Concentrated Intensive Cream ตัวนี้มากที่สุดเพราะมันเป็นตัว TOP ที่สุดของรุ่นแล้วครับ มันแตกต่างกับรุ่นแบบกระปุก (Atoplam : Intensive Moisturizing Cream) ตรงที่มีการใส่ Grape Seed Oil มามากกว่า มีการเติม Squalane เข้ามาลำดับต้นๆ และนอกจากนี้ก็ยังมีการเติม Cholesterol ที่เป็นส่วนประกอบของ Skin Barrier เข้ามาให้สูตรมีการทำงานที่ดีมากขึ้น เป็นการผสานของ Cholesterol : Essential Fatty Acid : Non Essential Fatty Acid : Ceramide ครับ เท่าที่หมูเห็นข้อมูลใน Paper ศึกษามา เค้าจะมีการสลับสัดส่วนของสาร 4 ตัวนี้ รวมถึงการทดสอบสารแค่บางคู่ หรือคู่ 3 แต่สุดท้ายก็ไปพบว่าสูตร 3 : 1 : 1 : 1 เป็นสูตรที่สามารถรักษาน้ำในผิวของคนเราได้สูงที่สุดครับ Source : Optimal ratios of topical stratum corneum lipids improve barrier recovery in chronologically aged skin. อย่างไรก็ตามถ้าดูจากการเรียงสารมาแล้วเจ้าตัวนี้ก็คงไม่ได้ตามสัดส่วนที่ว่ามาตามด้านบน (3 : 1 : 1 : 1) นะครับ เพียงแต่มันก็ยังดีกว่าไม่ได้ใส่อะไรมาเลย แต่ว่า… ตั้งแต่อ่านสารมาทั้งหมดนี้ก็ยังสงสัยว่าในสูตรไม่ได้มีการใส่ Ceramide มานี่หว่า หมูก็เลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมาให้นะครับว่าทาง Atopalm เองก็ได้ใช้ Ceramides ที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของทาง NeoPharm …

Algenist : Genius White Brightening Anti-aging Cream

เป็นอีก Brand ที่มี Story ที่มาแบบแปลกๆ ครับ มันเริ่มจากบริษัท Solazyme Inc. (บริษัทแม่ของ Algenist ในปัจจุบัน) เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญใน industrial microalgae biotechnology และก็เป็น biotech ที่เฉพาะเจาะจงในด้านการผลิตน้ำมันจาก microalgae นี้ล่ะครับ ทั้งนี้ Solazyme Inc. เองก็ได้พัฒนาเจ้าสาหร่าย microalgae นี้เข้าไปในหลายๆ ตลาดทั้ง พลังงาน chemical และด้านสุขภาพ โดยมี Algenist นี่ล่ะเป็น Product แรกที่บุกเข้าไปในตลาดสุขภาพในรูปแบบของ Skincare ในการตีตลาดของ Algenist นั้นทางบริษัทได้มีการ Sign Contract กับทาง Sephora เพื่อเป็นช่องทางการจำหน่าย (Distribution Channel) ครับ สารที่ทาง Algenist นำมาจดเป็นสิทธิบัตร และใช้เป็น Trademark คือเจ้า Alguronic Acid (ถ้าเราพลิกอ่านข้างกล่องเค้าจะใช้ INCI ว่า Algae Exopolysaccharides นะครับ)  ซึ่งทาง Website ของ Algenist ได้อ้างว่าสารนี้คือ polysaccharides ที่เกิดจากสาหร่ายชนิดที่เฉพาะเจาะจงโดย exosaccharides จะ Form ตัวเป็นกำแพงเป็น microalgae cells เพื่อปกป้องไม่ให้ cell สาหร่ายขาดน้ำ นอกจากนี้จากการทดสอบในหลอดทดลองก็พบว่าสารตัวนี้สามารถเพิ่ม cells regeneration ได้ 55% ซึ่งมากกว่า hyaluronic acid, retinol, vitamin C, vitamin E, palmitoyl pentapeptide, palmitoyl oligopeptide และ coenzyme Q10 แถมยังสามารถกระตุ้นการสร้าง Collagen ได้ 32% แล้วลดการผลิตเมลานินลงได้ถึง 26% ฟังดูดีจุง แต่ก็อย่าลืมไปนะครับว่าการทดสอบเหล่านี้เป็นการทดลองแบบ in vitro นอกจากนี้ก็ยังมีการกล่าวอ้างจาก Solazyme ว่าผู้ที่ได้ใช้จำนวน 78% พบว่าริ้วรอยลึกๆ จางลง และ 81% พบว่าหน้าดูยกกระชับขึ้นหากใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Alguronic Acid ติดต่อกันทุกวันเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ แต่ทั้งหมดที่เคลมมานี้ก็ไม่ได้เขียนค่าสถิติที่มีนัยสำคัญ (Statistically Significant) แต่อย่างใดครับ (นอกจากนี้ก็มีข้อมูลสิทธิบัตรของทาง Algenist หมูได้ใส่ไว้ให้แล้วด้านล่างนะครับ) เกริ่นมาซะยาว เรามาเข้าเรื่อง Product ของเรากันครับ คือเจ้าตัวนี้ที่หมูตัดสินใจซื้อมานี้เหตุผลก็คือกำลังมองหาครีมที่เป็นแนว Whitening ครับ ตอนแรกเดินไปหยุดอยู่ตรง Fresh ตัวใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า Fresh : Peony Brightening Moisture Face Cream คือกระปุกมันสวยดี (อีกแล้ว) แต่ก็เห็น Vitamin C ตัว AA2G เป็นสารหลักอยู่ในทั้ง Fresh และ Algenist ก็เลยขอแหวกแนวลองของใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยลองบ้างก็แล้วกันเนาะ สร้างความหลากหลายในการเขียนให้ผู้อ่านได้รู้จัก Brand ที่กำลังมาทำตลาดในไทยบ้างครับ สรุปภาพรวม ตัวนี้ราคาประมาณ 3,660บาท/60ml นะครับ โดยหมูมองว่าครีมตัวนี้ออกเป็น 2 มิตินะครับ 1. มิติแรกเป็นเรื่องของที่มาของ Brand มีความน่าสนใจมากเลยทีเดียว เพราะเค้าไม่ได้แค่เอาคำกล่าวอ้างทั่วๆไปมาเล่นกับเรา เค้าเอาไปจด Patent เอาไปวิจัยจริงจังครับ 2. จะเป็นเรื่องของสารสกัดที่ใส่ ซึ่งในส่วนนี้หมูก็จัด Scope คร่าวๆ …

Fresh : Black Tea Firming Overnight Mask

มาถึง Fresh กันอีกรอบนะครับ ตัวนี้หมูจะใช้ก่อนนอนเท่านั้นเพราะว่ามันมีเนื้อที่หนักมากๆ บอกกันอย่างตรงไปตรงมาเลยว่าวันแรกที่ได้ใช้เข้าขั้นฝืนใจทากันเลยทีเดียวล่ะ ทั้งเกลี่ยยากไม่เหมือน Serum ทั่วไป (ก็มันเป็น Cream หนิเนาะ) แถมทาเสร็จแล้วมันยังทิ้งความหนึบไว้บนหน้าด้วยครับ นี้สรุปซื้อมาเพราะอะไร? 555+ จริงๆ แล้ว จุดที่ตัดสินใจซื้อเพราะว่าครีมที่ใช้ทาก่อนนอนกำลังจะหมดครับ และช่วง 2 – 3 ปีหลังมานี้ หมูเองก็พยายามที่จะใช้ครีมเนื้อหนักขึ้นมาเรื่อยๆ เพราะว่าพึ่งจะมาสังเกตุผิวของเราหลังตื่นนอนมันแห้งมากจริงๆ (นอนห้องแอร์) ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีกับผิวแน่ๆ เลยพยามหาครีมที่มันช่วย Soothe และรักษาความชุ่มชื้นผิวได้จนถึงเช้ามาโบกก่อนนอนครับ ถึงเนื้อครีมจะหนักมาก อย่างไรก็ตามเจ้า Fresh : Black Tea Firming Overnight Mask นี้ทำให้หมูได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในครั้งแรกที่ใช้ครับ 1. ตื่นมาสภาพผิวไม่แห้งเหมือนแต่ก่อน 2.มีคนทักในวันนั้นเลยครับ ว่าหน้าดูใสขึ้นจังวันนี้ (2 คนรวด ในวันเดียว เฮ้ยมันต้องมีไรดีสิ หรือมโนไปเอง? แต่ก็ไม่น่าจะมโนนะ เพราะเราก็รักษาผิวเหมือนเดิมหมด เพิ่มแค่เจ้าตัวนี้เข้ามาเอง) เพราะฉะนั้นเรามาแก้อาการมโนกันดีกว่าครับ มาดูกันครับว่าเจ้า Fresh : Black Tea Firming Overnight Mask นี้มีสารประกอบอะไรบ้าง ถึงทำให้เรามโนไปได้ขนาดนี้ 🙂 ราคา 100ml/3,600 บาทครับ (ซื้อมาจาก Sephora ไม่ได้ส่วนลดอะไรเลย ของแถมก็ไม่ใช่ Fresh อีกแหน่ะ คราวหน้าต้องซื้อจาก Counter โดยตรงน่าจะ Work กว่าครับ) อย่างไรก็ตามถ้าใครเข้าไปทาง Website ของทาง Fresh เค้าก็จะเขียน Testimonial ไว้นะครับว่าทดสอบกับ 32 คน ได้ผลแบบนี้ๆ ในระยะเวลา 28 วัน บลาๆ เราก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่หรอก อ่านเองสนุกกว่าครับ เรามาเริ่มกันจากสารประกอบตัวแรกครับ มันคือ Jojoba นั้นเอง เรามักจะเห็นจากการโฆษณากันบ่อยๆ ว่ามันช่วยให้ผิวชุ่มชื้น แต่ในความเป็นจริงนั้น Jojoba มีคุณสมบัติหลากหลายมากๆ นะครับ เช่น ลดการระคายเคือง ช่วยสมานแผล ช่วยชะลอวัย เป็น Moisturizer รวมถึงการช่วยให้ผิวสามารถรักษาน้ำในผิวได้เพิ่มมากขึ้นครับ ศัพท์ที่ใช้กันบ่อยๆ จะเรียกว่า (Transepidermal water loss : TEWL) ซึ่งตรงนี้เปิดมาตัวแรกก็ตอบโจทย์การแก้ไขเรื่องหน้าแห้งของหมูได้ทันทีเลย สารสกัดที่เข้มข้นรองลงมา คือสารที่ใช้เป็น Product Line ของ Fresh ในตระกูล Black Tea ครับ ทาง Fresh ได้เลือกใช้น้ำมันสกัดจากเมล็ดชามาผสม ซึ่งในน้ำมันเมล็ดชานั้นประกอบไปด้วย Fatty Acid (FA) หลากหลายมากๆ ทั้ง Essential FA และ NON Essential FA โดย FA ทั้งหมดนี้ก็จะช่วยเสริมการทำงานของ Skin Barrier ช่วยให้ผิวอุ้มน้ำได้เป็นอย่างดีครับ นอกจากนี้มันยังมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี เป็นคุณสมบัติทาง Anti-Aging ครับ รองจากสารสกัดของเมล็ดชาก็จะยังมีสารสกัดจากพืชตระกูลต้นบานเย็นที่มีงานวิจัยชัดเจนอย่างมากในเรื่องของการเป็น Antioxidant และ Shea Butter ที่มีคุณสมบัติมากกว่าแค่การรักษาความชุ่มชื้นและเคลือบผิว เพราะตัว Shea เองก็เป็น Antioxidant และมีสารที่เสริม Skin Barrier อีกเช่นกันครับ มาถึงตัวที่น่าสนใจอีกตัวนั้นคือ Kigelia Africana ครับ ไม่มีชื่อภาษาไทยเพราะมันเป็นพืชที่เจริญเติบโตใน Africa ทั้งนี้จุดเริ่มต้นน่าจะมาจากการที่สาวชาวพื้นเมืองของ Africa นำผลของเจ้า Kigelia Africana มาบดแล้วนวดบริเวณหน้าอกเพื่อให้เกิดความเต่งตึงครับ …