Sunscreen

La Roche-Posay : UVIDEA XL EXTREME FLUID SPF50 PA+++

สวัสดีครับ คราวนี้หมูจะมาเขียนตัวกันแดดเนื้อ Fluid หรือที่เรียกกันว่าเนื้อน้ำนะครับ โดยทั่วไปแล้วเวลาหมูพูดถึงครีมกันแดดที่ชอบก็จะมี Kanebo : ALLIE UV Long Keep Gel SPF50+ PA++++ นี้ล่ะที่ใช้มาเกิน 30 หลอดแล้วมั๊งเดือนละหลอดใช้มา 4 ปีขึ้นแล้ว ทีนี้ก็มีคนมาถามว่าแล้วมีกันแดดตัวอื่นอีกไหมที่ไม่ใช่เนื้อครีม? ตัวแรกที่หมูจะนึกถึงเลยคือเจ้าตัวนี้แหล่ะครับ ทำไมหรอ? มีคำตอบให้ตามนี้เลยครับ

  1. ทาแล้วสบายหน้า ไม่มันเยิ้ม มีการก่อตัวเป็นฟิลม์เบาๆบางๆ เพราะเค้า Formulate สูตรมาได้ดีทีเดียว
  2. หมูพิจารณาแล้ว และเชื่อมันในค่า SPF ที่เค้านำเสนอมาจริงๆ เพราะ La Roche-Posay เค้าค่อนข้างเป็นผู้นำในเรื่องของครีมกันแดดอยู่นะครับ จะเห็นได้จาก Products แนว Sunscreen ของเค้าออกมาหลากหลายครอบคลุมมากๆ นอกจากนี้จากการที่หมูติดตาม Customer Report ของทาง USA เค้าก็ได้นำกันแดดของ La Roche-Posay ไป Test ค่า UVA/UVB ก็พบว่ามันได้ตามนั้นจริง (ไม่เหมือนครีมกันแดดในไทยที่ อย. ยังไม่แข็งแรงพอ ใครสงสัยเรื่องนี้ว่าทำไมกรุณาอ่าน LINK นี้ครับ)
  3. เห็นเค้าเขียนว่า PA+++ แท้จริงแล้วมันเกือบจะได้ PA++++ แล้วนะครับเพราะว่ามันมี PPD 15 เลยทีเดียวครับ (PPD 16 เทียบเท่า PA++++) ใครที่สงสัยว่าการอ่านค่าความสามารถในการป้องกัน UVA มันเทียบกันอย่างไรก็สามารถเข้าไปอ่านที่ LINK นี้ได้นะครับ

มาเข้าเรื่องของเรากันเลยดีกว่าครับ เจ้า La Roche-Posay : UVIDEA XL EXTREME FLUID SPF50 PA+++ ตัวนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียนะครับ ซึ่งข้อดีหมูก็ได้เขียนไว้ข้างบนแล้วล่ะ ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้หมูตัดสินใจเลือกครีมกันแดดเนื้อ Fluid ขวดนี้ เพราะฉะนั้นหมูก็จะมาพูดถึงรายละเอียดของสารกันแดดแทนนะครับ ตามนี้เลย

la-roche-posay-uvidea-xl-extreme-fluid-spf50-pa

สารกันแดดที่สามารถป้องกัน UVB [290-320 nm]

  1. Octinoxate (Ethylhexyl Methoxycinnamate หรือ Octyl methoxycinnamate) ไม่ค่อยเสถียรเท่าไหร่ ใส่มาให้ตัวต้นๆ กัน UBV [280-320 nm]

สารกันแดดที่สามารถป้องกันทั้ง UVB [290-320 nm] และ UVA [320-400 nm]

  1. Drometrizole Trisiloxane : มีชื่อทางการค้าว่า Mexoryl® XL เป็นของ L’Oreal ครับ ป้องกันทั้ง UVB – UVA [Waive Range 290 – 400 nm / Peak at 303 และ 344 nm] เป็น Water Soluble จึงทำให้เนื้อครีมไม่เหนียวเหนอะ มีความบางเบา
  2. Titanium Dioxide : เป็น Physical Sunscreen ที่มีช่วงการป้องกัน UVB – UVA [Waive Range 290 – 400 nm]
  3. Terephthalylidene Dicamphor Sulfonic Acid : มีชื่อทางการค้าว่า Mexoryl® SX ตัวนี้เค้าใส่เพื่อมาให้อยู่คู่กับ Mexoryl® XL เพื่อเสริมการทำงานให้สูงสุด [Waive Range 290 – 400 nm / Peak at 345 nm]

สารกันแดดที่สามารถป้อง UVA [320-400 nm]

  1. Diethylamino Hydroxybenzoyl Hexyl Benzoate (DHHB) [330-375 nm] ตัวนี้มีความเสถียร และมักจะใส่ในกันแดดของทางญี่ปุ่น

 

การใช้งานภาพรวม

คือก็ได้พูโไปตั้งแต่ต้นแล้วนะครับว่าพิจารณามาอย่างไร สิ่งที่จะบอกเพิ่มคือ Fluid Sunscreen ตัวนี้ไม่มีสาร Antioxidant ใดๆ มาเพิ่มนะครับ มีเพียงสารกันแดดและสารแต่งเนื้อให้ได้สัมผัสที่ดีเท่านั้น แต่ถ้าเราเป็นคนที่ทา Serum ต่างๆ อยู่แล้วเรื่องนี้ก็ปัดตกไปเถอะครับ สิ่งที่น่าสนใจของ Product ชิ้นนี้จะเป็นเรื่องของสาร Pentasodium ethylenediamine tetramethylene phosphonate ที่เค้าใส่มาเพื่อ Stabilized สีของสารกันแดด UVB ไม่ให้มันเหลืองไปเรื่อยๆ เมื่อโดนแสงแดดครับ

ในเรื่องของการทานั้นปกติเวลาเราทาครีมกันแดดหมูจะคอยบอกให้เราบีบออกมาในขนาด 2 ข้อนิ้วมือนะครับ ส่วนเวลาที่เราใช้ Fluid Sunscreen เค้ามักจะบอกว่าให้บีบออกมาขนาดเท่าเหรียญ 10 บาทครับ และไม่ว่าจะเป็นเนื้อแบบไหนก็ควรทาทุก 2-4 ชั่วโมงครับ

ส่วนคนที่สงสัย

สรุปข้อดี/ข้อเสีย

ข้อดี

  1. ใช้สารกันแดดหลากหลาย และส่วนใหญ่เสถียร
  2. ไม่มันวาวจนเกินไป และทาได้ง่ายมาก
  3. ไม่มีสีและน้ำหอม
  4. Packaging ทึบแสง

ข้อเสีย

  1. ไม่มีสาร Antioxidant

ขอบคุณที่ติดตามกันครับ อย่าลืมไปตามต่อกันในเพจนะคับ : livelymoo ครับ:)


รีวิวละเอียด ขี้เกียจอ่านก็ข้ามเลยครับ

เนื้อสัมผัส

la-roche-posay-uvidea-xl-extreme-fluid-spf50-pa-1

เนื้อเป็นสีขาว มีความเหลว มีกลิ่นเหมือนกาแฟอ่อนๆ (ใช้แรกๆ ก็แปลกดี แต่ชินแล้วล่ะ)

la-roche-posay-uvidea-xl-extreme-fluid-spf50-pa-2

แค่เอียงมือเนื้อกันแดดก็ไหลแล้วครับ มีความเหลวมากเลยทีเดียว

la-roche-posay-uvidea-xl-extreme-fluid-spf50-pa-3

เกลี่ยรอบแรกก็กระจายตัวอย่างง่ายดาย

la-roche-posay-uvidea-xl-extreme-fluid-spf50-pa-4

เกลี่ยเสร็จแล้วก็จะไม่วอกมากนัก ส่วนความมันจะบางๆ หากทาลงบนหน้าครับ

รายละเอียดสาร

  1. Aqua
  2. Cyclohexasiloxane
    • conditioning agent and emollient ตัวนี้มีความเหลวสูง สามารถกระจายตัวได้ดี และมันมีคุณสมบัติไม่เข้ากับน้ำอ่อนๆ และช่วยให้เกิด Film Forming ทำให้ผิวดู Plump หรือดูฟูชั่วขณะ
  3. Isononyl Isononanoate
  4. Ethylhexyl methoxycinnamate
    • Octinoxate (Ethylhexyl Methoxycinnamate หรือ Octyl methoxycinnamate) ไม่ค่อยเสถียรเท่าไหร่ ใส่มาให้ตัวต้นๆ กัน UBV [280-320 nm]
  5. Alcohol Denat
  6. Glycerin
    • สารให้ความชุ่มชื้นแบบดึงน้ำเข้าผิว (Humectant)
  7. Drometrizole Trisiloxane
    • เป็นสารกันแดดที่มีชื่อว่า Mexoryl® XL เป็นของ L’Oreal ครับ ป้องกันทั้ง UVB – UVA [Waive Range 290 – 400 nm / Peak at 303 และ 344 nm] เป็น Water Soluble จึงทำให้เนื้อครีมไม่เหนียวเหนอะ มีความบางเบา
  8. Talc
  9. Titanium Dioxide
    • เป็น 1 ใน Physical Sunscreen ที่มีช่วงการป้องกัน UVB – UVA [Waive Range 290 – 400 nm]
  10. Polymethylsilsesquioxane
    • Silicone
  11. Dicaprylyl Carbonate
    • สารรักษาความชุ่มชื้นโดยการแทรกตามรอยแตกของผิวไม่ให้น้ำระเหยออกมากเกินไป Emollient
  12. Terephthalylidene Dicamphor Sulfonic Acid
    • Mexoryl® SX ตัวนี้เค้าใส่เพื่อมาให้อยู่คู่กับ Mexoryl® XL เพื่อเสริมการทำงานให้สูงสุด [Waive Range 290 – 400 nm / Peak at 345 nm]
  13. PEG-30 Dipolyhydroxystearate
    • Surfactant & Emulsifier
  14. Propylene Glycol
    • สารช่วยเพิ่มการกระจายตัว
  15. Nylon-12
  16. Isododecane
    • เป็น Hydrocarbon มีคุณสมบัติเป็น Emollient ซึ่งมีความสามารถในการกระจายตัวที่สูงเพราะมีความหนาแน่นและมีน้ำหนักเบา
  17. Triethanolamine
    • ด่างสำหรับปรับ PH
  18. Silica
  19. Diethylamino Hydroxybenzoyl Hexyl Benzoate
    • (DHHB) มีความเสถียรสูงครับ กัน UVA [Waive Range 330-375 nm]
  20. Aluminum hydroxide
    • เป็นสารที่เอาไว้ Coat หรือเคลือบ Titanium Dioxide ครับ (ฟังมาว่าถ้าเคลือบไม่ดีครีมจะ Break ได้ อันนี้ไม่รู้จริงเท็จยังไงนะครับ)
  21. Dimethicone
    • Silicone
  22. Dimethiconol
    • Silicone มีความเหลวสามารถกระจายตัวได้ดี
  23. Disteardimonium Hectorite
    • เป็นสารที่ได้จากพืช เอาไว้ทำให้เนื้อครีมมีความเกาะตัวกันมากขึ้น
  24. Dodecene
  25. Lauryl PEG/PPG 18/
  26. 18 methicone
  27. Methicone
  28. Pentasodium ethylenediamine tetramethylene phosphonate
  29. Phenoxyethanol
    • สารกันเสีย
  30. Poloxamer 407
  31. Propylene carbonate
  32. Stearic Acid
    • เป็น Fatty Acid ที่ใส่เข้ามาเพื่อช่วยให้ตัวครีมมีความลื่นมากขึ้น
  33. Tocopherol
    • Antioxidant
    • Vitamin E นั้นมีอยู่ทั้งหมด 8 Forms ครับ มีทั้ง Alpha Beta Gamme Delta เวิ้นกันไป โดยที่ตัวที่เป็น Active Form จะเรียกว่า Alpha-Tocopherol
    • อย่างไรก็ดี Vitamin E ก็สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาได้จาก Petroleum Product เราก็จะเรียกกันว่า Synthetic vitamin E ซึ่งพวกนี้จะมี “dl-” นำหน้าครับ
    • ส่วน Natural Vitamin E หรือ Vitamin E ที่มาจากธรรมชาตินั้นก็จะมี “d-” นำหน้ามา เช่น d-alpha tocopherol, d-alpha tocopheryl acetate หรือ d-alpha tocopheryl succinate
    • Natural Vitamin E จะดีกว่าแบบ Synthetic ในแง่ของการดูดซึม ทั้งนี้มีการวิจัยในญี่ปุ่นพบว่าจะต้องใช้ Vitamin E แบบสังเคราะห์ถึง 3 เท่าเมื่อเทียบความสามารถกับแบบ Natural
    • มีงานวิจัยที่สนับสนุนงานวิจัยด้านบน ว่าแบบ Natural นั้นถูกดูดซึมได้ดีกว่า
    • งานวิจัยของ Oregon State University พบว่าแบบ Synthetic สลายตัวไวกว่า Natural ถึง 3 เท่า
    • มีงานทดลองกับหนูครับบอกว่ามันช่วยเรื่องลดการผลิตเม็ดสี ลดการระคายเคืองที่เกิดจากการกระตุ้นจาก UV
    • มีความสามารถในการช่วยยืดอายุของน้ำมันจากพืชต่างๆ

 

Ingredients : Aqua, Cyclohexasiloxane, Isononyl Isononanoate, Ethylhexyl methoxycinnamate, Alcohol Denat, Glycerin, Drometrizole Trisiloxane, Talc, Titanium Dioxide, Polymethylsilsesquioxane, Dicaprylyl Carbonate, Terephthalylidene Dicamphor Sulfonic Acid, PEG-30 Dipolyhydroxystearate, Propylene Glycol, Nylon-12, Isododecane, Triethanol amine, Silica, Diethylamino Hydroxybenzoyl Hexyl Benzoate, Aluminum hydroxide, Dimethicone, Dimethiconol, Disteardimonium Hectorite, Dodecene, Lauryl PEG/PPG 18/, 18 methicone, Methicone, Pentasodium ethylenediamine tetramethylene phosphonate, Phenoxyethanol, Poloxamer 407, Propylene carbonate, Stearic Acid, Tocopherol

Advertisements

2 Comments

  1. Pingback: MY FAVORITE 2016!!! | livelymoo

  2. Pingback: LIVELYMOO FAVORITE 2016!!! | livelymoo

Comments are closed.