Eye Cream

Sabainang : Eye Cream

สวัสดีครับวันนี้หมูมีของดีราคาก็ดีด้วยมานำเสนอล่ะ ถือเป็นความภูมิใจของตัวหมูเองมากที่ได้เอามานำเสนอให้เพื่อนๆ ที่ติดตามกันมาได้ใช้ของดีราคาไม่แพง ตัวนี้เป็นสินค้าของทางสไบนางนะครับ ตั้งชื่อได้ตรงตัวมาแรงๆเลยคือมีชื่อว่า Eye Cream! 555+ ปกติจะเห็นแต่ละ Brand ตั้งชื่อกันหรูหราใช้คำว่า Repair บ้าง Lift บ้างต่างๆนาๆ แล้วแต่สารที่เค้าจะสรรหามาใส่กัน คำถามคือแล้วเจ้าตัวนี้มันเป็น Eye Cream ที่เน้นในด้านไหนล่ะ? เรามาหาคำตอบกันครับ เข้าเรื่องเลย หมัดตรง อิอิ

หมูจะขอบอกว่า Eye Cream ตัวนี้มีสารดีๆหลายตัวอยู่เลยทีเดียวนะครับ เค้าเน้นการแก้รอยแดงจากเส้นเลือดฝอยแตกที่เป็นสาเหตุหนึ่งของใต้ตาที่มีอาการแดงๆ นอกจากนี้ก็ยังมีสารที่ให้ความชุ่มชื้น และสารที่มีแนวโน้มว่ามันอาจจะช่วยในเรื่องของการปรับ Texture ของผิวให้ดีขึ้น ทั้งนี้หมูมองประโยชน์ที่จะได้จาด Eye Cream ตัวนี้ออกเป็น 3 แง่มุมดังนี้นะครับ

1. ส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น ความแข็งแรงของผิว ได้แก่ Jojoba Oil /Squalene / Collagen / Yeast Protein

  • Jojoba Oil และ Squalene นั้นสามารถช่วยให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น โดยเฉพาะ Squalene มี Skin Barrier ที่ดีเป็นทั้ง anticancer, antioxidant, drug carrier, detoxifier, ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และ emollient (แทรกตามรอยแตกของผิว) อย่างไรก็ตามหมูจะชอบเวลามันอยู่ใน From ของ Squalane มากกว่าเพราะมันเสถียรกว่า
  • ส่วน Collagen มันซึมลงผิวไม่ได้ แต่ต่อให้ซึมลงไปได้ก็ใช้ว่าจะเอาไปใช้ได้ทันที โดยหลักทั่วไปแล้ว Collagen มีหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวชั้นนอกได้ครับ
  • ตัวสุดท้ายคือ Saccharomyces Cerevisiae ที่เป็นสารสกัดจากยีสต์ โดยมีงานวิจัยว่ามันสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยให้ Texture ของผิวได้ดีขึ้นนะครับ

2. ส่วนผสมที่เน้นไปทาง Flavonoid และเป็น Antioxidant ซึ่งจะเข้ามาช่วยในเรื่องของการรักษาอาการเส้นเลือดฝอยแตกต่างๆ ประกอบไปด้วย Butcher’s broom / Centella / Calendura / Horse Chestnut

  • ทั้งหมดนี้จะเข้ามาช่วยในการรักษาเส้นเลือดฝอยที่แตก หรือว่ารอยแดงๆ โดย Flavoniod จะเข้าไปช่วยให้เส้นเลือดมีความแข็งแรงมากขึ้น ส่งผลให้ความดันภายในเส้นเลือดดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการช่วยให้ Cell สามารถสมานแผลได้ดีขึ้น และช่วยเป็น Antioxidant ให้ผิวได้รับผลกระทบต่อรังสี UV น้อยลงอีกด้วย (สารสกัดจากดอกดาวเรืองช่วยเรื่องนี้)
  • รายละเอียดสารแต่ละตัวเป็นอย่างไรอ่านกันที่ด้านล่างได้เลยนะครับ มันเยอะจริงๆ แต่อยากสรุปให้ง่ายๆ ไวๆ

3. ส่วนประกอบอื่นๆ ปลีกย่อย

  • เป็นสารสกัดจากแตงกวาที่ช่วย Sooth ผิวกับสารสกัดจากชะเอมที่มี Profile ในเรื่องของการลดการระคายเคืองทั้งคู่ รวมถึงสารสกัดจากชะเอมมี Profile ในการเป็น Whitening ด้วย

ผลการใช้งานโดยรวม

เจ้า Eye Cream ตัวนี้ถ้าเป็นหมูนะ หมูจะขอตั้งชื่อมันว่า Multi-Corrective Retexturing !!! คือมันมีสาร Flavonoid มาหลากหลายมากๆ ซึ่งเป็นตัวช่วยให้รอยแดงต่างๆหายได้ไวขึ้น เป็น Whitening จากสารสกัดรากชะเอม มี Antioxidant ที่ดีในการลดผลกระทบจากรังสี UV และมี ตัว Yeast Protein ที่เราคาดหวังว่ามันจะช่วยให้เรื่องของการปรับ Texture ของผิว (เหมือน SK-II)

เนื้อสัมผัสของมันมีความแน่นเบาๆ คือไม่เบาจนไหล แต่ก็ไม่หนักจนเป็นครีม ส่วนใหญ่เราจะเรียกลักษณะแบบนี้ว่า Gel Like อย่างไรก็ตามเมื่อทาลงไปบริเวณรอบดวงตาแล้วมันกลับให้ความชุ่มชื้นได้ยาวนานไม่ได้ระเหยหายไปเหมือน Gel ทั่วๆไปญี่ นอกจากนี้หมูได้ข้อมูลเด็ดๆมาจากการสอบถามผู้ผลิตว่าเค้าได้ใช้กรรมวิธีในการสร้างเนื้อครีมที่ไปเรียนมาจากทางปุ่นโดยเฉพาะคือการเอาน้ำมาหุ้มน้ำมันจึงทำให้เราพอจะคาดหวังผลการซึมเข้าสู่ผิวได้เพิ่มขึ้นจากครีมทั่วไป ที่สำคัญคือหมูบอกได้เลยว่าการใช้ Emulsifier ราคาแพงเกรด Premium แบบนี้โรงงานทำครีมทั่วๆไปในไทยไม่ยอมเสียเงินต้นทุนแบบนี้แน่ๆ ครับ สาร Emulsifier นี้เรียกว่า Behenyl Alcohol นะครับ ซึ่งแม้แต่ Shiseido Bio-performance Super Restoring Cream ก็ได้นำมาใช้เพราะมันจะไม่ Greasy (มัน+หนึบ+เหนียว) อีกทั้งยังช่วยป้องกันการระเหยของน้ำออกจากผิวได้ด้วย (คุณสมบัตินี้เรียกว่า Emollients) นอกจากนี้หมูยังไปทำการบ้านมาให้เพิ่มคือเจ้า Emulsifier นี้มีความอ่อนโยนต่อผิวสูงจากการที่มีค่า EWG =1 (1-3 อ่อนโยน เกินจากนี้เริ่มระคายเคืองง่ายขึ้น)

ครีมตัวนี้มีน้ำหอมเป็นส่วนผสมใส่มาน้อยมากๆ (จากการสอบถามเข้าไปเพิ่มเติมพบว่าเป็นน้ำหอมเกรดสูง และใส่ลงไปเพียง 0.1% เท่านั้น ตรงนี้ก็ขอให้ผู้อ่านพิจารณาข้อเท็จจริงกันไปนะครับ หมูสัมภาษณ์ให้ แต่การันตีให้ไม่ได้อยู่แล้ว แต่ส่วนตัวหมูพยายามดมแล้วกลิ่นมันน้อยมากจนตอนแรกนึกว่าไม่ใส่ซะอีก) อย่างไรก็ตามไม่ว่าครีมจะใส่หรือไม่ใส่น้ำหอมเราก็ควรเทสเพื่อป้องกันอาการแพ้ก่อนใช้งาน

สรุปข้อดีข้อเสีย

ข้อดี

  1. ใช้สารบำรุงที่มีวิจัยรองรับ เน้นเรื่องลดรอยแดงจากการรักษาเส้นเลือดฝอยต่างๆ มีสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ดี
  2. มีสารสกัดที่ดีช่วยปรับ Texture ของผิว (ยีสต์สกัดและใบบัวบวก)
  3. ใช้ Base ครีมที่เป็นเกรดดีกว่าท้องตลาดทั่วไป รวมถึงมีกรรมวิธีการสร้างเนื้อครีมที่น่าจะให้ผลที่ดีต่อผิวได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  4. ราคา

ข้อเสีย

  1. บรรจุภัณฑ์กระปุก
  2. มีน้ำหอม

อย่าลืมไป Update ข่าวสารที่ Facebook : livelymoo


รีวิวละเอียด ขี้เกียจอ่าน ข้ามเลย

เนื้อสัมผัส

sabainang-eye-cream-2

เนื้อครีมมีความกึ่งเจล และมีน้ำหนักที่ดีสำหรับการรักษาความชุ่มชื้นรอบดวงตา ตัวครีมมีกลิ่นเบาบาง ซึ่งตอนแรกดมไปนึกว่าไม่มีน้ำหอมซะอีก เป็นกลิ่นที่ดมแล้วสะอาดมากๆ (ไม้พายอันนี้ของส่วนตัวหมูเองไม่ได้ติดมากับครีมนะครับ)

sabainang-eye-cream-3

เนื้อครีมเมื่อป้ายลงบนผิวสามารถเกลี่ยได้ง่าย

sabainang-eye-cream-4

เมื่อเกลี่ยคนเสร็จแล้วจะเห็นความวาวเล็กน้อย แสดงถึงความสามารถในการรักษาความชุ่มชื้นของผิวรอบดวงตาได้เป็นอย่างดี

รายละเอียดสาร

  1. Aqua
  2. Dicetyl phosphate
    • Surfactant, Emlsifying
  3. Ceteth-10 phosphate
    • Surfactant
  4. Cetearyl alcohol
    • ให้ความชุ่มชื้นได้เป็นแบบ Emollients ที่เคลือบผิวไม่ให้น้ำระเหยออกไป หรือเป็น Emusifier, Thickener ได้ด้วย
  5. Behenyl alcohol
    • Emulsifier ให้ Oil และ น้ำเข้ากัน
    • EWG = 1
  6. Isononyl isononanoate
  7. 1,3 Butylene Glycol
    • เวลาเห็นคำว่า Buttlene Glycol นั้นแท้จริงแล้วมันจะมีทั้งหมด 4 Forms 1,2 / 1,3 / 1,4 หรือ 2,3 หน้าที่ก็จะแตกต่างกันออกไป โดย 1,3 นั้นเป็น Humectant หรือช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นโดยการดึงน้ำจากอากาศมาสู่ผิว หรือเป็น Slip Agent ก็ได้ด้วย
  8. PEG-100 stearate
    • เป็นตัวให้ความชุ่มชื้น Emollients หรือตัวสร้างเนื้อครีม  Thickeners หรือเป็นตัวประสานน้ำและน้ำมันให้เข้ากัน Emulsifiers
  9. Glyceryl stearate
    • ส่วนใหญ่จะเจอแต่คำว่า “Glyceryl stearate SE ” เป็น Glycerin + Stearic Acid โดยคำว่า SE มาจาก “Self-Emulsifying” หน้าที่หลักๆ คือเป็น Thickeners, Emulsifiers และ Emollients (แทรกตามรอยแตกของผิวไม่ให้น้ำระเหยออกจากผิว)
  10. Squalene
    • ในผิวของคนเราจะมี Squalene อยู่ประมาณ 13% นะครับ เพียงแต่ว่ามันไม่คงตัว (unsaturated) เค้าจึงหันมาใช้ตัว Derivative ที่คงตัว (Saturated) แทน ซึ่งก็คือ Squalane ครับ
    • คุณสมบัติของมันก็มากมายมีการนำไปทดสอบกับทั้งสัตว์ คน (In Vivo) และหลอดทดลอง (In Vitro) ซึ่งก็พบว่ามันเป็นทั้ง anticancer, antioxidant, drug carrier, detoxifier, ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และ (แทรกตามรอยแตกของผิว) emollient ครับ
  11. Propylene Glycol
    • Slip Agent
  12. Ruscus Aculeatus Root Extract
    • butchersbroomberries800w
    • Credit Photo : http://www.actinia.me.uk/
    • Butcher’s broom มีชื่อในเรื่องของการช่วยให้โลหิตไหลเวียน และเป็นสารที่มักจะใช้ในการช่วยลดอาการเส้นเลือดขอดครับ ข้อมูลใน Pubmed เค้าจะบอกว่ามันช่วยอาการความดันในเลือดต่ำ “Orthostatic Hypotension” เพราะว่าสาร Flavonoid จะช่วยให้หลอดเลือดมีความแข็งแรงมากขึ้น (แต่ดูเหมือนมันจะมาจากการเทสแบบกิน)
  13. Centella Asiatica Extract
    • centella-asiatica.jpg
    • Credit : spicesmedicinalherbs.com
    • สารสกัดจากใบบัวบก เจ้าตัวนี้เป็นตัวทำมาหากินของ Brand Sisley มาช้านานครับ สรรพคุณดีงามมากมายหลากหลาย เช่นรักษาอาการแพ้อักเสบ หรือช่วยในเรื่องของการสมานแผลและการผลิต Collagen โดยสารหลักๆของมัน คือ Triterpenoid และ Saponins (ที่มีในโสมเช่นกัน)
  14. Panthenol
    • Vitamin B5 โด่งดังในหมู่ของ Vitamin ในด้านการ Sooth ผิวครับ เป็น Humectant ที่ช่วยดึงน้ำเข้าผิว มีความสามารถในการช่วยเสริมสร้าง Skin Barrier (ช่วยลด TEWL หรืออัตราการสูญเสียน้ำ) รวมถึงการเสริมการแบ่งตัวของ Fibroblasts ซึ่งเป็น Cell ที่ผลิต Collagen และ Elastin เจ้าตัวนี้อยู่ใน Product ของ Paula Choice’s อยู่มากมายเลยครับ
  15. Calendula Officinalis Flower Extract
  16. Hydrolyzed Yeast Protein
    • formedium-filler-image_0010_Layer_5.jpg
    • Credit Photo : http://www.formedium.com/
    • Yeast ที่ใช้ตัวนี้มีชื่อว่า “Saccharomyces Cerevisiae” โดยคำว่า “Cerevisiae” เป็นภาษาลาตินแปลว่า “of beer” นะครับ ใช่เลยเบียมันก็ใช้การหมักบ่มนี้นา ยีสต์ตัวนี้ก็มาจากการหมักบ่มเหมือน Story ของ SK II นั้นล่ะครับ
    • ตัวนี้มันก็ยังไม่ได้มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เท่าไหร่ครับ แต่ก็ไปเจอข้อมูลใน Pubmed มาจนได้ เค้าบอกว่ามันช่วยเรื่อง oxidative stress (ต้านอนุมูลอิสระ) และช่วยเรื่องความชุ่มชื้นของผิว ซึ่งเค้าก็ทดลองประสิทธิภาพโดยเทียบ 4 สูตร เป็น
      • 1.เบสเปล่า
      • 2.เบส+ Vitamin A C และ E
      • 3. เบส + SCE
      • 4. เบส + Vitamin ACE + SCE
    • แล้วตรวจผลวันที่ 3, 15 และ 30 วัน พบว่าเจ้า SCE สามารถเพิ่มความชุ่มชื้น และเพิ่ม Texture ของผิวได้มากกว่าสูตรอื่นๆ อย่างชัดเจนครับ
  17. Aesculus Hippocastanum (Horse Chestnut Seed) Extract
    • Aesculus Hippocastanum
    • สารสกัดที่ได้จาก horse chestnut มีความสามารถในการเป็น เภสัชวิทยา (pharmacological) ต่อผิว โดยสารสกัดจากตัวนี้จะมี Aescin ที่เป็นสารประกอบประเภทสาร Saponin ซึ่งมันมีความสามารถในการช่วยให้ระบบเลือดไหลเวียนดีขึ้น โดยการทำให้เส้นเลือดและหลอดเลือดหดตัว และยังสามารถออกฤทธิ์ในการต้านการอักเสบด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะคุ้นกับยาตัวหนึ่งที่ใช้ทาคือยาเรพาริลเจล (Reparil gel)
    • นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการช่วยเรื่องผิวไหม้จากแดด และ Photo Aging (ผิวโดนทำร้ายจากแสงแดดทำให้ดูแก่ขึ้น
  18. Ammonium Glycyrrhizate
  19. Cucumber Sativus Fruit Extract
    • david-cavagnaro-cucumber-harvest-in-a-basket-fancipak-variety-cucumis-sativus.jpg
    • Credit Photo : http://www.allposters.com/
    • มันก็คือสารสกัดจากแตงกวาที่เป็นพืชตระกูลเดียวกับพวกเมล่อนนั้นเองครับโดยทั่วไปแล้วแตงกว่าจะมีน้ำสูงเกิน 90% ที่เหลือก็จะมี Vitamin C และมีสาร Caffeic Acid ที่เป็น Antioxidant ทั้งนี้น้ำแตงกว่าเองก็มีความสามารถในการ Sooth ผิวช่วยลดอาการระคายเคืองต่างได้ด้วย
  20. Collagen hydrolysate
    • มันยังไม่มีวิจัยว่าการทาคอลลาเจน จะช่วยให้ผิวข้างใต้ได้ประโยชน์อะไรมากขึ้น ทั้งนี้คอลลาเจนเองมันเป็นตัวอุ้มน้ำที่ดี ซึ่งก็แปลว่าช่วยให้ผิวชั้นบนชุ่มชื้นขึ้นได้ครับ
  21. Jojoba oil
    • jojoba-beans
    • Credit Photo : https://www.thejojobacompany.com.au
    • Jojoba Oil มีส่วนผสมที่คล้ายกับ Sebum ของคนเราครับ จึงทำให้มันมีจุดเด่นในด้านของการหลอกผิวของเราว่าด้านบนผิวมีน้ำมันเพียงพอแล้วนะ จึงทำให้ผิวเราหลั่งน้ำมันออกมาน้อยลงนั้นเอง นอกจากนี้ Jojoba มักจะถูกนำไปใช้ในส่วนผสมของ Moisturizer, Make-up remover, Lip Balm, Conditioner หรือ Massage Oil ทั้งนี้ที่เราเรียกว่า Oil จริงๆ มันคือ Liquid Wax Ester นะครับ
    • หน้าที่หลักๆ ของ Jojoba จะเป็นเรื่องของการให้ความชุ่มชื้นเสียมากกว่าครับ
  22. Dimethicone
  23. Tetra-isopalmitoyl ascorbic acid
    • ตัวนี้คือเด็ดครับ Vitamin C Derivative ที่หมูได้เคยเขียนสรุปไว้แล้ว (ใครยังไม่เข้าใจเรื่อง Vitamin C ไปกดอ่านได้นะครับ)
    • เป็น Vitamin C อีกตัวที่มาแก้ไขเรื่องความเสถียรของ AA ครับ แต่ต้องใช้ที่ PH ต่ำกว่า 5 (ก็ยังไม่ต่ำเท่าของ AA) แถมมันยังละลายในน้ำมันด้วย ส่งผลให้การซึมลงผิวเป็นไปได้ดีกว่า AA ธรรมดา นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่บอกว่ามันสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ด้วยสรุป
      1. มีความเสถียร
      2. ละลายในน้ำมัน ทำให้ดูดซึมได้ดี
      3. การดูดซึมดีกว่า MAP (human ex vivo testing)
      4. ลดเม็ดสี (human in vivo testing)
      5. กระตุ้นการสร้าง Collagen (In Vitro)
      6. ช่วยป้องกันการทำร้ายจาก UV
      7. สามารถ Convert ไปเป็น AA (In Vitro)

      Sources :

      1. In vitro antioxidant and in vivo photoprotective effects of an association of bioflavonoids with liposoluble vitamins.
      2. In vitro antioxidant activity and in vivo efficacy of topical formulations containing vitamin C and its derivatives studied by non-invasive methods
  24. Stearyl alcohol
  25. Triethanolamine
  26. Propylene glycol
  27. Diazolidinyl urea
    • สารกันเสีย ตัวนี้คนมักจะเข้าใจผิดว่ามันก่อมะเร็งนะครับ (มีคนเอา paraben ไปทดสอบโดยการให้คนกิน) ตรงนี้เราต้องแยกแยะให้ดีก่อน เพราะ paraben ใน Skincare เค้าใส่กันแค่ 1% เท่านั้น และ FDA ของเมกาก็ประกาศชัดเจนว่ามันปลอดภัยครับ ลองไปอ่านข้อมูลกันได้
  28. Methylparaben
    • สารกันเสีย
  29. Propyl paraben
    • สารกันเสีย

Ingredients : Aqua, Dicetyl phosphate, Ceteth-10 phosphate, Cetearyl alcohol, Behenyl alcohol, Isononyl isononanoate, 1,3 Butylene Glycol, PEG-100 stearate, Glyceryl stearate, Squalene, Propylene Glycol, Ruscus Aculeatus Root Extract, Centella Asiatica Extract, Panthenol, Calendula Officinalis Flower Extract, Hydrolyzed Yeast Protein, Aesculus Hippocastanum (Horse Chestnut Seed) Extract, Ammonium Glycyrrhizate, Cucumber Sativus Fruit Extract, Collagen hydrolysate, Jojoba oil, Dimethicone, Tetra-isopalmitoyl ascorbic acid, Stearyl alcohol, Triethanolamine, Propylene glycol, Diazolidinyl urea, Methylparaben, Propyl paraben.

Advertisements