Eye Cream

Kiehl’s : Powerful-Strength Line-Reducing Eye-Brightening Concentrate

สวัสดีครับ วันนี้หมูเอา Kiehl’s มารีวิวบ้างนะครับ จริงๆแล้วหมูเองใช้ Products ของทาง Kiehl’s มาก็ระดับหนึ่งนะครับ ไม่ถึงกับได้ลองทุกตัวแต่ก็ถือว่าได้สัมผัสมาหลายตัวอยู่ เราก็ลองหลายๆ Brand กระจายๆกันไปเนาะ ของ Kiehl’s ที่หมูได้ลองใช้ไม่ว่าจะเป็นครีมทาตัว Superbly Restorative Argan Body Lotion หรือ Serum เอาไว้ลดจุดด่างดำ Clearly Corrective™ Dark Spot Solution ที่ได้ใช้ไปทั้งหมด 2 ขวด … ก็เห็นเค้าบอกว่ามันจะช่วยลดจุดดำๆบนใบหน้าให้จางลงเราก็ทาไปเรื่อยๆ ไม่คิดอะไรมาก หน้าก็โอเคนะครับเพียงแต่ไม่ได้ไปจับสังเกตุมันเท่าไหร่ (อาจจะเพราะไม่ได้มีจุดดำบนหน้าที่เห็นชัดเจนอยู่แล้วก็เป็นได้) อีกตัวหนึ่งที่ทุกๆคนต้องได้ลองแน่ๆของ Kielh’s นั้นก็คือ Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate ครับมันก็เป็น Vitamin C ใน Form Ascorbic Acid หรือที่หมูมักจะเรียกสั้นๆว่า AA ตัวนี้ข้อดีมีมาก หมูใช้แล้วหน้าใสจริง ใช้ตั้งแต่เค้าออกรุ่นแรกๆเลยที่ขวดเป็นฝากดป๊อกแป๊กใช้ยากๆ จนเค้าเปลี่ยนมาเป็นหัวปั๊ม และจนมีขนาด 75 ml หมูก็ไปสอยมาใช้ตามมาตลอด (น่าจะมี 3 – 4 ขวดได้) อย่างไรก็ตามมันเองก็มีข้อเสียเหมือนกันนะครับเพราะ AA มัน Oxidize ค่อนข้างไว ปลอกหมอนก็เหลืองกันไป (ตื่นมาบางก็นึกว่านี้ละเมอเอาซุปข้าวโพดมากินหรอ 555+) หากทาตอนเช้าหน้าก็จะอมเหลืองๆจางๆในช่วงสายๆด้วยนะครับ (ถ้าไม่สังเกตุก็คงไม่รู้สึกอะไร) แต่ถามถึงผลที่ได้คือหน้าเรากระจ่างใส ดูสดขึ้น ดู Bright ขึ้นครับ (ขวด 75 ml นี้ใช้ไม่หมดจริงๆ มันเหลืองจนเป็นน้ำตาลเข้มไปเสียก่อน จริงๆถ้าใครจะใช้ก็อยากแนะนำให้ใช้ขนาดเล็กแล้วรีบใช้ให้หมดไปตามรอบน่ะครับ)

ทีนี้เมื่อเวลาผ่านไปเจ้า Line AA 10.5% นี้ก็จะดูเป็นที่ Popular ในไทยมากมาย ต่างประเทศก็คงด้วย เค้าก็เลยแตกไลน์ที่เป็น Eye มาให้เราได้เว้อเวินกันอีก (แตกมาเป็นปีพึ่งจะไปเอามาลอง…) ตัวหมูเองเห็นครั้งแรกก็มีความรู้สึกอยู่ 2 มุมนะครับ หนึ่งคือ Packaging น่ารักจังชอบมากเห็นแล้วถูกจริต สองคือเราเชื่อมั่นใน AA มานานแล้วล่ะจากสูตรเก่าที่เอาไว้ทาหน้า

อย่างไรก็ตาม หมูก็ยังไม่ได้คิดจะหยุดซื้อใช้เจ้าตัวนี้ครับ เพราะที่ผ่านมาหมูใช้ Eye Cream ตัวอื่นๆที่หลากหลายมากๆ จากการที่เป็นคนชอบทดลองชอบอ่านสาร เวลาเห็นอะไรใหม่ๆ ก็จะแบบขอลองก่อนแล้วกัน AA เราก็รู้ผลของมันอยู่แล้วว่าจะเป็นยังไงก็ทิ้งไว้ตรงนั้นแหล่ะ เราก็ไปลองทั้ง AlgenistDr.Ci:Labo และ Dr Dennis Gross ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีจุดขายของสารประกอบที่แตกต่างกันไป โดยที่จุดมุ่งหมายของแต่ละตัวก็เน้นไปที่เรื่อง Crow Feet (ตีนกา) นั้นแล…

อย่างไรก็ตาม มันก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะหยิบมารีวิวเสียที เพราะเมื่อวันก่อนต้องไปทำงานที่ต่างประเทศ เราก็มีความรู้สึกว่าอยากหาอะไรให้กับเพื่อนในเพจที่มาเปิดใจใช้สินค้าที่หมูทำขึ้นมา delicate เราก็เดินไปเจอตัวนี้เข้า แล้วแบบ… ยืนเหมือนคนเอ๋อๆ จ้องไปที่ขวด Eye Cream จนพนักงานงงว่าไอ่นี้เป็นอะไร 5555 สรุปว่ามันก็เป็นอะไรที่เราอยากลองมานานแล้วนะทำไมไม่ลองล่ะ สุดท้ายตัดสินใจซื้อมา 2 ขวดครับ แจก 1 และเอามาใช้เอง 1 🙂

อธิบายสารแบบย่อ

ในเรื่องของสูตรนั้นก็เรียบง่ายมากๆ ครับ จะขออธิบายแบ่งไปตามนี้แล้วกัน

1. Ascorbic Acid (AA) : มันคือตัวชูโรงของเค้าเลยครับเป็น Vitamin C นั้นเอง

620px-L-Ascorbic_acid.svg.png

ตัวนี้ไม่ต้องพูดอะไรมากประสิทธิภาพล้นหลามอยู่แล้ว ถ้าไม่นับเรื่องความเสถียรต่ำ คุณสมบัติของมันก็ถือได้ว่าดีที่สุดแล้วล่ะ เพราะได้รับการพิสูจน์แล้วในการทดสอบกับคน (Human in vivo) พบว่าแทรกซึมเข้าสู่ผิวไปกระตุ้นการสร้างเซลล์ต่างๆ ได้ ปกป้องผิวจาก UV ลดปริมาณเม็ดสี เป็น Antioxidant และ เพิ่มปริมาณ Collagen ในชั้นผิวของเราได้ ข้อแม้คือมันจะมีความเสถียรที่ค่า PH 3.5 และต้องอยู่ในรูปแบบที่ไม่มีน้ำเลย (Anhydrous Systems) ดังนั้นการใช้งานของเจ้าตัวนี้จึงมีข้อจำกัดสูง ส่งผลให้มีการคิดค้นหา Vitamin C Derivative ในรูปแบบอื่นๆ ตามมาทั้งแบบที่ละลายในน้ำมัน หรือแบบที่ไม่ต้องใช้ความเป็นกรดในการคงความเสถียร

2. สามประสานที่เอามาอัดเรื่องรอยคล้ำใต้ตาประกอบไปด้วย ESCIN, N-Hydroxysuccinimide และ CHRYSIN

  • ESCIN เป็นสารเภสัชวิทยา (pharmacological) ต่อผิว สกัดได้จาก Horse Chestnut โดยสารสกัดที่ได้อาจจะเขียนว่า Aescin ซึ่งเป็นสารประกอบประเภทสาร Saponin ที่มีความสามารถในการช่วยให้ระบบเลือดไหลเวียนดีขึ้น จากการที่มันไปทำให้เส้นเลือดและหลอดเลือดหดตัว นอกจากนี้มันยังสามารถออกฤทธิ์ในการต้านการอักเสบด้วย ซึ่งตรงนี้ก็จะให้ผลที่ช่วยลดรอยเส้นเลือดฝอยแตกเล็กๆ จากการขยี้ตาได้ครับ
  • N-HYDROXYSUCCINIMIDE ตัวนี้ยังหาข้อมูลใน Pubmed ที่ช่วยเรื่องรอยคล้ำใต้ดวงตาได้ แต่มันก็เป็นสารที่เอาเข้ามาเคลมในเรื่องนี้โดยเฉพาะ เจ้าตัวนี้มักจะถูกใส่อยู่ใน Eye Cream Product เพราะมันจะไปช่วยลดอาการไหลเวียนของเลือดหรืออาการอักเสบที่ทำให้เรามีแพนด้าใต้ตา (ส่วนตัวคิดว่าเค้าฉลาดที่เอามาใส่คู่กับ Escin ล่ะ ประสานการทำงานได้ดีทีเดียว) อย่างไรก็ตามเรามักจะเห็นมันมาคู่กับ chrysin นะครับ และจะจับคู่กันมาอยู่ใน Eye Cream ที่อ้างสรรพคุณในเรื่องของการลด dark circle หรือรอยคล้ำของถุงใต้ตานั้นเอง ใส่กันหลาย Brand เลยล่ะ Dior / Algenist / Estee Lauder / Lancôme มากมายอะ
  • CHRYSIN เป็นสาร Isoflavone ที่มักจะสกัดได้จากดอกของเสาวรสครับ passiflora caerulea (blue passion flower) ก็จะเน้นในเรื่องของการเป็นการลดอาการอักเสบ ลดผลกระทบจากการทำร้ายของ UVA UVB, เป็น Antioxidant, เป็น Photo aging, ช่วยสร้าง Collagen I และ ยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้อีกด้วย
  • สรุปว่าเป็นสามประสานที่หมูอ่านแล้วเฮ้ย เก๋ร์ มีความเหมาะเจาะ มีความลงตัว มีความ Tango เว้อร์เวินอยู่ในทีแต่ไม่แสดงออก (เพราะจะเน้นขาย Vit C)

3. Matrixyl® 3000 (PALMITOYL OLIGOPEPTIDE/PALMITOYL TETRAPEPTIDE-7) เป็นสารตัวที่ 14 และ 16 ของ Eye Cream ตัวนี้นั้นเอง คำกล่าวอ้างจากผู้ผลิตสารจะบอกว่ามันสามารถช่วยในเรื่องของกากระตุ้นการสร้าง Collegen ได้ (เพื่อหวังผลในเรื่องของการลดริ้วรอยต่างๆ) จึงมักจะถูกใส่อยู่ใน Anti-aging Product มีการศึกษาแต่ไม่ได้ตีพิมพ์อย่างชัดเจนนะครับ อันนี้ก็ต้องไปพิจารณากันต่อว่าจริงไหม แต่เค้าอ้างว่ามันสามารถเสริมสร้าง Collagen ได้ครับ

สรุปภาพรวม และความรู้สึกในการใช้งาน

Kiehl’s  Powerful-Strength Line-Reducing Eye-Brightening Concentrate 4.jpg

หมูเองเห็นตอนแรกก็ชอบ Packaging แล้วนะครับ ที่ผ่านมาเองก็ไม่เคยคิดจะซื้อใช้เลย เรามัวแต่ไปมองหาครีมตัวอื่นๆ ที่มีส่วนผสมหวือหวาโดยที่ยังไม่เคยมาพิจารณาเจ้าตัวนี้จริงๆซักที จนมาวันนี้อ่านสูตรจนครบแล้วมีความรู้สึกดีกับเจ้า Kiehl’s : Powerful-Strength Line-Reducing Eye-Brightening Concentrate ตัวนี้ขึ้นมาทันที

ในด้านของการใช้งานนั้นจะบอกว่าหัวปั๊มของเค้าไม่จำเป็นต้องกดแรงเลย และไม่จำเป็นต้องกดลงไปสุดปั๊มด้วย แค่แตะๆเนื้อครีมก็ออกมาแล้วล่ะครับ แต่มีข้อเสียตามที่หมูเคยบอกไปว่า AA มันไม่เสถียรเท่าไหร่ ดังนั้นตอนที่หมูเอามาใช้ได้ประมาณ 4 – 5 วันแรก เนื้อครีมที่กดออกมานั้นจะค่อนข้างมีสีเหลืองเข้มอมน้ำตาลเลยทีเดียว แต่พอกดใช้ไปเรื่อยๆเนื้อครีมก็จะมีสีอ่อนลงครับ ทั้งนี้เมื่อทาลงไปบนผิวเราก็จะรู้สึกอุ่นๆหน่อยนะ

ในส่วนของการใช้งานหมูใช้ตัวนี้หลังจากลง Pre Serum & Serum แล้วนะครับ เพราะหมูทาทั้งสองตัวลงใต้ตาด้วยเช่นกัน แล้วค่อยลงเจ้าตัว Eye Cream นี้ไปที่ใต้ตาก่อนแล้วค่อยวนไปที่เปลือกตา เพื่อนๆถ้าจะทาเปลือกตาด้วยก็ระวังเข้าตากันดีๆนะครับ จนมาสุดท้ายหมูก็จะมาแตะตรงหางตาที่มักจะเป็นรอยตีนกาชัดๆย้ำลงไปอีกซักเล็กน้อยเป็นอันเสร็จพิธี

ปล. แอบบอกว่าสารที่ใช้ในครีมตัวนี้คล้ายกับของ Dr Dennis Gross มากเลยอะทั้ง N-Hydroxysuccinimide, CHRYSIN และ Matrixyl® 3000 ต่างกันที่ตัวนี้ใช้ Vit C แต่ของ Dr Dennis Gross เค้าไปเน้น Vit A กับ Ferulic Acid

สรุปข้อดี/ข้อเสีย

ข้อดี

  1. ใช้ Vitamin C รูปแบบ AA ในปริมาณที่ให้ผลได้จริง
  2. ใช้สารประกอบที่เข้ามาช่วยลดเลือนริ้วรอยและรอยหมองคล้ำเสริมการทำงาน
  3. Packaging ทึบแสง
  4. ไม่มีสีและน้ำหอม

ข้อเสีย

  1. Vitamin C จะเหลืองขึ้นเรื่อยๆทำให้หมอนเหลือง หรือถ้าใช้ในตอนเช้าสีผิวก็จะอาจจะดูอมเหลืองหน่อยๆได้
  2. เนื่องจาก AA ไม่ถูกกับน้ำซักเท่าไหร่ แต่ในสูตรก็ยังมีน้ำติดมาเบาๆ ตรงนี้จริงๆแล้วส่วนตัวหมูไม่ได้คิดมากนะ แต่ก็ต้องเขียนไว้หน่อยครับ

ราคาประมาณ 1,600 บาท/15ml

อย่าลืมไป Update ข่าวสารที่ Facebook : livelymoo กันนะครับ


รีวิวละเอียด ขี้เกียจอ่าน ข้ามเลย

เนื้อสัมผัส

Kiehl_s Powerful-Strength Line-Reducing Eye-Brightening Concentrate 1

เนื้อครีมสีเหลืองมีกลิ่นของวิตามินซีชัดเจนครับ (ใครไม่เคยใช้จะไม่เข้าใจต้องไดมกันเองเนาะ)

Kiehl_s Powerful-Strength Line-Reducing Eye-Brightening Concentrate 2

เมื่อเริ่มเกลี่ยเนื้อของมันจะดูเหมือนมีเม็ดทรายเล็กๆบอกไม่ถูก ตรงนี้อาจจะเป็น silicone ที่ยังจับตัวกันอยู่ก็เป็นได้ครับ ระหว่างที่เกลี่ยไปก็จะรู้สึกเริ่มอุ่นๆในบริเวณที่เกลี่ยด้วยล่ะ

Kiehl_s Powerful-Strength Line-Reducing Eye-Brightening Concentrate 3

เห็นเนื้อดูเหมือนจะเหลวๆ เอาจริงๆ แล้วมันก็มีความหนืดเบาๆนะรับ จะไม่ได้เกลี่ยง่ายเหมือนน้ำเสียทีเดียว แต่ก็เกลี่ยไม่ได้ยากมากครับ ส่วนตัวจะชอบเนื้อหนักหน่อยสำหรับรอบดวงตาครับ

อธิบายสารอย่างละเอียด

  1. PROPYLENE GLYCOL
    • สารช่วยเพิ่มการกระจายตัว
  2. CYCLOPENTASILOXANE
    • เจ้าตัวนี้เป็น Silicone แบบเบาบางครับ มันจะเบากว่า Dimethicone ทั้งนี้คนที่มีผิวมันจะเหมาะกับ Silicone ตัวนี้มากกว่า (แม้ว่า Dimethicone จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ แถมยังทำให้ Product มีความ Silky Smoth ทั้งนี้ไม่มี Primer ตัวไหนที่ไม่ใส่ Silicone หรอกครับ เป็นไปได้ยากหรือแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป)
  3. ASCORBIC ACID
    • 620px-L-Ascorbic_acid.svg.png

      Credit : wikipedia.org

    • ตัวนี้คือ Vitamin C พื้นฐานตั้งต้นตัวแรกสุดครับ ถ้าไม่นับเรื่องความเสถียรต่ำ คุณสมบัติของมันก็ถือได้ว่าดีที่สุดแล้วล่ะ เพราะได้รับการพิสูจน์แล้วในการทดสอบกับคน (Human in vivo) พบว่าแทรกซึมเข้าสู่ผิวไปกระตุ้นการสร้างเซลล์ต่างๆ ได้ ปกป้องผิวจาก UV ลดปริมาณเม็ดสี เป็น Antioxidant และ เพิ่มปริมาณ Collagen ในชั้นผิวของเราได้ ข้อแม้คือมันจะมีความเสถียรที่ค่า PH 3.5 และต้องอยู่ในรูปแบบที่ไม่มีน้ำเลย (Anhydrous Systems) ดังนั้นการใช้งานของเจ้าตัวนี้จึงมีข้อจำกัดสูง ส่งผลให้มีการคิดค้นหา Vitamin C Derivative ในรูปแบบอื่นๆ ตามมาทั้งแบบที่ละลายในน้ำมัน หรือแบบที่ไม่ต้องใช้ความเป็นกรดในการคงความเสถียร

    • ทีนี้หลายๆ ท่านก็อาจจะเคยได้ยินคำว่า L-Ascorbic Acid และ D-Ascorbic Acid ซึ่งก็จะมาบอกว่าทั้ง 2 ตัวนี้ก็เป็น AA นั้นล่ะครับ เพราะ AA จะมีอยู่ 2 รูปแบบคือ แบบ L และ D ครับ ต่างกันที่การจัดเรียงโมเลกุล โดยแบบ D จะมาจากการสังเคราะห์นะครับ ไม่สามารถเจอได้ในธรรมชาติ อย่างในผักผลไม้ต่างๆ ครับ (จากการนั่งอ่านข้อมูลโดยทั่วไปก็จะมีการ Recommend ให้ใช้แบบ L จะดีกว่าครับ)มีงานวิจัยว่าการใช้งาน AA และ MAP (Vitamin C อีกรูปแบบอธิบายด้านล่าง) เพียง 2% ก็ทำให้ผิวหนังเราเสริมสร้างขึ้นมาได้แล้วครับ ทดสอบโดยความหนาของชั้น Epidermal ครับสรุป
      • เสถียรที่ PH 3.5
      • ความเสถียรน้อย ต้องอาศัย PH และส่วนผสมต้องไม่มีน้ำ
      • สามารถซึมเข้าไปในผิวได้จริง (In Vivo)
      • เพิ่มปริมาณ Collagen ได้จริง (In Vivo)
      • ลดปริมาณเม็ดสีได้จริง (In Vivo)
      • เพิ่มความชุ่มชื้นของผิวได้ และลดการสูญเสียน้ำได้

      Sources:

      1. Regulation of collagen synthesis by ascorbic acid.

      2. Protection against minocycline pigment formation by ascorbic acid (vitamin C).
      3. Histopathological, morphometric and stereological studies of ascorbic acid and magnesium ascorbyl phosphate in a skin care formulation.
      4. In vitro antioxidant activity and in vivo efficacy of topical formulations containing vitamin C and its derivatives studied by non-invasive methods
  4. GLYCERIN
    • Humectant ให้ความชุ่มชื้นแบบดูดน้ำเข้าสู่ผิว
  5. CETYL PEG/PPG-10/1 DIMETHICONE
    • เป็น Silicone ที่ทำหน้าที่ทั้ง Emulsifier และ Skin Conditioning ครับ ตัวนี้มีชื่อทางการค้าว่า Ambil EM 90 มันจะให้ความรู้สึกเรียบลื่นมักใช้ใน Anti Aging และ Eye Cream
  6. DIMETHICONE CROSSPOLYMER
    • Silicone
  7. AQUA / WATER
  8. LAUROYL LYSINE
  9. ACRYLATES COPOLYMER
  10. ESCIN
    • Aesculus Hippocastanum
    • สารสกัดที่ได้จาก horse chestnut มีความสามารถในการเป็น เภสัชวิทยา (pharmacological) ต่อผิว โดยสารสกัดจากตัวนี้จะมี Aescin ที่เป็นสารประกอบประเภทสาร Saponin ซึ่งมันมีความสามารถในการช่วยให้ระบบเลือดไหลเวียนดีขึ้น โดยการทำให้เส้นเลือดและหลอดเลือดหดตัว และยังสามารถออกฤทธิ์ในการต้านการอักเสบด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะคุ้นกับยาตัวหนึ่งที่ใช้ทาคือยาเรพาริลเจล (Reparil gel)
    • นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการช่วยเรื่องผิวไหม้จากแดด และ Photo Aging (ผิวโดนทำร้ายจากแสงแดดทำให้ดูแก่ขึ้น
  11. SILICA DIMETHYL SILYLATE
  12. ADENOSINE
    • ถ้าใครที่เรียนเรื่องเซลล์มาจะคุ้นกับคำว่า ATP (Adenosine Triphosphate) ซึ่งจะเป็นสารที่ทำหน้าที่ให้พลังงานแก่ Cell ประกอบมาจาก Adenine + Ribose sugar = Adenosine แล้วจึงต่อกับหมู่ฟอสเฟต 3  หมู่ [ใครที่สนใจอยากอ่านในเชิงลึกลองไปอ่านตาม Linkนี้ครับ]
    • เจ้าตัวนี้เป็น Anti Aging ที่โด่งดังมานานแล้วครับ มันสามารถช่วยลดริ้วรอยได้ช่วยให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้น
    • สามารถช่วยลดอาการอักเสบของผิว และช่วยเสริมกระบวนการรักษาบาดแผลได้
  13. N-HYDROXYSUCCINIMIDE
    • N-Hydroxysuccinimide.png
    • Credit Photo : wikipedia
    • ตัวนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจครับ เพราะว่ามันมักจะถูกใส่อยู่ใน Eye Cream Product ล่ะ เพราะมันจะไปช่วยลดอาการไหลเวียนของเลือดหรืออาการอักเสบที่ทำให้เรามีแพนด้าใต้ตา (ส่วนตัวคิดว่าเค้าฉลาดที่เอามาใส่คู่กับ Escin ล่ะ ประสานการทำงานได้ดีทีเดียว)
    • เจ้าตัวนี้ส่วนใหญ่เราจะเห็นมันมาคู่กับ chrysin นะครับ และจะจับคู่กันมาอยู่ใน Eye Cream ที่อ้างสรรพคุณในเรื่องของการลด dark circle หรือรอยคล้ำของถุงใต้ตานั้นเอง ใส่กันหลาย Brand เลยล่ะ Dior / Algenist / Estee Lauder / Lancôme มากมายอะ
    • อย่างไรก็ตามหมูยังไม่เจอข้อมูลใน Pubmed นะครับตัวนี้
  14. PALMITOYL OLIGOPEPTIDE
    • สารตัวที่ 14 และ 16 หมูเข้าใจว่ามันมาด้วยกันนะครับ มันคือ Matrixyl® 3000 ครับ เรามักจะเห็น Matrixyl® 3000 ใน Product ของ No.7 ครับ คำกล่าวอ้างจากผู้ผลิตสารจะบอกว่ามันสามารถช่วยในเรื่องของกากระตุ้นการสร้าง Collegen ได้จึงมักจะถูกใส่อยู่ใน Anti-aging Product
    • มีการศึกษาแต่ไม่ได้ตีพิมพ์อย่างชัดเจนนะครับ อันนี้ก็ต้องไปพิจารณากันต่อว่าจริงไหม แต่เค้าอ้างว่ามันสามารถเสริมสร้าง Collagen ได้ครับ
  15. CHRYSIN
    • maxresdefault.jpg
    • เป็นสาร Isoflavone ที่มักจะสกัดได้จากดอกของเสาวรสครับ passiflora caerulea (blue passion flower) ก็จะเน้นในเรื่องของการเป็นการลดอาการอักเสบ ลดผลกระทบจากการทำร้ายของ UVA UVB, เป็น Antioxidant, เป็น Photo aging, ช่วยสร้าง Collagen I และ ยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้อีกด้วย
  16. PALMITOYL TETRAPEPTIDE-7
Advertisements

1 Comment

  1. Pingback: delicate : Skin Illuminator Brightening Serum | livelymoo

Comments are closed.