Exfoliate

delicate : 2% Water Soluble BHA Exfoliate Toner

สวัสดีครับเรามาต่อจากตอนที่แล้วคือรายละเอียดของเจ้า delicate : Skin Illuminator Brightening Serum และ delicate : High Potency VC Serum กันนะครับ ตัวถัดมาที่จะเอามาอธิบายคือตัว BHA Toner นะครับ เป็นตัวที่หมูตั้งใจทำออกมามากๆ เพราะหมูเห็นจุดอ่อนของ BHA ในท้องตลาดคือจะมีกลิ่นฉุนรวมถึงทาแล้วหน้ามันเลื่อม บทจะทาทิ้งไว้ 15 นาทีก็ยังทิ้งความมันก่อนลงครีมตัวอื่นๆ ใช้แล้วหงุดหงิดผิวตัวเองอยู่เหมือนกัน เลยเป็นที่มาของเจ้า delicate : 2% Water Soluble BHA Exfoliate Toner ตัวนี้ครับ

The Review

ตามที่ได้เกริ่นไปข้างต้นถึงปัญหาในการใช้งานของ BHA ที่มีอยู่ในท้องตลาดที่มีกลิ่นค่อนข้างฉุนเล็กๆ มีสัมผัสหลังทาที่มันเลื่อม และแทบไม่ใส่สารบำรุงอะไรเพิ่มเติมเลย

สาเหตุที่ทำให้ BHA ตามท้องตลาดนั้นมันเลื่อมนั้น เพราะว่า BHA ทั่วๆไปต้องใช้สารละลายพวก Glycol ในปริมาณมากมาช่วยละลายไม่งั้นมันจะตกผลึกครับ ซึ่งการใช้สาร Glycol จำนวนมากจะไม่เหมาะกับผิวแพ้อะไรง่ายๆ (และมันจะอุดตันในบางคน) หมูก็เลยพยายามจะหาวิธีปรับตัว Product … ก็ใช้เวลาอยู่นาน คือตอนแรกไปเจอแบบ Encapsulated BHA จากการที่หมูคอยติดตามนักวิจัยท่านหนึ่งที่ Base ใน New York ซึ่งหมูเห็นเค้าเคยพยายามทำ Encapsulated BHA ออกผลที่ออกมาคือมัน Break แปลว่ามัน cap ไม่อยู่แล้วเมื่อเจอน้ำมันก็จะตกตะกอนนั้นเอง (ต่อมาก็ค่อยมีเวบไซต์ขายสารเค้าเอาเจ้า Encapsulated BHA มาขาย เป็นแบบให้เราเอาไปผสมใช้ได้เอง ก็เลยเอามาลองแต่ก็ยังติดๆเรื่องสัมผัสอยู่หน่อยๆเพราะมันก็ยังมีความมันวาวอยู่บ้าง จนสุดท้ายมาเจอสารที่ชื่อว่า “BioGenic Sallic-210” ตามด้านล่างนี้นะครับ

Screen Shot 2560-04-26 at 9.46.07 PM.png

สารตัวนี้เป็น Technology เฉพาะของทางบริษัท Biogenics นะครับ เค้าได้ปรับโมเลกุลของ BHA โดยนำพอลิแซ็กคาไรด์ (polysaccharide) ต่างๆมาประกอบกันแล้วก็ให้ชื่อว่า “Oligomer Complex” และก็ได้นำเจ้าสารตัวนี้มาใช้เป็นผนังห่อหุ้มโมเลกุลของ BHA เอาไว้ล่ะ Hi-tech ถูกจริตดีครับ เห็นแล้วเราก็เลยไปคุยกับ RD แล้วนำมาทดสอบดู ตอนที่ทดลองใช้อยู่ครั้งแรกก็รู้สึกว่ามันใช่!!! เนื้อเป็นน้ำๆเลย พอดมแล้วกลิ่นไม่ฉุนแถมหอมอ่อนๆเสียอีก

ปล. เจ้า BioGenic Salic-210 มี Full Ingredient คือ [Salicylic Acid (and) Polydextrose (and) Dextrin (and) Amylopectin (and) Niacinamide] นะครับ

I) BHA

  1. เมื่ออายุเรามากขึ้นผิวเราจะหมองลง หรือที่เรียกเป็นศัพท์ภาษาอังกฤษว่า “Dullness” นะครับ มันเกิดจากรอบการผลัดเซลล์ผิว (ขี้ไคล) ของคนเราจะยาวนานมากขึ้น โดย Milady’s Standard ตามด้านล่าง ก็จะพบว่ารอบการผลัดเซลล์ที่ปกตินั้นจะอยู่ในช่วงประมาณ 28 วันนะครับ แต่พออายุเรามากขึ้น ผิวของเราก็จะใช้เวลานานมากขึ้นในการหลุดลอกเซลล์ที่ตายแล้วออกไป ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของผิวที่อุกตัน หรือดูหมองคล้ำ ซึ่ง BHA ก็จะเข้ามาช่วยสลายกาวที่ยึดขี้ไคลนี้ให้สลายตัวได้ไวขึ้น ผิวของเราก็จะผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยนเหมือนยังเป็นวันรุ่นอยู่นั้นเอง
    • Babies: 14 Days
    • Teenagers: 21-28 Days
    • Middle Age Persons: 28-42 Days
    • Those 50 and Older: 42-84 Days
  2. มีความสามารถในการช่วยลดการผลิต Sebum หรือไขมันบนหน้าได้อีกด้วย
  3. นอกจากนี้ BHA ก็ยังยังช่วยให้รอยจากแผลสิว (Acne Lesion) ลดลงได้ และยังทำได้ดีกว่า BP (หรือ Benzac) อีกด้วย

II) GREEN TEA

0000049_diatea-green-tea-mix-250gm_760.jpeg

III) Soothing (Licorice&Sodium Hyaluronic)

พอจบเรื่อง BHA ไป ก็มามองจุดของของสินค้าในตลาดอีกคือพบว่า BHA ในท้องตลาดเองก็ใส่ชาเขียวมา แต่เห็นว่ามันตามหลังสารกันเสีย ซึ่งจุดนี้หมูมองว่าชาเขียวเองก็ควรจะใส่ในปริมาณที่เยอะขึ้นมาหน่อยเพื่อหวังผลในการเป็น Antioxidant และช่วยลดความมันได้บ้าง(เสริมการทำงานของ BHA) เพราะชาเขียวจะลดความมันได้มันต้องใส่ 2% เป็นต้นไป เราก็ใส่ไปให้มันถึง

นอกจากนี้ก็มาพิจารณาเพิ่มในส่วนของการลดอาการระคายเคือง และเพิ่มความชุ่มชื้นครับ เราก็เอารากชะเอมมาเพื่อ Sooth “ภาษา BA ชอบใช้คำว่าปลอบประโลมผิว” และ Sodium Hyaluronic เพื่อเติมความชุ่มชื้นเข้าไปอีกชั้นหนึ่งครับ

สรุปภาพรวมการใช้งาน

Toner ตัวนี้ทำมาเพื่อหลายวัตถุประสงค์ครับ ที่มาคือเราปรับปรุงจากข้อด้อยของสินค้าที่มีอยู่ในตลาดให้เป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ในด้านการใช้งานมากขึ้น โดยหน้าที่หลักของมันเองก็คือเพื่อลดการอุดตันสาเหตุหนึ่งของสิวครับ แล้วก็จะได้เรื่องผลพลอยได้ตามมาในส่วนของการลดความมัน เมื่อผิวมันน้อยลงรูขุมขนเองก็จะดูเล็กลงด้วยส่วนหนึ่ง

อีกเหตุผลหนึ่งคือหมูต้องการให้นำมาใช้ร่วมกับ Products อีก 2 ตัวของทาง delicate ด้วย นั้นคือ delicate : Skin Illuminator Brightening Serum กับ delicate : High Potency VC Serum ครับ โดยมันจะเข้ามาช่วยในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพให้วงจรการปรับผิวใสนั้นเป็นไปได้รอบด้านมากขึ้นนั้นคือการกำจัดเซลล์ที่มีเมลานินอยู่ให้หลุดหลอกออกไปนั้นเอง แถมยังเป็นการปรับสภาพผิวให้รับสารบำรุงได้เต็มที่มากขึ้นด้วยครับ

ราคา 890 บาท/100ml

สามารถติดต่อสอบถามสินค้าได้ที่

LINE @ : @delicateskins

หรือกด http://line.me/ti/p/~@delicateskins

Facebook : delicateskins

IG : delicateskins


รีวิวละเอียด ขี้เกียจอ่าน ข้ามเลย

เนื้อสัมผัส

delicate 2 Water Soluble BHA Exfoliate Toner 1

Toner ก็จะเป็นเนื้อน้ำๆเลยครับ มีสีอมน้ำตาลเล็กๆ กลิ่นของ BHA อ่อนๆ ไม่บาดจมูก

delicate 2 Water Soluble BHA Exfoliate Toner 2

แนะนำให้ใช้ร่วมกับสำลีนะครับเพื่อช่วยปาดเอาฝุ่นหรือเซลล์ผิวเก่าออกให้สะอาดมากขึ้น

delicate 2 Water Soluble BHA Exfoliate Toner 3

ซูมแบบอังกับแสงให้ดูเลยว่าไม่มันจริงๆครับ BHA สูตรน้ำของ delicate

รายละเอียดสาร

  1. Water
  2. Propanediol
    • เป็นทั้งตัวทำละลาย เพื่อลดความหนืดของเนื้อครีม และเป็น Humectant คือตัวให้ความชุ่มชื้นโดยการดึงน้ำในอากาศเข้าสู่ผิว
    • EWG 1 : เป็นสารสกัด glycol ชิดหนึ่งที่มีความบริสุทธิ์สูงซึ่งได้มาจากการหมักข้าวโพด เจ้าตัวนี้มี Formula เดียวกับ Propelene Glycol นะครับ (C3H8O2) แต่ในความเป็นจริงแล้ว Structure มันจะต่างกัน โดยหลักๆ แล้วเจ้า Propanediol จะมี Rating ในการเป็นพิษ (Toxicology profile) ต่ำกว่าเจ้า Propelene Glycol ครับ
  3. Butylene Glycol
  4. Camellia Sinensis Leaf Extract
    • 0000049_diatea-green-tea-mix-250gm_760.jpeg
    • Credit Photo : http://www.diatea.com
    • สารสกัดจากชาเขียวมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant อย่างดี แถมยังช่วยให้ผิวรักษาความชุ่มชื้นได้ยาวนานเพิ่มขึ้น ลดการสูญเสียน้ำของผิว (Transepidermal water loss : TEWL) ส่งผลให้ผิวมีความเรียบเนียนมากขึ้นครับ
    • ในสารสกัดจากชาเขียวนั้นจะมีเจ้า EGCG (epigallocatechin-3-gallate) เป็นสารตัวหลักๆ ครับ โดย EGCG ถือเป็นโภชนเภสัช (polyphenol) หรือ สารที่มีสมบัติที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งมีคุณสมบัติ ลดอาการสิว ลดความมันบนใบหน้า อีกทั้งยังสามารถช่วยลดการระคายเคืองที่เกิดจาก UV และยังถือเป็น Anti-aging อีกด้วยเพราะมันไปช่วยยับยั้งการทำลาย Collagen ครับ
    • ข้อมูลจากการวิจัยพบว่าเพียงแค่ 2% ก็รักษาสิวที่ไม่รุนแรงได้ครับ และเมื่อใช้ที่ 3% ก็จะช่วยลดปริมาณ Sebum หรือน้ำมันบนหน้าได้อีกด้วย
  5. Salicylic Acid
    • White-Willow-Bark.png
    • Credit Photo : www.annmariegianni.com
    • เจ้า Salicylic Acid นี้เป็น Chemical Exfoliator นะครับ มันช่วยให้ผิวเราผลัดได้ดีขึ้น ลดอาการอุดตัน เรียกกันย่อๆ BHA (β-hydroxy acid) เราสามารถนำมาทาได้เลยไม่ต้องออกแรงขัดเพราะการทำงานของมันไม่ได้อาศัยแรงเสียสีขัดไปมาเหมือน Physical Exfoliator คับ หมูไปเจอรายงานการทดสอบ BHA ที่ความเข้มข้นตั้งแต่ 2% ไปจนถึง 12 % ในกลุ่มคนทดลอง 23 คน ซึ่งเค้าก็พบชัดเจนครับว่าเจ้า BHA มันไปช่วยลอกเซลล์ผิวหนังชั้นนอกที่ตายแล้วโดยการไปละลายกาวที่ยึดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วให้มันเสื่อมได้ไวขึ้น (กาวนั้นมีชื่อว่า intercellular cement material นะครับ) ยิ่งเข้มข้นก็ยิ่งสามารถช่วยไปสลายกาวนั้นได้ครับ
    • ในความเป็นจริงแล้วเจ้า BHA นี้มีการใช้มาเนิ่นนานมากแล้วถึง 2000 ปี ครับ นั้นคือ Willow Bark นั้นเองครับ นอกจากนี้เจ้า BHA ยังมีความสามารถในการช่วยลดการผลิต Sebum หรือไขมันบนหน้าได้อีกด้วย
    • นอกจากนี้ก็ยังอ่านเจอวิจัยในส่วนของการลดรอยจากแผลสิว (Acne Lesion) ว่า BHA นั้นทำได้ดีกว่า BP
  6. 1 ,2-Hexanediol
    • เป็น Glycol ชนิดหนึ่งเป็น Humectant และมีคุณสมบัติในเรื่องของการเป็นสารกันเสียเพราะมันสามารถยับยั้งแบคทีเรียและยีสต์
    • มีการทำ Patch Test ที่ความเข้มข้น 15% ครับ ซึ่งก็พบว่ามันอ่อนโยนครับ
  7. Caprylhydroxamic Acid
    • Preservative เป็นสารกันเสียชนิดหนึ่งครับเรียกสั้นๆว่า CHA และยังเป็น Chelating Agent ด้วย
    • EWG 1 = อ่อนโยนครับ
  8. Dipotassium Glycyrrhizate
  9. Niacinamide
    • เจ้า Vitamin B3 นี้เป็นเหมือนวิตามินครอบจักรวาลจริงๆ ครับ มีชื่อเรียกอีก 2-3 ชื่อครับ คือ Niacinamide, Nicotinamide และ nicotinic amide ซึ่งเรามักจะเห็นว่ามีการนำมาใส่ในเครื่องสำอางค์กันเยอะมากๆ ครับ เอะอะก็โยนลงไป เพราะว่ามันเองมีความปลอดภัยสูงครับลักษณะของมันจะเป็นผงสีขาว สามารถละลายน้ำได้Vitamin B3 2.pngเรามาดูงานวิจัยของ Vitmin B3 กันบ้างว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้างครับ 1. มีงานวิจัยเพื่อการรักษาฝ้า โดยนำเจ้า Vitamin B3 ที่ความเข้มข้น 4% มาเทียบกับ Hydroquinone (HQ) 4% โดยใช้กับผู้ทดสอบที่มีอาการเป็นฝ้าจำนวน 27 ซึ่งผู้ทดสอบจะต้องทา Vitamin B3 กับ HQ ฝั่งละข้าง ผลปรากฎออกมาว่า ในระยะเวลา 2 เดือน ฝั่งที่ทา Vitamin B3 ลดฝ้าได้ 44% ในขณะที่ HQ ลดได้ 55% ครับ แต่คนเดินดินทั่วไปที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องฝ้าคงจะไม่บ้าไปใช้ HQ ทาหน้าโดยไม่มีหมอคอยจ่ายยาหรอกครับ หน้าพังพอดี อีกอย่าง Side Effect ของ HQ ก็เยอะกว่าด้วยDRP2011-379173.001.jpgDRP2011-379173.002.jpg2. มีงานวิจัยเพิ่มครับว่าการทา B3 ที่ 4% กับ Clindamycin 1% เพื่อการรักษาอาการอักเสบของสิว โดยทาเช้าเย็นระยะเวลา 2 เดือน ทดลองกับคน 36 คน ช่วยให้ 82% ของกลุ่มคนที่เข้ารับการทดลอง มีการอักเสบจากสิวลดลง ในขณะที่ผลการรักษาด้วย Clindamycin 1% กับอีก 36 คน นั้นช่วยลดการอับเสบได้ 68% ของกลุ่มตัวอย่าง) [Source : http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/7657446]3. มีรายงานการวิจัยเรื่องความสามารถในการลดการผลิตไขมันบนหน้าของ B3 ที่ 2% โดยเป็นงานวิจัยร่วมของทางอเมริกา และญี่ปุ่นครับ ซึ่งทางญี่ปุ่นเทสที่อาทิตย์ที่ 2 และ 4 ส่วนทางอเมริกาเทสที่อาทิตย์ที่ 3 และ 6 แล้วก็พบว่าที่ระดับ 2% มันสามารถช่วยลดการผลิต Sebum ได้ครับ [Source : http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/16766489]4. Dose ในการใช้ Vitamin B3 Max Dose โดยไม่รู้สึกระคายเคืองผิวมี Limit อยู่ที่ 10% ครับ [Source : http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/16596767]5. นอกจากนี้ B3 ยังเป็น Cell Communicating ช่วยให้เซลล์สื่อสารกันได้ดี จะได้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มปริมาณ Ceramide ในชั้นผิว ส่งเสริมให้ Skin Barrier มีความแข็งแรง (Source : http://www.paulaschoice.com/cosmetic-ingredient-dictionary/definition/niacinamide)
  10. Amylopectin
    • Amylopectin.gif
    • Credit Photo : chemtech.org
    • เป็นพอลิแซ็กคาไรด์ (polysaccharide) ที่มีความสามารถในการละลายน้ำ
  11. Dextrin
    • Dextrin.png
    • Credit Photo : wikipedia
    • เป็นพอลิแซ็กคาไรด์ (polysaccharide) ที่มีความสามารถในการละลายน้ำ
  12. Polydextrose
    • polydextrose.jpeg
    • Credit Photo : intechopen.com
    • เป็นคาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) โดยจัดเป็นใยอาหาร (dietary fiber) ประเภทละลายในน้ำได้
  13. Sodium Hyaluronate
    • pl8395140-remark.jpg
    • Credit Photo : http://www.hyaluronicaciddermalfiller.com
    • เจ้า HA (Hyaluronic Acid) เป็นตัวที่ทำหน้าที่หลักๆ ในการรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ชั้นผิวหนัง ซึ่งมันเป็น GAGs (Glycosaminoglycans) ชนิดหนึ่งที่พบในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
    • GAGs คือ โปรตีนที่มีโครงสร้างเป็นเส้นใยของเมทริกซ์ภายนอกเซลล์ (Extracellular Matrix) ซึ่งฝังอยู่ในเจล และเป็นโพลีแซคคาไรด์ที่ประกอบด้วยหน่วยของไดแซคคาไรด์ที่ซ้ำกัน โมเลกุลหนึ่งในสองของไดแซคคาไรด์จะเป็น N-acetylglucosamine หรือ N-acetylgalactosamine โดยโมเลกุลนี้จะมีความเป็น Acidic sugar (มีความเป็นกรด/มีประจุลบ)
    • GAGs เป็นคาร์โบไฮเดรตที่จำเป็นสำหรับร่างกาย กล่าวคือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน นอกจากนี้ GAG ยังมีคุณสมบัติดูดน้ำจึงทำให้เนื้อเยื่อสามารถทนทานต่อแรงกดดันได้
    • ไปเจอ Report ในส่วนของความสามารถในการซึมเข้าสู้ผิวของ HA พบว่า HA ที่มีน้ำหนัก 20-300 kDa นั้นจะสามารถซึมลงไปในผิวได้ แต่พวกที่มีน้ำหนัก 1000-1400 kDa จะไม่สามารถ
    • โดยทั่วไปแล้วขนาดโมเลกุลของ Hyaluronic  Acid อยู่ที่ประมาณ 3,000 nm ซึ่งช่องว่างของผิว (intercellular space) นั้นจะมีขนาดเพียง 15-50 nm เท่านั้น มันจึงไม่ได้สามารถซึมลงเข้าสู่ผิวได้นะครับ
    • SODIUM HYALURONATE เป็น HA ที่มีโมเลกุลเล็กกว่า HA ทั่วๆ ไป
    • ไปเจอการศึกษาของตัว Nano-Hyaluronic (ขนาดประมาณ 5 nm) เค้าเอาไปทดสอบกับผู้หญิงจำนวน 33 คน รวมแล้วมีค่าเฉลี่ยของอายุที่ 45.2 ปี เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ พบว่ามันสามารถช่วยลดความลึกของร่องริ้วรอยได้ 40% รวมถึงความชุ่มชื้นของผิว (skin hydration) ก็เพิ่มขึ้น 55%
  14. Disodium EDTA
    • Chelating Agent มีหน้าที่จับโลหะแขวนลอยที่ทำให้ครีมเสื่อมสภาพ
Ingredients : Water (Aqua) • Propanediol (hydration) • Butylene Glycol (hydration) • Camellia Sinensis Leaf Extract (green tea/skin calming/antioxidant) • Salicylic Acid (beta hydroxy acid/exfoliant) • 1 ,2-Hexanediol (hydration) • Caprylhydroxamic Acid (preservative) • Dipotassium Glycyrrhizate (soothing agent) • Niacinamide (vitamin B3/antioxidants/skin-restoring/whitening) • Amylopectin (water soluble polysaccharide) • Dextrin (texture enhancer) • Polydextrose (texture enhancer) • Sodium Hyaluronate (antioxidant/hydration) • Disodium EDTA (chelating agent)
Advertisements