Cleanser

Clinique : Pep-Start™ 2-in-1 Exfoliating Cleanser

สวัสดีครับวันนี้เอา Clinique มาเขียนให้ได้อ่านกัน ส่วนใหญ่หมูจะไม่ค่อยได้เขียนพวก Cleanser เท่าไหร่นะครับ เป็นเพราะว่าตัวเราเองจะไม่ค่อยอยากใช้ Cleanser ที่ดูซับซ้อนเท่าไหร่ อยู่บนหน้าแป๊ปๆ ก็ล้างน้ำออกแล้ว เลยพยายามเลือกที่อ่อนโยน แล้วไปเน้นส่วนของการบำรุงการ Mask หน้าแทน แต่เจ้า Clinique : Pep-Start™ 2-in-1 Exfoliating Cleanser ตัวนี้มีความน่าสนใจในเรื่องของการเป็น Scrub ครับ ถือว่าเป็น Physical Exfoliator ที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียวเชียวล่ะ เอาไว้สครับวนๆ บนใบหน้าและจมูกเพื่อลดอาการอุดตันจากเซลล์ผิวที่ตายแล้วรวมถึงลดสิวเสี้ยนออกไปได้บ้างบางส่วนล่ะ

ในเรื่องของสารประกอบนั้นทาง Clinique เองก็ได้ใช้สารที่มีความอ่อนโยนต่อผิวมาใช้หลากหลายดีครับ หมูมองสารออกเป็นกลุ่มๆ ดังนี้ครับ

1. สารทำความสะอาด (ใส่มาได้ซับซ้อน แต่ดูเอาใจใส่ Product ที่ดีมีการพัฒนาสูตรมาดี)

1.1 Sodium Laureth Sulfate : เป็นสารทำความสะอาดหลักเลยใน Scrub หลอดนี้ครับ มันเป็นสารทำความสะอาดที่ Clinique Face Soap Mild ใช้เป็นหลักๆ เช่นกัน มีความอ่อนโยน หลายๆ คนมักจะอ่านเข้าใจผิดไปปนกับสาร SLS (Sodium Lauryl Sulfate) ต้องระวังกันให้ดีนะครับ

1.2 สารทำความสะอาดตัวประกอบอื่นๆ ที่ใส่มาปริมาณกลางๆ ก็ใช้ตัวที่มีความอ่อนโยนได้จากส่วนประกอบจากมะพร้าว เช่น Lauramidopropyl Betaine และ Cocamidopropyl Hydroxysultaine

1.3 สารทำความสะอาดที่ใส่มาแต่งปลายๆ ได้แก่ Sodium Coco PG-Dimonium Chloride Phosphate ตัวนี้น่าสนใจมากๆ ครับ มันมีความอ่อนโยน ข้อมูลน้อยหน่อยแต่ไปเจอ website ต่างประเทศบอกว่ามันเป็นสารทำความสะอาดที่ช่วยเสริมการทำงานของสารตัวอื่นๆ ในเวลาเดียวกันมันก็สามารถให้ความชุ่มชื้นได้ด้วย และ Sodium Cocoyl Glutamate ที่น่าสนใจเช่นกันเพราะว่ามันมีไว้เพื่อปรับน้ำที่กระด้างให้อ่อนลง (น้ำบางที่จะมีแร่ธาตุอยู่จำนวนสูงมากเกินไป)

2. Scrub

2.1 Silica : เป็น Scrub เม็ดเล็กๆ ที่อยู่ใน Cleanser ครับ จากเดิมที่ทาง US ประกาศยกเลิกการใช้พลาสติกต่างๆที่นำมาใช้เป็นเม็ด Scrub ที่ส่วนใหญ่จะทำมาจาก Polyethylene ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ (Non Biodegradible) ซึ่งเมื่อเม็ดบีทเหล่านี้ไหลเมื่อลงสู่ทะเล เจ้าปลาตัวเล็กๆ ก็กินมันเข้าไปอีก นอกจากนี้มันยังเป็นพิษต่อปะการังในท้องมะเลอีกด้วย ทำลายธรรมชาติในวงกว้างมากๆ จึงมีการหันมาใช้เจ้า Silica ทดแทน

Bamboo.jpg

2.2 Bambusa Arundinacea (Bamboo) Stem Extract : ไปเจอข้อมูลจาก Incosmetic แหล่งของคนขายสาร คือมันก็มีข้อมูลอะนะครับเค้าเรียกว่า Bamboo Exfoliator คือมีสีขาวเป็นผง เป็น Organic Silica ที่ได้จากส่วนปล้องไม่ไผ่ ซึ่งเค้าก็สามารถทำออกมาได้หลากหลายขนาดครับ [นอกจากนี้เจ้าสารตัวนี้ก็มีอยู่ใน Indeed Labs : Facial Powdered Exfoliator ด้วยเช่นกัน]

indeed.jpg

3. สารบำรุงอื่นๆ

Papaya.jpg

3.1 Carica Papaya (Papaya) Fruit Extract : สารสกัดจากมะละกอ ซึ่งมีการวิจัยค้นพบว่ามันสามารถเป็น Antibacterial ได้ ซึ่งมันจะช่วยรักษาแผลเรื้อรังที่ผิวหนังได้

Laminaria Saccharina.jpg

3.2 Laminaria Saccharina Extract : ยังไม่เจอข้อมูลในเรื่องของการทาใน Pubmed ครับ แต่ถ้าให้หาจาก Source อื่นๆ จะไปเจอว่า P&G ได้จดสิทธิบัตรการใช้สารตัวนี้ร่วมกับ Vitamin B3 เพื่อเป็น Whitening ส่วนข้อมูลจากผู้ขายสารก็จะบอกว่ามันมีเอาไว้ต้านการอักเสบและเชื้อแบคทีเรีย ข้อมูลจาก Symrise ครับ (ดูข้อมูลละเอียดที่ Link ด้านล่างนะ)

3.3 Matrixyl® 3000 : เป็น Peptide ที่มีการอ้างว่าช่วยให้ริ้วรอยลดลง  แต่ก็อย่าไปหวังอะไรมากทาแป๊ปๆ ล้างน้ำออก (แต่ชอบนะ 555+ คิดได้ยังไงเอา Peptide มายัดใส่ Cleanser รู้สึกว่าแหวกกฎดีครับ)

3.4 BHA : ตัวนี้จริงๆก็หวังมากไม่ได้เพราะการทำงานของมันนั้นอาศัยค่า pH ที่ 4 แต่เราเอาน้ำเปล่าล้างออกเช่นกัน

3.5 Sodium Hyaluronate : ให้ความชุ่มชื้น

ความรู้สึกในภาพรวม และการใช้งาน

เจ้า Scrub ตัวนี้หมูต้องขอบอกเลยว่ามีความน่าสนใจในหลายๆ จุดมากๆ นะครับ ตั้งแต่ได้อ่านสารก็รู้สึก ok มากเพาะว่าเค้าได้ใช้สารทำความสะอาดที่มีความอ่อนโยนมาใช้งาน รวมถึงมีการใช้ Scrub ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แล้วยังมีสารประกอบในการบำรุงผิวที่ดีมาด้วย (ถึงแม้จะอยู่บนหน้าไม่นาน แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย)

เมื่อได้อ่านสารประกอบให้ละเอียดขึ้นก็ยิ่งประทับใจในการพัฒนาสูตรเพราะเค้าได้ใส่สารทำความสะอาดที่มีความสามารถในการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว นอกจากนี้ก็ยังใส่สารทำความสะอาดที่ช่วยปรับสภาพน้ำหากผู้ใช้ไปเจอกับน้ำที่กระด้าง หรือมีปริมาณแร่ธาตุที่สูงเกินไปมาให้

ความรู้สึกเมื่อได้ใช้นั้นเป็น Feel Good ที่ดีมากๆ ครับ เม็ด Scrubs ละเอียดไม่บาดผิวจนทำให้รู้สึกแสบคัน แต่จุดนี้ผู้ใช้เองก็ต้องกะความหนักของมือตัวเองด้วยอย่าให้มากจนเกินไปครับ เมื่อล้างน้ำออกแล้วผิวกลับไม่แห้งตึงเหมือนการใช้โฟมล้างหน้าที่มีเม็ดสครับที่มีอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป (จุดนี้มาเข้าใจตอนอ่านสารอย่างละเอียด ค้นพบว่าเค้าได้ใส่เจ้า Acrylates Copolymer เข้ามาเป็น Flim Forming เพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นที่ดีครับ ขอ Standing Ovation (ยืนปรบมือ) ให้กับทีมพัฒนาสูตรของ Clinique จริงๆ)

สรุปข้อดีข้อเสีย

ข้อดี

  1. ใช้สารทำความสะอาดอ่อนโยน ใช้ Scrub เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  2. มีสารบำรุงที่ดี
  3. หลังล้างหน้าไม่แห้งตึง
  4. ไม่มีน้ำหอม / Packaging ทึบแสง

ข้อเสีย

  1. มีสี

ราคา 950 บาท/125ml

ขอบคุณที่ติดตามกันครับ อย่าลืมไปตามต่อกันในเพจนะคับ :livelymoo ครับ:)


รีวิวละเอียด ขี้เกียจอ่านก็ข้ามเลยครับ

เนื้อสัมผัส

clinique-pep-start-2-in-1-exfoliating-cleanser-1

ตัว Product เป็นเนื้อเจลใสสีส้ม มีกลิ่นอ่อนๆ เป็นกลิ่นของสารทำความสะอาดครับ

clinique-pep-start-2-in-1-exfoliating-cleanser-2

พยายามเกลี่ยให้เห็นเม็ด Scrubs แต่เนื่องจากมันเป็น Silica จึงมีความใส มองด้วยตาเปล่าแทบจะไม่เห็นเลย

clinique-pep-start-2-in-1-exfoliating-cleanser-3

ตัว Product นั้นใช้สารทำความสะอาดที่ขึ้นฟองได้ง่าย ในภาพนี้เป็นการตีฟองขึ้นจากหลังมือซึ่งจะมีไม่มาก แต่ความเป็นจริงแล้วถ้าขยี้จริงๆ ฟองจะขึ้นมาเยอะมากๆครับ ก็สามารถนำไปตีเป็น Whip ได้เลยทีเดียวล่ะ

clinique-pep-start-2-in-1-exfoliating-cleanser-4

เมื่อล้างน้ำออกมาแล้วผิวไม่แห้งตึง และไม่รู้สึกแสบผิวจากเม็ด Scrub ชอบมากๆครับ

รายละเอียดสาร

  1. Water\Aqua\Eau
  2. Glycerin
    • ให้ความชุ่มชื้นแบบดึงน้ำเข้าผิว หรือที่เรียกว่า Humectant
    • มีการศึกษาในผู้ป่วยผิวหนังอักเสบ 197 คนนะครับให้ทา 20% Glycerin เทียบกับ 4% Urea ที่รวมเข้ากับ 4% Sodium Chloride โดยให้ทาอย่างต่ำวันละครั้งอยู่ 30 วัน พบว่า Glycerin นั้นให้ผลการรักษาในสัดส่วนของผู้ป่วยที่ดีกว่า
  3. Sodium Laureth Sulfate
    • เป็นสารทำความสะอาดที่ Clinique Face Soap Mild ใช้เป็นหลักๆ เช่นกัน มีความอ่อนโยนครับ หลายๆ คนมักจะอ่านเข้าใจผิดไปปนกับสาร SLS (Sodium Lauryl Sulfate)
    • ขอเพิ่มเติมความรู้กันหน่อยนะครับ เจ้า SLS หรือ  นี้มีข่าวออกมาว่ามันก่อมะเร็งโน้นนี้ แท้จริงแล้วมันยังไม่ได้มีการประกาศจาก FDA ด้วยซ้ำไปนะครับว่าห้ามใช้ เพราะมันยังมีการถกเถียงกันอยู่ในเรื่องของผลกระทบ ซึ่งในเวลาเดียวกันก็ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนมาพิสูจน์ได้ว่ามันเป็นตัวที่ก่อให้เกิดมะเร็ง
    • Safety Scroe (3)
  4. Silica
    • เจ้าตัวนี้ก็เป็น Scrub เม็ดเล็กๆ ที่อยู่ใน Cleanser ครับ จากเดิมที่ทาง US ประกาศยกเลิกการใช้พลาสติกต่างๆที่นำมาใช้เป็นเม็ด Scrub ที่ส่วนใหญ่จะทำมาจาก Polyethylene ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ (Non Biodegradible) ซึ่งเมื่อเม็ดบีทเหล่านี้ไหลเมื่อลงสู่ทะเล เจ้าปลาตัวเล็กๆ ก็กินมันเข้าไปอีก นอกจากนี้มันยังเป็นพิษต่อปะการังในท้องมะเลอีกด้วย ทำลายธรรมชาติในวงกว้างมากๆ จึงมีการหันมาใช้เจ้า Silica ทดแทน
    • Silica นั้นแท้จริงแล้วสาวๆ จะคุ้นเคยอยู่แล้ว เพราะมันจะอยู่ใน Makeup ต่างๆ นะครับ ซึ่งมันเองก็มีความปลอดภัยสูง แม้แต่ FDA ของ US ก็ยังอนุมัติให้ใส่ได้ในอาหาร แต่ว่าเราต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่าเค้าเอา Silica ชนิดไหนมาใช้นะครับ ถ้าใช้คำว่า Amorphous Silica ก็จะสามารถใช้ในอุตสาหกรรมอาหารได้เลย ไม่เป็นสารก่อมะเร็ง (Carcinogenic) แต่ถ้า Crystalline Silica ก็ต้องระวังไว้ครับ
  5. Acrylates Copolymer
    • ตัวนี้ส่วนใหญ่มักใช้ใน Hair Product ทำหน้าที่เป็น Water Proofing Agent ทำงานโดยการก่อตัวเป็น Film จะได้รักษาความชุ่มชื้นได้ มันประกอบไปด้วย 2 หรือมากกว่า 2 monomers ระหว่าง acrylic acid และ methacrylic acid หรือ esters ตัวอื่นๆ ซึ่งค่า Safety ก็ดีครับ ไม่น่าจะระคายอะไร
  6. Lauramidopropyl Betaine
  7. Butylene Glycol
    • ตัวช่วยการกระจายของเนื้อครีม
  8. Sucrose
    • เป็น Monosaccharide ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น
  9. Cocamidopropyl Hydroxysultaine
  10. Carica Papaya (Papaya) Fruit Extract
    • Papaya.jpg

      Credit : Bigstockphoto

    • สารสกัดจากมะละกอ ซึ่งมีการวิจัยค้นพบว่ามันสามารถเป็น Antibacterial ได้ ซึ่งมันจะช่วยรักษาแผลเรื้อรังที่ผิวหนังได้
    • ในส่วนของสารสกัดที่ได้จากเมล็ดมะละกอก็เป็น Antioxidant ได้ด้วย
  11. Bambusa Arundinacea (Bamboo) Stem Extract
  12. Laminaria Saccharina Extract
    • Laminaria Saccharina.jpg

      Credit : s-media-cache-ak0.com

    • สารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาลครับ หรือเค้าเรียกว่า Sugar Kelp ซึ่งมันจะมีสารที่ชื่อ Fucoidan ครับ โดยมีการกล่าวถึงความสามารถขอมันในการรักษาระดับน้ำตาลในเลือด รวมไปถึงการฆ่าเซลล์มะเร็ง (ในจุดนี้หมูยังไม่ได้หาข้อมูลมานะครับ) ซึ่งเจ้า Fucoidan ที่ว่านี้มันสามารถสกัดได้จาก Brown Algae นี้ล่ะ
    • มีการเปรียบเทียบคุณภาพของ Fucoidan ว่าจากแหล่งไหนจะดีที่สุดในการรักษาอาการผิดปกติเกี่ยวกับเม็ดเลือดขาว (neutrophil transmigration) (เข้าใจว่ามีการเอามาเปรียบเทียบการรักษาจากการถูกงูกัด เพราะพิษของงูเป็นโปรตีนที่ทำให้เลือดเราจับตัวเป็นลิ่มๆ ได้) ซึ่งก็พบว่ามาจากสาหร่ายสีน้ำตาลสองสายพันธุ์นี้ Laminaria saccharina และ Fucus evanescens
    • กล่าวมาทั้งหมดยังไม่เจอข้อมูลในเรื่องของการทาใน Pubmed ครับ 555
    • แต่ถ้าให้หาจาก Source อื่นๆ จะไปเจอว่า P&G ได้จดสิทธิบัตรการใช้สารตัวนี้ร่วมกับ Vitamin B3 เพื่อเป็น Whitening
    • ส่วนข้อมูลจากผู้ขายสารก็จะบอกว่ามันมีเอาไว้ต้านการอักเสบและเชื้อแบคทีเรีย ข้อมูลจาก Symrise ครับ
  13. Salicylic Acid
    • ตัวนี้เป็น Chemical Exfoliate ช่วยให้ผิวเราผลัดได้ดีขึ้น ลดอาการอุดตัน เรียกกันย่อๆ BHA (β-hydroxy acid)
    • ไปเจอรายงานว่ามีการทดสอบ BHA ที่ความเข้มข้นตั้งแต่ 2% ไปจนถึง 12 % ในกลุ่มคนทดลอง 23 คน ซึ่งเค้าก็พบชัดเจนครับว่าเจ้า BHA มันไปช่วยลอกเซลล์ผิวหนังชั้นนอกที่ตายแล้วโดยการไปละลายกาวที่ยึดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วให้มันเสื่อมได้ไวขึ้น (กาวนั้นมีชื่อว่า intercellular cement material นะครับ) ยิ่งเข้มข้นก็ยิ่งสามารถช่วยไปสลายกาวนั้นได้ครับ
    • White-willow-bark-Salix-alba

      Credit : flibboard.com

    • ในความเป็นจริงแล้วเจ้า BHA นี้มีการใช้มาเนิ่นนานมากแล้วถึง 2000 ปี ครับ นั้นคือ Willow Bark นั้นเอง
    • นอกจากนี้เจ้า BHA ยังมีความสามารถในการช่วยลดการผลิต Sebum หรือไขมันบนหน้าได้อีกด้วย
  14. Palmitoyl Tetrapeptide-7
  15. Palmitoyl Tripeptide-1
    • สารตัวที่ 14 – 15 นี้เป็น Matrixyl® 3000 ครับ มีชื่อ INCI Name : Glycerin (and) Aqua (and) Butylene Glycol (and) Carbomer (and) Polysorbate 20 (and) Palmitoyl Tripeptide-1 (and) Palmitoyl Tetrapeptide-7 (สงสัยว่า Clinique เรียงสลับกันรึป่าววะเนี๊ย)
    • เรามักจะเห็นใน Matrixyl® 3000 ใน Product ของ No.7 ครับ
    • คำกล่าวอ้างจากผู้ผลิตสารจะบอกว่ามันสามารถช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการสร้าง Collegen ได้จึงมักจะถูกใส่อยู่ใน Anti-aging Product
    • มีการศึกษาแต่ไม่ได้ตีพิมพ์อย่างชัดเจนนะครับ อันนี้ก็ต้องไปพิจารณากันต่อว่าจริงไหม แต่เค้าอ้างว่ามันสามารถเสริมสร้าง Collagen ได้ครับ
  16. Caffeine
    • พูดถึงสารตัวนี้ก็มักจะนึกถึงกาแฟเป็นหลัก ซึ่งก็เป็นส่วนที่หมูสงสัยมานานว่าคาเฟอีนนี้สามารถช่วยให้ผิวกระชับ ลด Cellulite ได้จริงหรือไม่ตามที่เราได้รับรู้ผ่านโฆษณาต่างๆ หมูไปเจอ Research เรื่องการซึมผ่านผิวหนังของคาเฟอีนมาก็พบว่ามันซึมได้จริงนะครับ
    • ไปเจอ Report ว่า Caffeine สามารถลดผลกระทบของ UV กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ รวมถึงมันยังไปยับยั้งการทำงานของ 5-α-reductase activity จึงส่งผลให้ผมไม่หลุดร่วงครับ
    • เจออีก Report ว่า Caffeine ช่วยลดอัตราการสูญเสียน้ำของผิวในผู้ชายได้
  17. Sodium Hyaluronate
    • เจ้า HA เป็นตัวที่ทำหน้าที่หลักๆ ในการรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ชั้นผิวหนัง ซึ่งมันเป็น GAGs (Glycosaminoglycans) ชนิดหนึ่งที่พบในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
    • GAGs คือ โปรตีนที่มีโครงสร้างเป็นเส้นใยของเมทริกซ์ภายนอกเซลล์ (Extracellular Matrix) ซึ่งฝังอยู่ในเจลซึ่งเป็นโพลีแซคคาไรด์ที่ประกอบด้วยหน่วยของไดแซคคาไรด์ที่ซ้ำกัน ซึ่งโมเลกุลหนึ่งในสองของไดแซคคาไรด์จะเป็น N-acetylglucosamine หรือN-acetylgalactosamine ซึ่งโมเลกุลนี้เป็น Acidic sugar (มีความเป็นกรด/มีประจุลบ)
    • GAGs เป็นคาร์โบไฮเดรตที่จำเป็นสำหรับร่างกาย กล่าวคือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน นอกจากนี้ GAG ยังมีคุณสมบัติดูดน้ำจึงทำให้เนื้อเยื่อสามารถทนทานต่อแรงกดดันได้
    • ไปเจอ Report ในส่วนของความสามารถในการซึมเข้าสู้ผิวของ HA พบว่า HA ที่มีน้ำหนัก 20-300 kDa นั้นจะสามารถซึมลงไปในผิวได้ แต่พวกที่มีน้ำหนัก 1000-1400 kDa จะไม่สามารถ
    • โดยทั่วไปแล้วขนาดโมเลกุลของ Hyaluronic  Acid อยู่ที่ประมาณ 3,000 nm ซึ่งช่องว่างของผิว (intercellular space) นั้นจะมีขนาดเพียง 15-50 nm เท่านั้น มันจึงไม่ได้สามารถซึมลงเข้าสู่ผิวได้นะครับ
    • ไปเจอการศึกษาของตัว Nano-Hyaluronic (ขนาดประมาณ 5 nm) เค้าเอาไปทดสอบกับผู้หญิงจำนวน 33 คน รวมแล้วมีค่าเฉลี่ยของอายุที่ 45.2 ปี เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ พบว่ามันสามารถช่วยลดความลึกของร่องริ้วรอยได้ 40% รวมถึงความชุ่มชื้นของผิว (skin hydration) ก็เพิ่มขึ้น 55%
  18. Acetyl Glucosamine
    • เป็นคู่หูของ Vitamin B3 ครับ มีงานวิจัยว่า Vitamin B3 4% + Acetyl Glucosamine 2% สามารถลด จุดด่างดำบนใบหน้า (Facial Spot) และ Hyperpigment ได้อย่างมีนัยสำคัญ (เป็นการทดสอบในหญิงอายุ 40-60ปี ระยะเวลาการทดสอบ 10 สัปดาห์)
  19. Sodium Coco PG-Dimonium Chloride Phosphate
  20. Polysorbate 20
    • Emulsifier (ตัวนี้น่าจะติดมาจาก Matrixyl® 3000 ครับ)
  21. Disodium Cocoyl Glutamate
  22. Citric Acid
    • ใส่เพื่อปรับค่า pH
  23. Sodium Cocoyl Glutamate
  24. Laureth-2
    • Emulsifier
  25. Sodium Chloride
    • น่าจะใส่มาปรับค่า pH และอาจจะเพื่อเป็นตัวยับยั้งแบคทีเรีย
  26. Sodium Hydroxide
    • ใส่มาปรับค่า pH
  27. Sodium Sulfate
  28. Carbomer
    • เป็น synthetic polymers ครับทำหน้าที่เพิ่มความหนืดให้เนื้อครีม (thickening agents)
  29. Monosodium Citrate
  30. Disodium EDTA
    • ใส่เอาไว้จับประจุที่อาจจะไปส่งผลให้คุณสมบัติของสารบางตัวเสื่อม ซึ่งมักจะใส่กันที่ 0.01%
  31. EDTA
  32. BHT
    • Butylated Hydroxy Toluene เป็นสารต้านการ Oxidation ให้ครีมฟอร์มตัวได้นานมากขึ้น
  33. Phenoxyethanol
    • สารกันเสีย ส่วนใหญ่จะใส่กันราวๆ 1%
  34. Orange 4 (CI 15510)
  35. Yellow 5 (CI 19140)
  36. Red 4 (CI 14700).

Ingredients : Water\Aqua\Eau, Glycerin, Sodium Laureth Sulfate, Silica, Acrylates Copolymer, Lauramidopropyl Betaine, Butylene Glycol, Sucrose, Cocamidopropyl Hydroxysultaine, Carica Papaya (Papaya) Fruit Extract, Bambusa Arundinacea (Bamboo) Stem Extract, Laminaria Saccharina Extract, Salicylic Acid, Palmitoyl, Tetrapeptide-7, Palmitoyl Tripeptide-1, Caffeine, Sodium Hyaluronate, Acetyl Glucosamine, Sodium Coco PG-Dimonium Chloride Phosphate, Polysorbate 20, Disodium Cocoyl Glutamate, Citric Acid, Sodium Cocoyl Glutamate, Laureth-2, Sodium Chloride, Sodium Hydroxide, Sodium Sulfate, Carbomer, Monosodium Citrate, Disodium EDTA, EDTA, BHT, Phenoxyethanol, Orange 4 (CI 15510), Yellow 5 (CI 19140), Red 4 (CI 14700).

Advertisements

2 Comments

  1. Pingback: MY FAVORITE 2016!!! | livelymoo

  2. Pingback: LIVELYMOO FAVORITE 2016!!! | livelymoo

Comments are closed.