Favorite, Sharing

Livelymoo’s Favorite 2016 ❤

GREETINGS & TIPS

สวัสดีครับ และแล้วเราก็ร่วมเดินทางกันมาจนถึงสิ้นปีแรกที่หมูเริ่มทำข้อมูลมาแบ่งปันกับเพื่อนๆนะครับ ใครตามกันมาตั้งแต่เพจหลักร้อยบ้างเอ่ย 😍 อยากจะขอขอบคุณจากใจจริงๆครับ ทุกวันนี้ Skincare Products มีมากมายเหลือเกิน ซึ่งก็เป็นข้อดีเพราะเราจะได้มีตัวเลือกในการเปรียบเทียบเพิ่มมากขึ้นนะครับ แต่ในการที่จะเปรียบเทียบได้นั้นผู้บริโภคอย่างเราๆเองก็ต้องมีความรู้เพื่อที่จะได้เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียต่างๆตามไปด้วย จากการพูดคุยใน Facebook ที่ผ่านมาเกือบ 1 ปีเต็มนั้น เพื่อนๆหลายๆท่านที่เข้ามาก็จะมีหลายหลากมากๆเลยครับ มีทั้งคนที่กำลังทำ Skincare ต่างๆมาสอบถามข้อมูล มีคนที่คลั่ง(หรือบางทีเรียกว่าบ้า) Skincare (แบบหมู) เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ มีอะไรใหม่ๆช่วงนี้หรือของที่ใช้อยู่แล้วรู้สึก Work ทำให้เกิดกิเลสตามๆกันไป หรือแม้กระทั่งคนที่พึ่งเริ่มมาใช้ Skincare ก็จะมีเข้ามาถามวิธีการใช้ครีมหรือยารักษาสิวตัวนั้นตัวนี้มากมาย ทั้งหมดนี้หมูถือเป็นสิ่งดีๆที่เราได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันนะครับ เพื่อนๆได้ข้อมูลหมูเองก็ได้เช่นกัน (เราเท่าเทียมกันเสมอครับ) ก็ขอขอบคุณมากๆนะครับ จะพยายามหาข้อมูลมาแชร์แบบนี้ไปเรื่อยๆครับ…

กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะบอกว่าหมูเองก็ไม่มีอะไรมากกว่าข้อมูลส่วนตัวที่จะเอามา Share ให้เพื่อนๆได้รับไว้พิจารณานะครับ (บอกอะไรไปก็อย่าเชื่อ 100% ทันทีนะครับ ตามพระพุทธเจ้าท่านกล่าวไว้ 555+) สุดท้ายนี้หมูก็อยากจะฝาก Tips ส่วนตัวของหมูเองเวลาที่จะเลือกใช้อะไรซักอย่าง หมูก็จะมีหลักการส่วนตัวคือการสังเกตุให้มากครับ… สังเกตุยังไงล่ะ??? ก็จะอธิบายต่อไปนี้ครับ

Tip ในการเลือกใช้ Skincare สูตรของหมูเองก็จะแบ่งได้ราวๆ นี้นะครับ

  1. ความน่าเชื่อถือของ Brand : ท่องไว้เลยครับ Brand ใหญ่ที่น่าเชื่อถือ พิจารณาสารได้เลย / Brand น้องใหม่ ต้องสังเกตุและหาข้อมูลให้มากก่อนตัดสินใจ)
    1. Brand ใหญ่ๆที่ติดตลาด : เช่น Clinique, La Mer, Cute Press หรือ Dr. Ci : Labo อะไรแบบนี้ เราเชื่อถือได้ว่าไม่ใส่สารปรอทหรือ Hydroquinone ก็สบายใจได้มาก ที่เหลือคือพิจารณาส่วนประกอบเทียบกับเงินที่จ่ายไปครับ คุ้มไม่คุ้ม หรือคุ้มไม่มากแต่ดีต่อใจก็ว่ากันไป (บางที Package มันยั่วจริงๆคุณ อย่าว่ากันเลย) ทั้งนี้ในส่วนของความสามารถในการพิจารณาสารต่างๆ มันก็จะขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการได้อ่านสารต่างๆผ่านตามานะครับ อย่างหมูเองเมื่อก่อนมีแต่ความชอบใน Skincare ไม่มีความรู้อะไรเลย Packaging สวย ราคาแพงก็ชอบไว้ก่อน แต่พอมาอ่านหนังสือ อ่าน Pubmed มากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะพอทำให้เราคุ้นกับชื่อของสารบางตัวมากขึ้น เก็บไปเรื่อยๆ จนมาวันนี้ก็เข้าใจแล้วว่าเมื่อก่อนเราสงสัยว่าคนอื่นๆ เค้าอ่านสารพวกนี้กันได้ยังไงกัน กล่าวคือมันขึ้นอยู่กับความเอาใจใส่ที่จะอ่านประกอบนั้นบวกกับความชอบศึกษาเลยทำให้เราหมกตัวนั่งอ่านส่วนประกอบพร้อมเปิดหาข้อมูลในมือถืออยู่ในร้านต่างๆ ได้เป็นชั่วโมงๆโดยไม่เบื่อเลยทีเดียว (บางทีพนักงานขายก็นึกว่ากรูจะมาขโมยของร้านเค้ารึปล่าว 555+) ส่วนใครที่ยังไม่ Strong ในเรื่องการอ่านส่วนประกอบ ก็ไปหา Review ที่ดูน่าเชื่อถือมาอ่านกันแล้วกันเนาะ จะรีวิวของใครก็ได้ ก็ไปพิจารณากันเอาเองว่าแบบไหนที่คิดว่าควรจะเชื่อหรือไม่ควรจะเชื่อครับ
    2. Brand พึ่งจะเปิดตัว : Brand ไทยต่างๆ ที่พึ่งเปิดตัวเน้นขายใน Facebook, IG จะพิจารณาอย่างไรดีล่ะ??? ตรงนี้ล่ะวัดใจ ของดูดีแต่เน่าเฟะก็มีให้เห็นกันเรื่อยๆ เพราะเดี๊ยวนี้ทุกอย่างคือการตลาด เน้นภาพสวยเน้นดูว่ามีผู้ทรงคุณวุฒิสายอาชีพต่างๆมาทำขายเหอๆๆ ดังนั้นโดยประสบการณ์ของหมูแล้ว ถ้าจะพิจารณากันก็น่าจะให้มอง ดังนี้ครับ
      • 1) ดูตัวตนของคนที่เอามาขายครับ รู้จริงมากน้อยแค่ไหน อย่างหมูเป็นสายการเลือกซื้อจากการอ่านสารประกอบแถมโชคดีได้คุยกับอาจารย์ที่เป็นที่ปรึกษาให้หลายๆ Brand รวมถึงเจ้าของโรงงาน หมูก็จะดูวิธีการพูดการโฆษณาว่ามีหลักการแค่ไหน โม้เล็กน้อยก็โอเคครับเป็นการขายของ เราเข้าใจ เรารับได้ แต่ถ้าโม้จนเกินเลยอันนี้คงต้องไปดูให้ละเอียดกันต่อไปอีกที อย่าพึ่งรีบปักใจเชื่อ เวลาดูรูปที่เอามารีวิวต่างๆ บางทีหน้าเดิมแต่ขาวขึ้น Photoshop เทพๆ มีเยอะ อย่าไปเชื่อใจอะไรมากนะครับพวกครีมที่ดูเกินจริง พวก Effect ทันตาเห็นกรุณามีสตินะครับ สังเกตุด้วยว่า Brand ใหญ่ๆ เค้าจะไม่ทำกันอย่างน้อยต้อง 1 อาทิตย์ขึ้นไปโน้น และจากประสการณ์ส่วนตัวนี้ ดีแค่ไหนแพงแค่ไหนก็เห็นผล 2 – 3 อาทิตย์ขึ้นไปครับแม้ว่าเค้าจะเคลมมาว่าภายใน 1 อาทิตย์ก็ตาม มันคือเรื่องของความขาวอย่างปลอดภัยเนาะ
      • 2) ดูกระแสและข่าวสารต่างๆ เช่น มีคนไปบ่น Pantip บ้างไหม เรื่องนี้ต้องหูตาไวนะครับ ติด Steroid บ้างอะไรบ้าง หรือมีสินค้าเคลมเกินจริงซ่อมแซมผิวได้ถึงระดับ DNA (จะกลายเป็น X-MEN กันหมดไปซะก่อนเนาะ)
      • 3) อันนี้อาศัยความเก๋าเกมหน่อย รู้จักสินค้าในตลาดเยอะๆหน่อย เวลาจะใช้ของอะไรแนะนำให้ไปสังเกตุของที่อยู่ในตลาดอยู่แล้วด้วยนะครับ อย่างสาร Hento White อันนี้เป็นชื่อทางการค้าครับ แต่มีชื่อจริง INCI ว่า Hexylresorcinol ตัวนี้ช่วยเรื่องความขาว ดังนั้น Brand ไทยหลายๆ Brand อ้างว่าใส่มาแล้วนะจ๊ะ ใส่มาเยอะมากนะจ๊ะ จะได้ขาวจริง เราไม่กั๊กสาร ทุ่มสุดตัวให้ท่านขาวได้ดั่งหิมะที่ตกตอนตี 3 ตอนหมีขาว 14 ตัวมารวมตัวกันเล่นม้าก้านกล้วยที่ไซบีเรีย บลาๆๆๆ …😷 มีสติ!!!!! ลองไปดู Strivectin กล่องสีฟ้ามันเป็น Line Whitening นะ ครีมของเค้าที่ใส่ Hento เหมือนกัน มันจะเป็นสีน้ำตาลเข้มเลยครับ หรือของ Matriderm จากสเปนเค้าก็ใส่มาบ้าง ครีมเค้าจะมีสีเหลืองๆ เพราะนั้นคือสีจริงๆของ Hento ครับ (Hento พัฒนามาหลายรุ่นแล้วและเป็นสีน้ำตาลเข้มทั้งสิ้น ข้อมูลจากผู้ผลิตที่หมูรู้จักใส่เพียง 1% ครีมก็เปลี่ยนสีแล้วครับ) อีกตัวอย่างคือพวก Serum ที่ใส่ Niacinamide 10% เช่น ของ Paula’s Choice หรือของ Ordinary (ที่ฮือฮากันว่าราคาถูกมากๆ) ทั้งคู่ทำออกมาเป็นน้ำเหลวๆ เกือบจะเหมือนน้ำเปล่าเลยครับ เพราะว่าในการละลาย Vitamin B3 ต้องใช้น้ำเยอะมาก สารก่อตัวครีมแทบจะไม่มีที่ใส่แล้ว หรือใส่ไปก็ไม่น่าจะ Form เนื้อครีมขึ้นได้อยู่ตัว เพื่อนๆก็ลองเอาไปสังเกตุกันดูนะครับ (B3 จะทำให้เป็นเนื้อได้โดยใส่สูงสุดน่าจะราวๆ 4%-5% ไม่เกิน 6% นะ… พี่ผู้ผลิตท่านหนึ่งบอกมา)
      • 4) หรือบางทีอาจจะดูลงทุนมากหน่อย แต่ก็กันไว้ดีกว่าแก้ตอนหน้าพัง คือซื้อชุดเทส ปรอท และ Hydroquinone ครับ เทสไปเลย เพื่อความสบายใจ จะได้ใช้กันไปยาวๆ และรัก Brand นั้นกันไปยาวๆครับ
      • 5) สุดท้ายนี้จะบอกว่าสารหลายๆตัว มันมาจากผู้พัฒนาสารครับ เค้าก็จะอ้างว่าจากการวิจัย In house ของเรานั้น บลาๆๆๆ สารของเราสามารถทำได้แบบนั้น ตีลังกาแบบนี้… อ่านดีๆนะครับ ก็เค้าเป็นคนขาย เค้าทำ Research เอง ความน่าเชื่อถือมันน้อยลงไปมากครับ
  2. เรื่องของครีมกันแดด ☀
    • หมูออกตัวก่อนว่า อันนี้เป็นวิธีพิจารณาส่วนตัวของหมูเองเลย ใครจะมีวิธีอื่นก็ไม่ว่ากัน คือจากการพิจารณาและการใช้ครีมกันแดดมาเป็นระยะเวลา 10 กว่าปี ส่วนตัวเองหมูคิดว่า เพื่อความปลอดภัยมากที่สุดของเพื่อนๆ อยากให้ใช้ของญี่ปุ่นหรือไม่ก็ของ Brand ดังๆไปเลยครับ มีที่แนะนำก็คือ  La Roche-Posay นะ อธิบายดังนี้ครับ
    • ที่บอกว่าของญี่ปุ่น เป็นเพราะ อย. ญี่ปุ่นเค้าคุมเข้มต้องมีผลตรวจ SPF ที่วัดค่าจากการเทสโดยผิวหนังของคนจริงๆ ประกอบกับ สามัญสำนึกของคนญี่ปุ่นเค้าสูงครับ ไม่โกงง่ายๆ (ตรวจอย่างหนึ่งทำขายอีกอย่างหนึ่ง) ดังนั้นเราจะเห็นบ่อยๆ เลยว่า SPF จาก Brand ญี่ปุ่นจะระบุมาชัดเจนว่า SPF 26 PA++ หรือ SPF41 PA+++ ได้เท่าไหร่บอกเท่านั้นครับ โอกาสการโกงน้อย ลองหันไปดู Brand ไทยครับ เอะอะเขียน SPF 50 PA+++ กันทั้งนั้น คือน้อยมากๆ ที่จะเขียนต่ำกว่า 50 เพราะไรรู้มะ??? >>> เพราะ อย. ไทยเค้าไม่ขอผลตรวจ SPF ไงในกรณีที่คิดจะ Claim ว่ามี SPF ต่ำกว่า 50 ลงไป ยกเว้นว่าจะเคลม SPF 50+ PA++++ เค้าถึงจะขอผลตรวจแนบตอนจดทะเบียน อย. แต่ทั้งนี้ก็อย่าชะล่าใจไปครับถ้า อย. เค้าตรวจเจอว่า Brand ไหนขายของหลอกก็จะโดนเค้าดำเนินการนะครับ
      • ใครที่อยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับประกาศเรื่องสารกันแดดของทาง อย. แบบคร่าวๆ ก็อ่านกันที่ >>> LINK
      • สารกันแดดและ % ที่ใช้ได้ในไทยก็สามารถอ่านได้จากราชกิจจานุเบกษา ประกาศกระทรวงสาธารณสุขตามนี้ครับ >>> LINK
    • ส่วนที่บอกว่าแนะนำกันแดดอีกยี่ห้อคือ La Roche Posay เพราะหมูมองว่าเป็น Brand แถวหน้าเลยที่พัฒนาเรื่องครีมกันแดดออกมาเรื่อยๆ นอกจากนี้ Customer Report ของอเมริกาเองก็บอกว่าครีมกันแดดของเค้าตรวจออกมาแล้วได้ค่าตามฉลากจริงๆ นอกจากนี้ข้อดีอีกอย่างคือทาง Brand ยังสามารถบอกค่าความสามารถในการป้องกัน UVA ได้เป็น PPD ซึ่งดูละเอียดเลยทีเดียวครับ (ใครไม่เข้าใจ PPD อ่าน >>> LINK)
  3. การหาข้อมูลต่างๆ นั้น ถ้าเราสงสัยสารตัวไหน ให้พยายามเข้าไปที่ Pubmed นะครับ เค้าจะมี Research ต่างๆ ให้เราอ่านมากมาย รวมถึง Website ที่ดีระดับหนึ่งเลยคือของ Paula’s Choice เค้าจะมีแถบให้เรา Search อยู่ด้วย ก็น่าจะมีสารราวๆ 1,400 กว่าชนิดอยู่ในนั้นนะครับ (เคยโหลดมานั้งเก็บไว้อ่าน อิอิ) ส่วนสำคัญคือให้ดูว่าสิ่งที่เค้าเขียนเค้าเอาข้อมูลมา Back Up การเขียนของเค้าจากตรงไหนนะครับ เค้าจะใส่ Credit ของ Research ไว้ครับ ก็ถือว่าพอใช้ได้แต่ก็ไม่ได้ดีและถูกต้อง 100% เอาง่ายๆ แต่บางอย่างก็ดูลำเอียง เช่นเรื่องของ Lavender Oil ที่ป้าพอลล่าพยายามจะบอกว่ามันไม่มีอะไรดีเลย แต่พอหาข้อมูลเข้าจริงๆแล้วมันก็มีข้อดีมากมายเช่นกัน

สุดท้ายนี้ก็ขอให้เพื่อนๆมีสติในการเลือกใช้สินค้าที่มีมากมายนะครับ และปีใหม่นี้ก็ขอให้ทุกๆท่านประสบความสำเร็จในสิ่งที่หวังไว้ ขอให้เป็นคนคิดดีทำดี เป็นผู้ประกอบการก็ขอให้ตรงไปตรงมากับลูกค้า สิ่งใดที่คิดหรืออวยพรมาให้ก็ขอให้สิ่งเดียวกันนั้นวกกลับไปหาท่านๆด้วยนะครับ

❤ Merry X’Mas & Happy New Year 2017 


THE REVIEW

เข้าเรื่องเลยดีกว่า… สิ่งของต่อไปนี้คือ Item ที่หมูคิดว่าหมู Happy to see them in my place นะครับ ซึ่งก็จะมีทั้งตัวที่ Review ไปแล้ว และแบบที่ใช้คนเดียวไม่บอกใคร ซึ่งก็จะขอเก็บไว้ไม่บอกต่อไป 555+ (แบบนี้ก็ได้หรอ?)

ทั้งหมดนี้หมูจะแบ่งเป็นหมวดหมู่ไว้ให้ด้านล่างนะครับ บางตัวไม่มีขายในไทยก็ขอโทษด้วยลองไปหาวิธีซื้อกันเองนะครับ (ใจร้ายเนาะ) ตัวไหนที่หมูใส่ (Highly Recommend) คือเป็นตัวที่หมูอยากแนะนำให้ใช้นะครับ คือมันดีจริงๆ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวที่ไม่ได้ใส่ (Highly Recommend) จะไม่ชอบนะครับ ยังชอบอยู่แน่นอน นอกจากนี้ก็ยังมี (Item ลับ) ซึ่งเป็นของที่ใช้อยู่แหล่ะแต่ไม่ค่อยได้เอามาพูดให้ฟังกันบางท่านก็อาจจะเห็นไปบ้างแล้ว กับสุดท้ายคือ (Budget) หมายถึงของคุณภาพดีและราคาก็ดีอยากบอกต่อด้วยฮะ

Cleansing Water 

  1. The Face Shop : Chia Seed Fresh Cleansing Water (Item ลับ)
    • The Face Shop Chia Seed Fresh Cleansing Water.jpg
    • เปิดตัวอย่างมีคุณค่า 555+ หลายคนไม่ค่อยเห็นหมูพูดถึง Product จากเกาหลีมากนัก เพราะที่ผ่านมาจะเน้นไปทางญี่ปุ่นเสียมากกว่า ตัวนี้หมูอ่านสารแล้วพบว่ามันน่าใช้มากๆ ส่วนประกอบไม่วุ่นวาย ใช้สารประกอบในการทำความสะอาดที่อ่อนโยนมาก 😊 คือจะใช้ Dipropylene glycol, Caprylyl Glycol ที่อ่อนโยนมากกว่า Glycol ทั่วๆไป เช่น Propylene Glycol แถมมาด้วย Propanediol ที่เป็น glycol เช่นกันซึ่งได้มาจากการหมักข้าวโพดซึ่งตัวนี้มี Profile การระคายเคืองต่ำกว่า Propylene Glycol เช่นกันครับ (จริงๆแล้ว Propylene Glycol ก็อ่อนโยนแล้วนะครับ แต่แค่ไม่ที่สุดจากการหาข้อมูลใน EWG ดังนั้นเวลาไปเปิดอ่านตัวนี้เจอในยี่ห้ออื่นก็อย่าพึ่งขยาดไป)
    • ส่วนในเรื่องของสารบำรุงนั้นก็มีสารสกัดจากเมล็ดฝ้ายที่พักหลังๆคนจะเอามาเล่นในเรื่องของสารต้านมลภาวะ (จริงๆคุณสมบัติของมันก็ช่วยเรื่องต้านแบคทีเรีย ต้านสารพิษนั้นล่ะแล้วเอามาเล่นเป็น Theme มลภาวะกัน) ส่วนตัวใช้แล้วไม่แสบตาใดๆ แถมน้องยังเอาไปเช็ด Eyeliner ที่ทาเลอะเกินขอบ โดยใช้ Cotton Butt ไปจุ่มแล้วมาลบเป็นจุดๆ แล้วแต่งต่อได้ กลับบ้านมาตอนเย็นก็ไม่มีระคายเคืองอะไรครับ (ก็นะมันก็อ่อนโยนอยู่ แต่ว่าคนผิว Sensitive มากๆ ถ้าใช้เช็ดหน้าออกตอนเย็นควรใช้น้ำเปล่าล้างต่ออีกทีนะ)
    • ราคาจำไม่ได้แต่หารเทียบ ml แล้วมันจะแพงกว่า Bioderma แบบ 500ml ที่ราคาประมาณ 600 บาทนั้นอะ จำราคาแบบเป๊ะๆไม่ได้อะเป็นคนชอบจำอะไรแบบ Relatively เสียมากกว่า 😝แต่มันใช้ดีจริงๆคุณอ่อนโยนดีงามมากเลย
    • Tick ในการใช้งานของหัวปั๊มแบบกดคือให้เราวางสำลีไปบนขอบจานด้านบน แล้วเอานิ้วชี้กับนิ้วโป้งของมือทั้งสองข้างกดไปที่ขอบจาน 4 จุดพร้อมๆกัน แล้วค่อยเอานิ้วจิ้มลงไปตรงกลางสำลี เพื่อให้สำลีดูดน้ำส่วนที่เหลือขึ้นมาอีกทีครับ อย่าเอานิ้วชี้+นิ้วกลางเพียงสองนิ้วกดลงไปตรงกลางนะครับ น้ำมันจะพุ่งทะลุสำลีออกมา

Cleanser

  1. COS Coseutics : For sensitive skin (Budget)
    • gn
    • ตัวนี้ก็ไม่เคยทำรีวิวออกมานะครับคงเป็นที่โด่งดังมานานแล้วในความอ่อนโยน และราคาไม่แพงมากนัก ตัวนี้คือสูตรสีเขียวแบบไม่มีฟอง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาหมูจะใช้สูตรสีชมพู (For Oily and acne skin) มาตลอด แต่พอมาพักหลังหมูจะพยายามไม่ล้างหน้าด้วบสบู่ในตอนเช้า และจะลดคุณสมบัติของสารทำความสะอาดแนวซับน้ำมันหมดจดให้ลดลงไป ทั้งนี้เพื่อต้องการให้ผิวสามารถรักษาความชุ่มชื้น รักษาน้ำมันบนผิวไว้บ้าง ไม่ใช่ล้างออกแบบเอี๊ยดอ๊าด ผลที่ได้คือดีมากครับ ผิวดู Glow ขึ้นมาก จากการปรับพฤติกรรม สิ่งที่ได้ตามมาในระยะยาวหมูคาดหวังไว้ว่าผิวเราจะเหี่ยวช้าขึ้นครับ (จากการดูรายการของเกาหลีมา)
    • แนะนำคือลองไปเดินๆหาซื้อตามร้านขายยาแถวศิริราชนะครับ ราคาจะถูกมากกกกก และอาจจะได้อย่างอื่นติดมือกลับบ้านตามมาอีก
  2. Clinique : Pep-Start™ 2-in-1 Exfoliating Cleanser (Budget)
    • s1829563-main-lhero
    • ถ้าใครมาถามว่าอยากได้ Cleanser ที่มี Scrub ผสมอยู่ด้วย เวลานี้ ตอนนี้ หมูจะพูดเป็นเสียงเดียวเลยคือเจ้าตัวนี้ครับ สารประกอบดีไปหมด ตัว Scrub ไม่บาดผิว แถมล้างหน้าแล้ว ซับหน้าแล้ว หน้าก็ยังมีความชุ่มชื้นที่ดีไม่เอี๊ยดอ๊าดแบบว่านี้ตูล้างหน้าหรือเอาอะไรมาลอกหนังกำพร้าออกไป ส่วนผสมของมันรบกวนไปอ่านกันเองใน Link นะครับ ลองไปดู Cleanser บ้าไรไม่รู้ใส่ Peptide ดั๊วะ เพ้อดี แต่ก็ชอบนะ (แต่ก็นะ Peptide ส่วนใหญ่เค้าจะบอกว่ามันช่วยเรื่องริ้วรอย เป็นอะไรที่เป็นการอ้างโดยผู้ขายสารนะครับ มีสติๆ) ตัวนี้นะเวลาลด 20% ราคาจะถูกมาก อย่างหมูไปสอยมาตอน Sephora จัด 20% all store มันส์มาก
  3. HABA : Micro Force Cleansing (Item ลับ)
    • microforce.jpg
    • มาถึงอีกตัวที่ไม่ได้เป็นสินค้ากระแส มาเงียบๆมาปัง มาแอบใช้แอบเก็บ มันคือ Oil ล้างหน้านะครับ แต่ความเทพของมันคือเป็น Oil จาก Squalane จ้า ใครๆก็รู้ว่า Squalane เป็นสารงานผิวเนอะ และยิ่งเทพกว่านั้นคือเนื้อสัมผัสของ Product ตัวนี้บางเบามากกกกกกกก มากจนเกือบจะเป็นน้ำธรรมดาไปแล้ว ทีนี้ถ้าไปอ่านจาก Website ของเค้า ทาง Brand ก็ให้ข้อมูลไว้ว่ามันเป็นกรรมวิธีที่เค้าทำให้ Squalane มีขนาดเล็กลง แล้วเอามาทำให้เป็น Water Base นะครับ >> แบบนี้สิค่อยน่าจ่ายเงินให้หน่อย
    • เวลาใช้งานก็เป็นอะไรที่ประทับใจมากครับ คือมันจะไม่มี Feel หนืดๆ Sticky เหมือนการใช้ Oil ล้างหน้ายี่ห้ออื่นๆ เลย มันจะให้ Feel บางเบามากๆ ส่วนตัวหมูเองคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับคนผิวที่แพ้อะไรง่ายๆ เพราะส่วนประกอบของเค้าไม่ซับซ้อนอะไรมากเลย เป็นอีก Item ที่ดีมากๆ เลยทีเดียวครับ

Exfoliate

  1. Clinicians Complex : Acne Toner
    • 1412493204-clinicians-o.jpg
    • ตัวนี้เป็นตัวเช็ดหน้าต่อจากน้ำเช็ดหน้าข้างบนของหมูในตอนเย็นนะครับ หลายๆท่านคงจะรู้อยู่แล้ว่า BHA 2% สามารถลดปัญหาในการอุดตันของเซลล์ผิวที่ลอกออกช้าเกินไปได้ แต่ตัวนี้จะเป็นการใส่ AHA อีกหลายชนิดรวมกัน 10% นะครับ ซึ่งเจ้าพวก AHA ก็มีข้อดีอย่างกรด Glycoric Acid นั้นก็มีความสามารถในการช่วยกระตุ้น Collagen ได้ด้วย รวมๆแล้ว 12% นี้จะดูแรงไปหน่อย แต่ก็โอเคสำหรับหมูครับ ทาแล้วเอาอยู่ดี ส่วนตัวซื้อมา 3 ขวดแล้วล่ะ
  2. Fresh : Sugar Face Polish
    • 490sugarpolish
    • ใครที่มีงบประมาณแล้วต้องการอะไรที่เป็นการ Scrub หน้าแบบเบาๆ คือเบาๆมากๆ(เพราะละลายไวเหลือเกิน) พร้อมกับได้รับการบำรุงจะ Oil ดีๆ เช่นพวก Grape Seed Oil ก็จะขอแนะนำเลยครับ ตัวนี้น้ำตาลที่เค้าใส่ลงมานั้นเป็นอะไรที่ละมุนมากๆครับ ลงหน้าแล้วรู้สึกละเอียดดีมากๆ หลังจากที่วนๆบนหน้าไปซักพักหนึ่งแล้วก็ทิ้งไว้บนหน้าซัก 3-5 นาที (อาจจะไปอาบน้ำก่อนแล้วล้างหน้าเป็นรายการสุดท้าย) เพื่อให้ Oil และน้ำตาลเข้าไปบำรุงผิวให้ดูแน่นขึ้น แข็งแรงมากขึ้นครับ

Moisture Lotion

  1. Dr.Ci:Labo : VC 100 Essence Lotion (Highly Recommend)
    • 18561
    • ตัวนี้คือที่สุด!!! จะบอกว่าตัวนี้กลายเป็นน้ำตบแห่งชาติของหมูไปแล้ว ใช้ทุกวัน เช้า-เย็น การเห็นผลจะชัดเจนหลังจากใช้ไปได้ 1 เดือนขึ้นไป อยู่ดีๆ หน้าก็ดูโอเคดู Glow ดูทรงๆแบบนั้นไปเรื่อยๆ ส่วนประกอบดีๆ มี Vitamin C 4 รูปแบบ ตามด้วย Fullerene ที่เป็นสาร Super Antioxidant ที่มีวิจัยรองรับเรื่องการช่วงลดขนาดรูขุมขนได้ 17% ใน Pubmed แล้วก็มีการวิจัยจากผู้ขายสารเองด้วยว่ามันช่วยป้องกัน UV ได้ รายละเอียดไปอ่านกันเองในรีวิวนะ (แต่ในน้ำตบตัวนี้คงใส่ได้ไม่เท่าในวิจัยหรอก แต่ก็ดีกว่าไม่ใส่มาเนาะ)
    • ขอแอบเล่าเรื่อง Fullerene เพิ่มเติมให้ฟังกัน เจ้าตัวนี้ในไทยขายกิโลนึงราวๆ 5-6 แสนได้มั๊งครับแล้วแต่ปริมาณการสั่งซื้อด้วยแหล่ะ และการจะซื้อหรือขอรับ Sample มาลองผลิตนั้นจะต้องเซนต์เอกสาร NDA หรือที่เรียกว่า Non Disclosure Agreement ด้วยนะครับ (เป็นเอกสารเพื่อให้เรารักษาความลับต่างๆของข้อมูลที่ได้รับจากบริษัทผู้ขายสาร รวมถึงข้อกำหนดว่าเราเอามันไปทำอะไรได้หรือไม่ได้บ้าง… ไม่เคยอ่านเอกสารการซื้อ Fullerene ตัวจริงนะครับ แต่บอกจากประสบการณ์ในการอ่าน NDA จากการทำธุรกิจทั่วไป ซึ่งมันเป็นสัญญาพื้นฐานในการทำ Deal กันอยู่แล้ว) สาร Fullerene มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลเข้มนะครับจะมี 2 รูปแบบคือละลายน้ำเรียกว่า RS (Redical Sponge) และแบบละลายน้ำมันเรียกว่า LP (LipoFullerene) เข้าใจว่าที่ใส่ในตัวนี้จะเป็น RS ครับ (Review ด้านล่างจะมีครีมอีกตัวที่ใส่ Fullerene ทั้ง 2 แบบเลยทั้ง RS และ LP)… เขียนยาวจนจะเป็นรีวิวเต็มรูปแบบไปแล้ว 555+
    • นอกจากนี้ก็ยังมีสารบำรุงอื่นๆ ยาวเป็นหางว่าวเลยทีเดียว ส่วนตัวหมูเองใช้แล้วชอบต้องหาวิธีอะไรก็ได้ให้จ่ายเงินไปแล้วคุ้มเงินมากที่สุด สรุปคือให้คนหิ้วมาให้ก็จะถูกกว่าอยู่แล้ว และสั่งเป็นขนาดใหญ่หัวปั๊มก็จะถูกลงไปอีกเมื่อเทียบต่อ ml ครับ
    • ข้อดีอีกข้อของมันคือสามารถเอามาทำเป็น Cotton Mask ได้ดีด้วยนะ หลายๆคนซื้อ Mask ซองละ 60-70 บาท ซึ่งส่วนประกอบของแต่ละซองได้ไม่เท่าขวดนี้แน่นอน และหมูคิดว่าขวดนี้ใช้ได้จำนวนครั้งมากกว่าในราคาที่จ่ายลงไปเท่ากันนะครับ
  2. Cezanne : Skin Conditioner High Moist (Budget) (Item ลับ)
    • item_012
    • ทุกวันนี้หมูจะพยายาม Mask หน้าก่อนนอน ทำง่ายๆ ก็ซื้อเม็ด Mask มาใช้จะยี่ห้ออะไรก็ได้ สมัยก่อนจะใช้ Hada Labo เทพรวดๆ แต่ตอนนี้มาชอบเจ้าตัวนี้เพราะราคามันแสนที่จะคุ้มค่าครับ จำได้ว่าไม่น่าจะถึง 300 บาทมั๊งช่วงลดราคา ในขนาดที่ใหญ่มากๆ 500ml แหน่ะ ถึงแม้ว่าชื่อของมันเขียนว่า High Moist แต่ส่วนประกอบของมันก็มแต่แซ่บๆ เช่น รากชะเอม Tranexamic Acid มาต้นๆเลยนะจ๊ะ เหล่านี้คือเป็นการเน้นเสริมการใช้ Whitening ได้เลยล่ะ ถือว่าคุ้มมาก!!

Serum

  1. Dr.Ci:Labo : Super White 377VC (Highly Recommend)
    • Super-White-377VC_front-500
    • ตั้งแต่ใช้ Serum หลายๆ ยี่ห้อมา ขนาดหมูเป็นคนว่าพยายามอ่านสารแล้วนะบางตัวใช้แล้วไม่ค่อยกระดิกเลย แต่ว่าตัวนี้คือพีคสุด สุดจริงๆ เห็นผลจริงๆ หน้าใสจริงไรจริง ราคาก็สูงจริงๆไปด้วย 555+ (ของหมูเริ่มเห็นผลตอนอาทิตย์ที่ 2 นะครับ) คือต้องหาคนบินญี่ปุ่นรัวๆ หมูเองก็โชคดีมากคนรอบตัวบินอย่างกะที่บ้านเป็นเจ้าของหุ้นสายการบิน 555+
    • ย้ำอีกรอบตัวนี้คือที่สุดดด เข้มข้นกว่า VC 100 ข้างบน แถมด้วยสาร SymWhite® 377 ที่พัฒนาโดยบริษัท Symrise ชื่อ INCI คือ Phenylethyl Resorcinol นะครับ สีของครีมจะอมเหลืองๆ กลิ่นจะเหมือนนมๆหน่อย ใช้แรกๆไม่คุ้นกลิ่นอะ มันก็ไม่ได้แย่นะครับ ใช้ไปซักพักก็จะคุ้นไปเองครับ สิ่งที่รู้สึกเพลียคือมันหมดไวมาก 18 g เท่านั้น
    • VC377.jpg
    • ปล. ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นออกตัวใหม่มาแล้วนะครับ เป็นสูตรใหม่ขนาด 28 g ครับ เอาไว้หาคนบินไปสอยมาให้จะพยายามเอามารีวิวให้ได้อ่านกัน
  2. Sabainang : Rejuvenation White Essence
    • SABAINANG  Rejuvenation White Essence
    • ที่ผ่านมีตั้งแต่ต้นปี กระแสของ Oil จะมาแรงมากๆ ออกกันมาหมดทั้ง La Mer, SK-II ครับ ตัวนี้ก็ตามมาได้ตรงกับ Trend กระแสโลกจริงๆ หมูชอบที่เค้าใช้ Squalane เกิน 80% มาเป็น Base Oil ส่วนตัวหมูเองเวลาใช้งานนั้น จะเอามา Wrap ผิวหลัง Mask หน้าเสร็จใหม่ๆ เป็นสูตรที่ตรงไปตรงมาครับ และที่แจ่มแมวมากๆ คือการที่เค้าใส่ Vitamin C แบบ ATIP มาถึง 10% เลยทีเดียว โดย Vit C ตัวนี้มี Profile ในการซึมลงผิวได้ดี ใครที่อยากรู้ว่า ATIP ดีงามอย่างไรกรุณาไปศึกษาใน Vitamin C (2) ครับ
  3. Innisfree : The green tea seed serum (Budget)
    • Innisfree-The-Green-Tea-Seed-Serum
    • ตัวนี้เป็นตัวที่เมื่อเทียบกับปริมาณที่ได้แล้วมันมีราคาที่ดีมากๆ เป็นชาเขียวที่ทำมาเข้มข้น เน้น Antioxidant หนักๆ เลยล่ะคับ ใครที่ตากแดดเยอะๆ ทำงานอยู่ท่ามกลางมลภาวะฝุ่นควันข้างถนนก็หามาใช้เถอะ ทาง่ายเกลี่ยง่ายแห้งไวไม่ซึมเปื้อน ผู้ชายก็ใช้ได้ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆครับ ส่วนตัวหมูเองจะใช้ร่วมในตอนที่รักษาสิวหนักๆนะครับ ใช้แล้วติดมือ เพราะทาง่ายเนื้อเบาเหลว ใช้ไปเรื่อยๆ มารู้สึกตัวอีกทีอ่าวจะหมดแล้ว 555+
  4. Preme Nobu : Natural C White (Budget)
    • preme-nobu-natural-c-white
    • สำหรับคนที่มีงบจำกัดแต่ต้องการอะไรที่ได้ส่วนผสมที่ดี หมูขอแนะนำเจ้าตัวนี้เลยครับตัวนี้ถือเป็น Wow Item ของหมูในปีนี้เลยก็ว่าได้ เดินไปเจอมาโดยบังเอิญมากๆ ต้องขอบคุณนิสัยอยากรู้อยากเห็นชอบหยิบโน้นนี้มาอ่านสารประกอย ตัวหมูเองก็ไม่ได้คิดเลยว่าจะเจอครีมที่มีเนื้อสวยๆน่าใช้ แถมใส่สารประกอบที่น่าประทับใจได้ถึงขนาดนี้ แล้วยังมีราคาที่คุ้มค่ามากๆขนาดนี้อีก ปรบมือให้เลยครับ
  5. Sulwhasoo : Snowise EX Whitening Serum
    • snowise_ex_brightening_serum
    • ปิดตัวในหมวด Serum ด้วย Sulwhasoo ครับ เอาจริงๆ นี้มาเขียนแนะนำยังสะดุ้งถึงตอนนั่งหาข้อมูลมาเขียนเจ้าตัวนี้อยู่เลย คือเหนื่อยมาก สมุนไพรเยอะไปหมด ตัวนี้เป็นรุ่นเก่านะครับเลิกผลิตไปแล้ว (เป็นคนดองของหนักมาก กว่าจะขุดมาใช้แต่ละอัน…) ปัจจุบันเค้าได้ออกรุ่นใหม่มาแล้วนะครับ มีการตัด Vitamin B3 + Acetyl Glucosamine ออกไป ซึ่งสารหลักๆ ก็ยังคงไว้สามารถไปอ่านข้างในรีวิวกันได้ (แปลกเนาะ Vitmin B3 ที่เราเห็นว่ามันมีทั่วไปใครๆ ก็ใส่ เราก็ไม่ค่อยจะเห็นค่า แต่พอเอาออกจาก Sulwhasoo กลับรู้สึกอยากให้ใส่คืนลงไป 555+) ก็ถ้าใครมีงบประมาณก็ไปสอยมาใช้กันได้เลยครับ สาร Whitening เค้าจัดหนักจริงๆ ขั้นตอนการก่อเกิดเม็ดสีมีเท่าไหร่ เค้าก็ใส่สารแต่ละตัวไปสกัดตามแต่ละชั้นตอนนั้นๆ เหมือนมาแนวฆ่าล้างบางอย่างนั้นน่ะ

Eye Cream

  1. Algenist : POWER Advanced Wrinkle Fighter 360° Eye Serum
    • power_advanced_wrinkle_fighter_eye_serum_web_1
    • นวัตกรรมของโลกไม่เคยหยุดนิ่งครับ Algenist เป็น Brand ที่มี Story เริ่มจากบริษัท Solazyme Inc. (บริษัทแม่ของ Algenist ในปัจจุบัน) เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญใน industrial microalgae biotechnology ซึ่งได้พัฒนาเจ้าสาหร่าย microalgae นี้เข้าไปในหลายๆ ตลาดทั้ง พลังงาน chemical และด้านสุขภาพ โดยมี Algenist นี่ล่ะเป็น Product แรกที่บุกเข้าไป การทดลองต่างๆเป็น In House ครับ (แต่ผลวิจัยก็เอาไปจด Patent ได้ล่ะนะ แลดูให้ความรู้สึกว่ายกระดับดี) ตัวบริษัทก็มีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่งเนาะ ใหญ่โตขนาดนี้
    • ในเรื่องของการใช้งานนั้นตัวนี้จะให้ Feel ที่ดีมากตอนที่เราทา ทาไปเมื่อมันแห้งแล้วจะรู้สึกผิวใต้ตาตึงๆ แบบบางๆ (ตรงนี้เข้าใจว่ามาจากสารประกอบที่ช่วยก่อฟิลม์ขึ้น) จุดขายของเค้าจะอยู่ที่ Patent หรือสิทธิบัตรที่เค้าได้วิจัยมาในส่วนของสารประกอบ Alguronic Acid ตามด้วย Peptide ตัวดัง Matrixyl ที่อ้างเรื่องความสามารถในการลดริ้วรอยได้ หมูว่าถ้าไม่ติดที่ราคาหมูคงซื้อรัวๆแจกเพื่อนไปแล้ว เป็นอะไรที่น่าหยิบจับ ให้เป็นของขวัญที่ดูมีราคา คนที่ชอบ Skincare ถ้าได้จะกรี๊ดอะ (อยากกรี๊ดบ่อยๆ ซื้อให้ที 555+)
  2. Dr.Ci:Labo : Special Enrich-Lift Eye (Highly Recommend)
    • enrich-lift-eye-hr
    • ก็นั้นแหล่ะคุณ หมูเป็นสาวกยี่ห้อนี้อย่างบ้าคลั่ง แต่ Eye Cream ตัวนี้ตอนมาวางใหม่ๆ ที่ไทยมันไม่เคยอยู่ในสายตาหมูเลยยยยยยย ไม่คิดจะซื้อเพราะอ่านสารแล้วไม่เห็นสารกลุ่มที่เน้นเรื่อง Skin Barrier เช่น Fatty Acid, Cholesterol และ Ceramide (ทั้งๆที่เอาครีมที่มีสารพวกนี้ทาทับก็สิ้นเรื่องเนาะ) หารู้ไม่ ตัวเองโง่เอง อ่อนด้อย เพราะเมื่อได้มีเวลามาอ่านสารอย่างใกล้ชิดแล้วทำให้พบเจอสารหลายๆที่ดีและมีตัวที่มีวิจัยรองรับชัดเจนอยู่หลายตัว แถมสารส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การเข้าฟื้นฟู Texture ของผิวอย่างพวกสารสกัดจากจมูกปลาแซลม่อน “SOLUBLE PROTEOGLYCAN” ด้วยล่ะ ตัวนี้มีความน่าประทับใจที่มีการใช้สารที่เล่นลงไปลึกถึงระดับ Growth Factor อย่าง HIBISCUS ABELMOSCHUS SEED EXTRACT ด้วยนะ 😘
    • ในส่วนของการใช้งานนั้นก็ดีมากเช่นกันนะครับ บางวันในตอนเช้าที่ไม่ได้ออกไปไหนแค่ล้างหน้าแล้วลง Preserum ของ Sulwhasoo แล้วต่อด้วย Eye Cream กับ Serum เนื้อเบาๆ พอหลังจากที่เดินไปเดินมาทำงานทานข้าวเช้าเสร็จ พอกลับมาส่องกระจกข้างหน้าต่างจะเห็นแสงตกกระทบบนหน้าและเห็นว่าส่วนที่ลง Eye Cream นี้ไวยังเคลือบเป็นแสงสะท้อนวาวๆ อยู่เลย เลยมั่นใจมากว่านอกเหนื่อจากสารดีๆแล้วการเอามาทากลางคืนนั้น มันจะช่วยรักษาความชุ่มชื่นได้ดีแน่ๆครับ

Face Cream

  1. Atopalm : Concentrated Intensive Cream (Budget)
    • Atopalm  Concentrated Intensive Cream
    • ถ้าตามเพจมาตลอดจะรู้ว่านี้เป็นครีมชั้นดีที่มีความสามารถในการซึมลงสู่ผิวได้สูง เน้นการบำรุง Skin Barrier อย่างแท้จริง สีกับน้ำหอมก็ไม่ได้ใส่ ซึ่งเป็นอะไรที่เหมาะกับคนผิวที่ขาดการบำรุง เป็นผื่นง่าย โอกาสในการแพ้น่าจะน้อยเพราะมีการใส่สารที่ต้านการระคายเคืองมาคู่กับสารบำรุงได้ดีเลยทีเดียว แถมราคายังไม่แพงจนไร้สาระอีกด้วยนะครับ
  2. Dr.Ci:Labo : BIHAKU Special
    • 13879470_561665707353499_9132919818843383104_n.jpg
    • ตัวนี้ดีงามจนหมูต้องซื้อกระปุกที่ 2 มาตุนไว้ เพราะไม่มีขายในเมืองไทยนะครับ เค้าจะใส่สาร Whitening เพิ่มเติมจากรุ่น BIHAKU ทั่วๆไป และแปะคำว่า Special ลงไปเพิ่ม แอร๊ยยยยยยย (ขอกรี๊ดทีนุง) นั้นคือตัว SymWhite® 377 ที่มีความสามารถในการลดฝ้าได้ (ใส่อยู่ใน Dr.Ci:Labo : Super White 377VC) หมูพยายามหา Full Ingredients แล้วแต่หาไม่ได้จริงๆ เลยไม่มี Review ออกมาให้อ่านกัน (รอดตัวไป เพราะเขียนรีวิว Brand นี้ทีไรหมดพลังงานทุกทีไปครับ) เอาเป็นว่ามันดีมาก เนื้อเจลนิ่มๆ ไม่มีกลิ่น ใช้ทาเช้าและเย็นสะดวกดีครับ คนผิวมัน+หมองคล้ำเป็นฝ้าน่าจะชอบกัน (ปล. ตอนนี้กลับไปหาในเวบเหมือนจะไม่ได้ทำขายแล้ว สงสัยออกมาเป็นกรณีพิเศษมั๊ง ไม่แน่ใจนะครับ)
  3. Dr.Ci:Labo : Perfect Agest-DX (Highly Recommend)
    • p_products_L_01.jpg
    • สิ่งนี้คือ Peak ที่สุดในบรรดาครีมของ Dr.Ci:Labo นี้แล้วครับ มันคือ Love at first sight ของหมูเลย  💘 เค้าผสม Fullerene สองรูปแบบที่มีความสามารถละลายในน้ำและน้ำมัน (ความสามารถละลายได้ในน้ำมัน เวลาอ่านแล้วทำให้เรารู้สึกกลายๆ ว่ามันจะซึมลงผิวได้ดีเหมือนกรณี Vitamin C ตัว ATIP นะครับ) นอกจากนี้ก็ยังมีสารที่แบบจัดแน่นจัดเต็มมีสารแซ่บๆ ดีๆ เยอะมากมาย ถ้าไปดูใน website ของเค้า แล้วไปนั่งนับจำนวนสารคือใส่มาเป็น 100 ตัวเลยมั๊ง คือเยอะจริงๆอะ ต่อให้ใส่แบบดีดๆ ตัวละนิ๊ดหน่อย แต่รวมกันคงเยอะเลยทีเดียวล่ะ อ่านแล้วก็เห็นว่ามันจะช่วยในเรื่องของความขาวใส การปรับ Texture ของผิวหน้าให้ดีขึ้นไปในเวลาเดียวกันได้ครับ ราคาของตัวนี้จะเป็นตัวที่แพงสุดของ Dr.Ci:Labo แล้วนะครับ ในไทยยังไม่มีขายเช่นกัน และหมูก็จำราคาไม่ได้แล้ว 555+ ส่วนในเรื่องของเนื้อครีมนั้น เจ้าตัวนี้ก็จะมีเนื้อ Gel Cream แบบเนื้อแน่นๆ กว่ารุ่นทั่วไปด้วย การใช้งานนั้นในตอนกลางคืนหมูจะใช้ในปริมาณที่มากกว่าการใช้ตอนเช้าครับ เพื่อเป็นการพอกหน้าไปเลยสู้กับแอร์ในห้องนอนเราไป ข้อดีอีกข้อที่ชอบคือตัวนี้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วยนะครับ โอ้ยยยยยย ฟินลื้ม

Mask

  1. Fresh : Black Tea Firming Overnight Mask (Highly Recommend)
    • Fresh Black Tea Overnight Mask
    • อี Mask นี้คือนิพพานของหมู แม้ว่ามันอยู่ใน Line ของ Black Tea แต่หมูมองว่าเค้าใส่สารที่ดีๆ Beyond จากแค่ Black Tea ไปหลายขุมมากๆ นะครับ โดยเฉพาะสารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ที่มีการศึกษาว่ามี สาร Flavonoid Saponin Anthocyanin และอื่นๆ อีกมากมายครับ มันช่วยในเรื่องทั้ง Anti-Aging และ Whitening ไปในตัวด้วยเลย กับราคา 3,600 บาท (ไม่นับตอน Sephora ลด 20%) ที่เทียบกับขนาด 100 ml ถือว่าเป็นตัวเทพของ Fresh ที่คู่ควรแก่การลงทุนมากจริงๆ ครับ
    • ส่วนตัวหมูจะใช้ Mask หน้าก่อนนอนเท่านั้นครับ ด้วยเนื้อของ Product ที่มีความหนักแน่นมากๆ หนืดมือโคตร ตอนแรกปาดเนื้อออกมาแอบตกใจ ครั้งแรกที่ใช้คือปาดให้มันจบๆ แล้วไม่ไปแตะหน้าอีกเลย ปรากฎว่าใช้แล้วเห็นผลอะ ดีจริงๆ มีคนทักตั้งแต่วันแรกที่ใช้เลยอะว่าหน้าดูสว่างสดใสดีงามมาก จะให้อธิบายสรรพคุณหมูว่ารบกวนไปอ่านรีวิวจะดีกว่า เพราะอยากให้เข้าใจความดีงามของมันแบบแท้จริงครับ
  2. Fresh : Umbrian Clay® Purifying Mask
    • Fresh Umbrian Clay® Purifying Mask
    • ตัวนี้ถ้าใครเป็นคนที่ติดตามหมูมาตลอดหมูจะโพสใน Facebook ว่ามันมีประสิทธิภาพในการดูความมันบนใบหน้าที่สูงมากๆ เพราะหมูเคย Mask หน้าทิ้งไว้แล้วมานั่งพิมพ์งานจนเลยเวลาไป พอมาส่องกระจกอีกทีคือหน้าแห้งมาก แต่หมูกลับสังเกตุเห็นว่าตามรูขุมขนนั้นจะเห็นน้ำมันซึมออกมาเป็นดวงๆ เลยทีเดียว หลังล้างหน้าก็จะมีกลิ่นโคลนแนวสะอาดๆเหมือนกลิ่นธูปหลงเหลืออยู่ข้อดีของมันคือในส่วนผสมได้มีการใส่น้ำมันมะกอกผสมกับน้ำมันเมล็ดองุ่นที่ชึ้นชื่อว่ามีสารประกอบ linoleic acid ที่เป็นไขมันชนิดดีต่อผิวลดอาการอักเสบของสิวได้ครับ
    • ข้อแนะนำส่วนตัวคือในขณะที่เรากำลังใช้ยารักษาสิวก็ควรจะเลี่ยงตัวนี้ครับ หมูลองปาดไปบนหน้าในช่วงที่ใช้ Differin กับ BP คือแสบหน้ามากอะ -*- ดังนั้นก็รอให้ผิวแข็งแรงก่อน หรือก็ชิงใช้ซะก่อนที่เราจะเริ่มใช้ยารักษาสิวต่างๆ แล้วกันนะครับ
  3. DrGL : Restore Gel Mask (Budget)
    • DrGL Restore Gel Mask
    • เอาตรงๆ จะหา Mask ดีๆ ใช้ง่ายๆ ราคาย่อมเยาเมื่อเทียบต่อ ml แล้วคงไม่พ้นตัวนี้นะครับ นอกจากจะมีสารต้านการระคายเคือง และต้านการอักเสบที่ดีแล้ว ตัวนี้เหมาะกับการซื้อฝากให้แฟนใช้มากๆ นะสาวๆ คนหน้ามันจะชอบเพราะมันแห้งไปเลย แห้งจริงๆ ทาง่ายใช้ง่าย ลงปุ๊บฟาดกันแดดต่อได้เลยนะครับ เวลาจะซื้อฝากคุณผู้ชายก็แนะนำว่าให้หาครีมกันแดดส่งให้เค้าใช้ควบคู่กับไปด้วยนะครับ ถ้าไม่เช่นนั้นก็อย่าทาบำรุงเลย ทาแต่กันแดดเอาดีกว่าครับ

Sunscreen

  1. Kanebo : ALLIE UV Long Keep Gel SPF50+ PA++++
    • img_2816
    • หนึ่งเดียวในใจ ✨ รักมากกกกกกก ถ้าซื้อหุ้นของอีโรงงานนี้ได้จะซื้อเอาตรงๆ เป็นครีมกันแดดที่ควรลงทุนจ่ายเงินให้ด้วยมากๆ เสียเงินให้มันมาไม่ต่ำกว่า 40 หลอดแล้ว
    • ตามที่หมูได้พูดไปหลายรอบแล้วนะว่าจะซื้อกันแดดถ้าไม่อยากโดนหลอกเรื่องค่า SPF ควรซื้อของญี่ปุ่น (ทำไม? กลับไปอ่าน Tips ข้างบนได้เลยนะครับ) ข้อดีของครีมกันแดดตัวนี้คือมันจะวอกแค่เบาๆ ทา 2 ข้อนิ้วมือได้อย่างสบายใจ ทิ้งไว้ไม่นานความวอกจะค่อยๆหายไปแล้วสีจะกลืนไปกับหน้าของเราได้เป็นอย่างดี แถมยังมีสารประกอบที่ช่วยเป็น Antioxidant เข้ามาช่วยด้วย ตัวนี้ก็เหมาะกับคุณผู้ชายเช่นกันนะครับ
  2. La Roche-Posay : UVIDEA XL EXTREME FLUID SPF50 PA+++
    • lp15610_big
    • ใครที่ต้องการครีมกันแดดเนื้อน้ำแบบเชื่อถือค่า SPF ได้จริง ขอให้ฝากหนังหน้าไว้กับ La Roche-Posay ซึ่งเป็นแบรนด์ของฝรั่งเศส ส่วนตัวหมูเองก็มองว่าเค้าเองก็เป็นหนึ่งในผู้นำด้านครีมกันแดดอย่างแท้จริงนะครับ เค้ามีความน่าเชื่อถือสูงและตัวนี้จริงๆแล้วเกือบได้ค่า PA++++ เลย เพราะทาง La Roche-Posay เค้าจะแสดงค่าความสามารถในการป้องกัน UVA (ที่ทำหน้าเราเหี่ยว) เป็น PPD ประกอบนอกเหนื่อจากแค่ค่า PA ด้วย ซึ่งเจ้าตัวนี้ได้ PPD 15 เลยทีเดียว (PPD 16 ขึ้นไป คือ PA++++)
  3. Senka : Aging Care UV Sunscreen SPF50+ PA++++ (Budget)
    • 611ydwr3bgl-_sy355_
    • ตัวนี้ไม่มีรีวิวนะครับ เป็นกันแดดเนื้อเจล และจะบอกว่ามันผลิตออกมาจากโรงงานของ Shiseido ที่ญี่ปุ่นเลยทีเดียว หมูเคยโพสว่าหลอดที่มันใช้รูปทรงก็ตัวเดียวกับของ Shiseido แค่เปลี่ยนสีเฉยๆ เราจะเห็นโปรลดจาก 420 บาท เหลือ 320 บาทบ่อยๆ ใน Watson ก็ไปสอยให้ทันล่ะ ตัวนี้ใช้ดีไม่วอก และมันไม่มากเท่าไหร่นักในการทา 2 ข้อนิ้วมือเฉพาะหน้า ตบแป้งช่วยเอาก็หายเลยสวยๆ เป็นอะไรที่น่าลงทุนด้วยมากๆครับ ทั้งคุณภาพและราคาดีงามจริงๆ
  4. Lab Series : BB Tinted Moisturizer SPF35 PA+++ (Item ลับ)
    • lab-series-bb-tinted-moisturizer.jpg
    • Lab Series เป็นอีก Brand ที่มีส่วนผสมน่าประทับใจมากกว่า Brand ทั่วไปนะครับ ตัวนี้ตอนซื้อมานะสารภาพตรงๆว่าอ่านสารแล้วประทับใจมาก สารดีๆเยอะมาก เยอะจริงจังในส่วนที่เป็น Antioxidant แถมมีใส่ Peptide ตัว Agriline ที่อ้างเรื่องลดริ้วรอยทำหน้าที่เหมือน Botox มาด้วย (เค้าอ้างมาอย่างนั้น มีสติ!) ส่วนสารกันแดดก็ตามนี้ Octinoxate 7.40%, Octisalate 4.00%, Oxybenzone 2.50%, Titanium Dioxide 2.20%, Zinc Oxide 2.00% และไม่มีน้ำหอมครับ
    • บอกเลยว่าตอนแรกที่เอามาใช้คือไม่ชอบเลย เพราะทาแบบ 2 ข้อนิ้วมือ หน้านี้มันเลื่อมเลยจ้า (เป็นการบอกว่ามันใส่สารกันแดดแบบ Chemical มาแน่นพอควร) จนมาพบทางออกคือเอามาทาทับครีมกันแดดตัวอื่นครับ มันจะช่วยให้เราหน้าใสขึ้นมากๆ คือไม่ได้ปกปิดรอยสิวหนักๆได้นะ แต่มันช่วยปรับโทนผิวให้ดูสม่ำเสมอเรียบเนียนมากขึ้นครับ เวลาไปออกงานต่างๆ ก็จะทาตัวนี้ล่ะบางๆ ถ้าเป็นงานกลางคืนก็ไม่ต้องลงกันแดดก่อน ลงตัวนี้ต่อได้เลย ถือเป็นการบำรุงและรองพื้นไปในตัวเลยทีเดียว คุณผู้หญิงก็ใช้ได้นะครับตัวนี้
    • ปล. มันก็มีอยู่สีเดียวหน่ะนะก่อนซื้อก็ควรไปลองสีกันก่อนครับ

Lip Care

  1. La Roche-Posay : Cicaplast Levres (Budget)
    • La roche posay Cicaplast Levres
    • ตัวนี้ส่วนประกอบดูเรียบง่ายคนที่แพ้อะไรง่ายๆ น่าจะไม่แพ้นะครับ มีสารให้ความชุ่มชื้น และสารประกอบจากถั่วเหลือง และ Vitamin B5 ทำหน้าที่ Sooth ผิวของเราครับ ข้อดีอีกข้อที่หมูชอบเพราะเนื้อมันจับตัวกันหลวมๆครับ ไม่เหลวจนเกินไปเหมือนของ Kiehl’s ที่เปิดใช้แต่ละครั้งเลอะเทอะมาก
  2. Fresh : Sugar Sport Treatment Sunscreen SPF 30
    • Fresh Sugar Sport Treatment Sunscreen SPF 30
    • จริงๆแล้วตัวนี้ใช้ทาหน้าได้ด้วยนะครับ แต่หมูก็เอามาทาแต่ปาก เวลาที่เราต้องการ Lip ที่มี SPF ครับ มันมีกลิ่นที่หอมดี และมีส่วนประกอบจากน้ำมันพืชดีๆหลายชนิด รวมถึงยังมี Vitamin C ใส่เข้ามาเพิ่มเติมอีกด้วย คุณสมบัติรวมๆของพวกนี้ก็จะช่วยฟื้นฟูผิวจาก UV ครับ เรียกได้ว่าฟื้นฟูไปด้วยป้องกันไปด้วยครับ
    • ตัวนี้จะมีเนื้อที่หนักแน่นมากกว่าตัวบนนะครับ เหมาะที่จะใช้หน้าหนาวมากๆ จริงๆหน้าร้อนก็ใช้ได้แหล่ะ เพราะเนื้อที่หนักจะยิ่งช่วยให้มีผลิตภัณฑ์เกาะติดริมฝีปากได้ยาวนานกว่า ยิ่งตัวนี้มี SPF มันก็จะช่วยให้เราได้ SPF ที่มากกว่าจากเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เกาะติดเยอะกว่าตามไปด้วย
  3. Blistex : Deep Renewal (Budget)
    • blistex-deep-renewal.jpg
    • จะบอกว่าตัวนี้แซ่บจริง เพราะมี SPF15 มาให้ด้วย เนื้อของ Product นุ่มและเกลี่ยบนริมฝีปากได้ง่ายมากๆ ในราคาไม่น่าจะถึง 200 บาทนะ คือถูกและดีมาก สารกันแดดที่ใช้เป็น Octinoxate (7.5 w/w), Oxybenzone (2.5 w/w) นะครับ ตัวแรกไม่เสถียรแต่ตัวหลังเสถียรนะ ทั้งสองตัวป้องกัน UVB ได้ดี แต่ UVA ตัวแรกไม่กัน ตัวหลังจะได้แค่ UVA-II แต่ก็ดีกว่าไม่กันอะไรเลย ส่วนสารบำรุงก็เป็น Jojoba Oil ที่ใช้เพิ่มความชุ่มชื้นกันโดยทั่วไป แต่มีสรรพคุณที่ดี (น่าเบื่อแต่ดี) ส่วนสารที่ใส่มาประปรายเป็นสารบำรุงก็พวก Hyaluronic Q10 Vit C&E บลาๆ รวมๆ แล้วถ้าอยู่ใน Office เป็นหลักไม่ได้ออกไปโดนแดดอะไรมากก็ถือว่าดีครับ อย่างน้อยๆ ก็ดีกว่าไม่ทาอะไรเลย
    • ข้อเสียของมันคือน่าจะใส่พวกสารที่ทาแล้วรู็สึกเย็นๆ เข้ามาด้วย คือมันไม่ได้จำเป็นมะ อีกอย่างคือใส่น้ำหอม คนแพ้ง่ายก็อาจจะต้องเทสก่อนใช้ครับ วัดใจกันไป

 Body Care

  1. Atopalm : Moisturizing Body Lotion
    • b5.jpg
    • เป็นตัวที่ใช้หมดไวมากๆ ทาง่ายซึมไว ส่วนผสมดีงามตามท้องเรื่องของ Atopalm เค้าครับ หมูใช้หมดไป 2 หลอดแล้ว และจะหามาใช้อีกเมื่อ Body Lotion อีกขวดของอีกยี่ห้อที่ไปสอยมาหมดก่อนครับ (หารูปแบบหลอดไม่ได้เอาแบบขวดไปดูแทนนะ)
  2. MUJI : Moisturising Milk Moisture
    • MUJI  Moisturising Milk Moisture
    • ขอบอกเลยนะ Muji ที่เราชอบเข้าไปซื้อเครื่องเขียนเค้าก็มีโซนสินค้า Skincare ที่น่าใช้หลายอย่างมากๆ โดยเฉพาะเจ้า Moisturising Milk ตัวนี้ เพราะว่ามันมี Texture ที่ทาได้ง่ายมากๆ ส่วนประกอบดี เจ้าตัวนี้จะมี 3 เนื้อนะครับ แต่แนะนำให้เลือกเนื้อ Milk เพราะส่วนผสมจะเป็นอะไรที่ประทับใจหมูมากที่สุดครับมันจะมี Squalane เข้ามาเป็นส่วนผสม โดยที่อีก 2 ตัวไม่มีด้วยล่ะ
  3. Strivectin : Volumizing Hand Treatment (Highly Recommend) (Item ลับ)
    • 2241516.jpg
    • คือจะบอกว่าราคาก็แพงแหล่ะ แต่มันดีโคตรๆ ส่วนตัวทำงานใน Office มีการหยิบจับเอกสารตลอดเวลา ยิ่งถ้าเอกสารพึ่งออกมาจากเครื่อง Print มือเราจะแห้งมากๆ ที่ชอบเจ้าตัวนี้เพราะเนื้อครีมของมันมีความหนักแต่นุ่มดี ทาแล้วอยู่มือจริงๆ นอกจากนี้สังเกตุมือตัวเองช่วงที่ใช้เจ้าตัวนี้บ่อยๆ มันดูมีความใสขึ้นนะครับ
    • ครีมตัวนี้ทาง Brand เคลมว่าใช้ NIA114 Technology ที่บอกว่ามันจะช่วยฟื้นฟูผิวคืนความยืดหยุ่นให้ผิวครับ สารประกอบอื่นๆ ก็แซ่บโคตร ครีมทามืออะไรใส่ Resveratrol??? จะเทพเกินไปแล้ว (Resveratrol สารหากินของ Brand Caudalie ของคนที่จบการศึกษาจาก Harvard มานะครับ ลองไปอ่านประวัติกันดูที่ Website ของเค้ากันได้) นอกจากนี้ยังใส่สารที่ช่วยเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ เช่น Arbutin และ Vitamin C ในรูปแบบ Ascorbyl Palmitate อีกด้วย และยังไม่หมดนะมันยังใส่สารดีๆมาอีกเพียบเช่น Hyaluronic Acid, Squalane, Linilenic Acid, Linileic Acid และ Q10 และอีกเยอะะะะะะะ มีงบก็ไปโดนกันซะ เพื่อมือที่เนียนนุ่มน่าจับน่าทะนุถนอม
  4. Soap&Glory : Breakfast Scrub (Budget)
    • soapandglory.jpg
    • คือตัวนี้นะ เป็น Scrub ที่โคตรดี ดีสุดแล้วในบรรดา Scrub น้ำตาลที่หมูซื้อๆ มาใช้ทั้งหลาย ของ Fresh เม็ดจะหยาบกว่ามากแล้วมันไม่เกาะผิวเท่าไหร่ แต่ต้องใช้ (เพราะซื้อมาแล้ว และแอบแพงอีกตะหาก) ดังนั้นเวลาที่ Boots มีโปร 1 แถม 1 ขอให้รีบไปตุนได้เลย 2 กระปุกนี้อยู่ได้เกือบปีเลยมั๊งใช้อาทิตย์ละหนก็น่าจะพอครับ
    • ความดีงามของมันคือมันจะผสมระหว่างเกล็ดเกลือและน้ำตาลครับ รวมถึงการใช้เปลือกเม็ดโกโก้มาทดแทนเม็ด Scrub ที่ทำจากพลาสติกอีกด้วย รักโลกไปอี๊กกกก เวลาใช้งานก็เอามือควักนี้แหล่ะค่อยๆถูไปทุกซอกตามร่างกาย ส่วนตัวเอามาถูตามง่ามมือและเท้าฟินจั๊กกระเดียมดีครับ
    • ข้อดีอีกข้อคือเจ้านี้ใช้แล้วไม่ทิ้งความมันไว้ที่ผิวครับ ของ Fresh เค้าจะใส่ Oil ผสมลงมาด้วยซึ่งเวลาล้างตัวแล้วพื้นห้องน้ำจะมันๆเลยครับ ต้องบีบครีมอาบน้ำมาถูกตัวและถูพื้นห้องน้ำด้วยอะ (Oil ที่ใส่มาก็เป็น Oil ดีๆ แหล่ะนะแต่เมืองไทยมันไม่ได้แห้งเหมือนเมืองนอกขนาดนั้นไง)
  5. KOSÉ : Suncut UV Protect Gel SPF50 PA++++
    • d343a8ceb8df43c695501f65188d0cac
    • ตัวนี้เป็นครีมกันแดดเนื้อเจลทาง่ายมากๆ สบายผิวดีงามล้านแปด มีส่วนประกอบที่มีสารต้าน Antioxidant เยอะมากๆ ดอกไม้นานาพรรณถอนมาจะหมดป่าแล้วคุณ ซึ่งสรรพคุณของสารสกัดจากดอกไม้เหล่านี้แต่ละตัวก็มีสรรพคุณที่ดีอีกด้วยนะ ลองเข้าไปอ่านกันในรีวิวแล้วกันนะครับเขียนรายละเอียดไว้เพียบแน่นอน
    • ส่วนตัวแล้วหมูยังไม่เคยเอามาทาหน้านะครับ ทาตัวล้วนๆเลย แล้วมันก็หมดไปแล้วด้วย จะต้องไปซื้อตุนต่ออย่างแน่นอนครับ ทาง่ายไม่เหนี่ยวแถมได้ SPF 50+ PA++++ เลยทีเดียว Made in Japan โอเคมากเลย
  6. Yves Roche : Raspberry Peppermint Exfoliating Shower Gel
    • yves-rocher-9410-050575-1.jpg
    • สินค้าจากฝรั่งเศสนอกจากครีมกันแดด La Roche-Posay แล้วก็มีเจ้าตัวนี้แหล่ะที่หมูรู้สึกว่าเป็นอะไรที่น่าลงทุนด้วยมากๆ ตัวนี้ราคาไม่แพงเท่าไหร่ด้วยนะครับหลอดละประมาณ 250 บาท +/- นะ ที่หมูชอบเป็นเพราะว่าเค้าใส่เม็ดสครับจากธรรมชาติมาใช้ครับ เช่นพวกเมล็ด Apricot ผง Almond  หรือเมล็ดของกีวี่ประมาณนี้ครับ แล้วก็ไม่ได้ใส่มาเยอะซะจนหนาแน่นสากผิวเหมือน Product ที่ออกแบบมาเพื่อเป็น Scrub หรอกนะ เค้าใส่ตัวเม็ด Scrub มากลางๆครับเพราะมันเป็นทั้งอาบน้ำและ Scrub ไปในตัว ส่วนตัวเม็ดของ Scrub ที่ใส่มานั้นก็ละเอียดและไม่บาดผิวใดๆ มาคู่กับสารทำความสะอาดที่อ่อนโยน จึงทำให้สามรถใช้ได้เช้าเย็นทุกวันเลย และข้อดีที่ชอบมากๆอีกข้อคือมันมีกลิ่นที่ดีมากๆครับใช้แล้วรู้สึกสดชื่น ห้องน้ำหอมฟุ้งกระจายดีงามจริงๆ
    • ตัวนี้เค้าก็มีทำออกมาหลายกลิ่นด้วยนะครับ หมูใช้ตัวนี้แล้วชอบเลยไปตามเก็บตัว Mango Coriangre กับ Citron Basilic มาล่ะชอบกลิ่นของมันมากๆเลย

Hair Care

  1. A’kin : AVOCADO & CALENDULA CONDITIONER
    • akin-avocado-and-calendula-conditioner-akcoac-g_1.jpg
    • คือตอนแรกก็ว่าจะไม่เขียนเรื่องอื่นนอกจากผิวนะ แต่ Conditioner ตัวนี้มันใช้แล้วชอบมากจริงๆ แล้วรู้สึกว่าเราก็ควรจะเปิด Option ให้เพื่อนๆรับไว้พิจารณาไปลองกันได้ คือว่าส่วนตัวหมูเป็นคนหา Shampoo กับ Conditioner ใช้ยากครับ ยากมากจริงๆ สระแล้วผมกระด้างโน้นนี้นั้น ระคายเคืองนั้นนี้โน้น รังแคโผล่เป็นครั้งคราวอีก หลายสิ่งมากๆ กลุ้มใจเหมือนกัน 😭 แต่บังเอิญไปเห็นเจ้าตัวนี้ใน Tops หรือใน Gourmet ก็เคยเดินเห็น เลยไปยื่นอ่านสารเค้าเล่นๆ (อีกและ) มือก็กดมือถือไปอ่านสารบางตัว หัวก็พยักหน้าไป (เป็นอาารของคนไล่อ่านสารที่ละตัวตั้งแต่ต้นจนท้าย แล้วแบบ… ออกเสียงพึมพร่ำคนเดียวว่า…อืมๆๆๆ ตัวนี้โอเคๆ … อืมตัวนี้ก็โอ… อะไรแบบนี้) สรุปอ่านจบแล้วแบบเฮ้ยชอบอะไม่มี Silicone บลาๆ คือปกติเลยเคยฟังมาว่าพวก Silicone มันจะไปอุดตันแถวรากผมแล้วทำให้ผมลีบจนร่วงไปอะไรงี้ แล้วอีกอย่างคือในส่วนผสมมันดูมี Oil ดีๆ อยู่หลายตัว เลยแบบอดใจไม่ไหว (หยิบเลยและกัน 555+)
    • ตัวนี้เค้าเป็น Vegan Product ด้วยนะมีสารที่เอามาจากธรรมชาติเยอะหน่อย (ก็พวกน้ำมันจากพืชต่างๆ นั้นแหล่ะ) แถมไม่เทสกับสัตว์ด้วย Concept ใช่ กลิ่นได้ (กลิ่นแบบสมุรไพรมากๆ ลองไปดมกัน) เลยลองใช้เลย พอใช้แล้วรู้สึกผมมีความเป็นเส้น มีความหนาขึ้น มีน้ำหนักขึ้น มีความสะบัดได้ (สะบัดทำไม?) เอาเป็นว่าตัวนี้ใช้แล้วชอบครับ
  2. Principle : Extra Mild Shampoo
    • X239_shampoo_olive2.jpg
    • อย่างที่บอกหมูเป็นคนใช้ Shampoo ยากมากๆ ที่ผ่านมาจะใช้แต่ Coconut ของ Kiehl’s ตัวที่มีเนื้อใสๆครับ ตัวนั้นก็ชอบนะซื้อขวดปั๊มมาจากเมกาเลยด้วยแล้วยังใช้ขวดใหญ่สุดที่มีขายในไทยหมดไปแล้วประมาณ 3 – 4 ขวด (ใช้มานานมาก… หัวแพงมาก) แต่พอมาเจอตัวนี้แล้วคือรักเลย ในราคาที่ถูกกว่าเยอะมากๆ ตัวนี้ Extra Mild จริงจังมากๆครับ น้ำหอมไม่ใส่ด้วยสระแล้วสบายหัวมากๆ ใช้ได้เช้าเย็นเลยทีเดียวครับ (สินค้าตัวอื่นเค้าใส่น้ำหอมนะ ก็ไปเลือกๆกันได้ครับ มีอีกตัวที่เป็นShampoo สูตรพริก อันนี้ก็ชอบใสๆ เบาๆ ครับ) ขวดนึงราคา 150 – 250 บาทเอง

สุดท้ายนี้จะขอเตือนเพื่อนๆว่า จะซื้ออะไรให้มีสติ 😁 ควรหา Sample มาลองก่อนว่าเราแพ้ไหม พิจารณาของที่มีอยู่ในบ้านด้วยว่าถ้าเราอยากได้ตัวไหนมันจะซ้ำกับของในบ้านหรือเปล่า แนะนำว่าควรใช้ของในบ้านให้หมดก่อน เพราะอะไร?

เพราะว่าในขณะที่เราใช้ของในบ้านกับของใหม่ที่ซื้อมานั้น ระหว่างทางมันอาจจะมีของใหม่ที่ดีกว่าน่าสนใจกว่าออกมาอีก ถ้าซื้อมาแล้วใช้ของไม่หมดซักอย่างแล้วซื้อของใหม่อีก แบบนี้ไม่ Work นะครับ 😱

ด้วยรัก… livelymoo 

Advertisements