Cream

Cerave : Skin Renewing Night Cream

สวัสดีครับ ก็มารีวิวตัวที่เกี่ยวเนื่องจาก Product ชิ้นหนึ่งที่เคยเขียนไป นั้นคือ Cerave : Skin Renewing Cream Serum ครับ ทั้งนี้เองเจ้า Cerave เองก็น่าจะเป็นที่รู้จักของใครหลายๆคนที่เข้ามาวนเวียนอ่านใน Blog นี้ระดับหนึ่งแล้ว ด้วยความที่ว่ามันมีส่วนผสมที่ดีบำรุง Skin Barrier ประกอบกับราคาที่ไม่ได้แพงจนมั่วซั่วด้วย

ทาง Cerave เค้ามี Patent ที่ชื่อ MVE® (Multivesicular Emulsion) ซึ่งเคลมว่าส่วนผสม lipids 3 ตัว* (Ceramides, Cholesterol และ Fatty Acid) นั้น ได้ใช้ MVE® Technology เข้ามาช่วยให้ตัวเนื้อครีมสามารถซึมลงผิวไปได้เรื่อยๆ ยาวนานตลอด 24 ชม. (เว้อร์ดี ในใจนึกว่าอยู่ให้ครบ 6 ชม. ก็ดีใจแล้ว 555) ซึ่งมันก็จะเข้าไปซ่อมแซม รักษาความชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวของเราแข็งแรงได้ตามธรรมชาติ

*หมายเหตุ : ชั้นผิวของเราจะมี lipids 3 ตัวที่จะผสานกันออกมาเป็น lipid bilayer ของผิว ซึ่งนั้นก็คือ ceramides, cholesterol และ fatty acid

Cerave Skin Renewing Night Cream 1.JPG

เข้าเรื่องไวๆ เลยแล้วกันครับ คือว่าจากการที่หมูได้ทำ Review ตัว Cerave : Skin Renewing Cream Serum ไป ก็ได้มีหลายๆท่านไปหาข้อมูลแล้วพยายามซื้อจาก iherb เพียงแต่ขณะนั้นทาง iherb มีขายเพียงรุ่นกระปุกที่เรากำลังทำ Review กันอยู่ตอนนี้ ประกอบกับคนอยากลองแถวๆนี้ (-*-) หาเรื่องฝากเจ้าน้องชายหิ้วมาให้จากเมกาพอดี เค้าก็เลยแอบซื้อมาเผื่อเราไปด้วย ก็เลยเอามาให้ได้ลองอ่านกันนะครับ

สรุปภาพรวม

Concept ของครีมกระปุกนี้เค้าเน้นอยู่ 5 จุดใหญ่ๆ คือ

  1. MVE® Technology ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น
  2. Peptide 2 ตัว (Kollaren & Chronoline) ที่เข้ามาช่วยเรื่องการลดริ้วรอยต่างๆ สร้าง Collagen ซึ่งเป็นตัวชูโรงของครีมตัวนี้ อย่างไรก็ตามผลการวิจัยที่ได้เป็นเพียง in-house research จากผู้ขายสารเราก็ต้องอ่านอย่างพิจารณาด้วยครับ เพราะความน่าเชื่อถือก็จะลดหายไประดับหนึ่งเลยทีเดียว
    • ChroNOline หรือ Caprooyl Tetrapeptide-3
      • ผลิตจาก “Lucas Meyer Cosmetics” ซึ่งมีการค้นคว้ากับหญิง 14 คน ที่มีช่วงอายุระหว่าง 50 – 65 ปี (ที่มีรอยตีนกา) ภายใน 56 วัน ร่องรอยตีนกานั้นสามารถลดลงได้ถึง 27% (ทดสอบด้วย ChroNOline ที่ 2.5%) แต่ตรงนี้ก็เป็นคำเคลมจากผู้ผลิตสารนะครับ ความน่าเชื้อถือก็จะต้องมาพิจารณากันอีกที ใครสนใจอ่านรายละเอียดก็เข้าไปดูรูปได้ตาม Link ด้านล่างนะครับ
    • Kollaren หรือ Tripeptide-1
      • ผลิตจาก “Lucas Meyer Cosmetics” เช่นกัน Peptide ตัวนี้จะไปเลียนแบบ Growth Factors ที่เข้าไปช่วยในเรื่องของการรักษาบาดแผล (Wound Healing) โดยไปกระตุ้นการสร้าง Collagen I และ Collagen III นอกจากนี้มันยังสามารถเข้าไปจัดการกับของเสีย (lipid peroxidation by-products) หรือพูดง่ายๆ คือมันไปจัดการกับปัญหาการเกิด Cellulite นั้นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีการกล่าวอ้างถึงความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้อีกด้วย
  3. การให้ความชุ่มชื้นด้วย Hyaluronic (น่าเบื่อชะมัด)
  4. การเคลมว่าสัดส่วนของ Ceramide 1 / 3 / 6-ll ว่าเป็นสัดส่วนที่คิดค้นมาเป็นพิเศษ โดย Ceramide แต่ละตัวจะมีหน้าที่การทำงานดังนี้ครับ
    • Ceramide 1 เป็นภูมิคุ้มกันของผิวหนัง ถ้ามีต่ำ อาจเกิดโรคผื่นคัน  ผิวแห้งแตก ผิวลอก ได้ง่าย
    • Ceramide 3 ลดการระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม (Ceramide ส่วนใหญ่ในผิวก็เป็นตัวนี้ล่ะ)
    • Ceramide 6-ll ทำหน้าที่คล้าย AHA เพิ่มความเรียบเนียนให้ผิวหนัง
  5. สารประกอบอื่นๆ คือนอกจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทาง Brand ก็ยังไม่ลืมที่จะใส่
    • Vitamin B3 เข้ามาให้เหมือนเช่นเคย โดยเราก็สามารถหวังผลในเรื่องของการเป็น Whitening และ Anti Aging ได้
    • สารต่างๆ ที่เน้นไปในเรื่องของการให้ความชุ่มชื้น เช่น Shea Butter และสารสกัดจากถั่วเหลือง
    • สารที่ลดการระคายเคืองอย่าง Allantoin ที่จะได้จากการสกัดจากต้น Comfrey
    • Phytosphingosine ที่ช่วยให้ผิวทำงานได้เป็นปกติ และสามารถยับยั้งเชื่อแบคทีเรียได้

สรุปข้อดีข้อเสีย

ข้อดี

  1. มี Peptide 2 ตัวที่มี Profile น่าสนใจ แต่ก็ยังเป็น inhouse research อยู่
  2. มีสารให้ความชุ่มชื้นหลากหลายแบบทั้ง Emollient และ Humectant แถมยังเสริมด้วย Hyaluronic Acid
  3. มีสารเสริมความแข็งแรงของ Skin Barrier ที่ดีมีการใช้ Ceramides หลากหลายชนิด (คนที่แต่งหน้าไม่ติดก็เพราะชั้นผิวไม่ดีนะครับ)
  4. มีสารสกัดที่ช่วยเรื่องลดการระคายเคือง
  5. ไม่มีสี และน้ำหอม

ข้อเสีย

  1. บรรจุภัณฑ์แบบกระปุก

ขอบคุณที่ติดตามกันครับ อย่าลืมไปตามต่อกันในเพจนะคับ : livelymoo ครับ:)


รีวิวละเอียด ขี้เกียจอ่านก็ข้ามเลยครับ

เนื้อสัมผัส

cerave-skin-renewing-night-cream-2

เนื้อครีมข้อสีขาว ไม่มีกลิ่น (เอาจริงๆ ก็มีแหล่ะ กลิ่นเหมือนของที่ไม่ได้ผ่านการใส่กลิ่นน่ะ เข้าใจมะ)

cerave-skin-renewing-night-cream-3

เกลี่ยรอบแรกรู้สึกได้ของความทึบของเนื้อครีมครับ แอบหนักอยู่ระดับหนึ่งเลยทีเดียว น่าจะเหมาะแก่การทาก่อนนอนในห้องแอร์มากครับ สำหรับคนผิวแห้งน่าจะใช้ได้เป็นปกติเลย

cerave-skin-renewing-night-cream-4

เกลี่ยจนครบแล้วเมื่อเอามือลูบๆดูจะรู้สึกว่ามีอะไรเคลือบอยู่บนผิวอย่างชัดเจน แสดงถึงความสามารถในการช่วยรักษาความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี

รายละเอียดสาร

  1. Purified Water
  2. Glycerin
    • ให้ความชุ่มชื้นแบบดึงน้ำเข้าผิว หรือที่เรียกว่าHumectant
  3. Biosaccharide Gum-1
    • เป็นโมเลกุลแบบหนึ่งของน้ำตาล ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้น
  4. Caprylic/Capric Triglyceride
    • ตัวทำละลาย (Emulsifier) และตัวแทรกตามรอยแตกของผิวให้ความชุ่มชื้นไม่ระเหยออก (Emolient)
  5. Butyrospermum Parkii (Shea Butter)
  6. Dimethicone/Vinyl Dimethicone Crosspolymer
    • Silicone เพื่อสร้างเนื้อ
  7. Glyceryl stearate SE
    • เป็น Glycerin + Stearic Acid โดยคำว่า SE มาจาก “Self-Emulsifying” หน้าที่หลักๆ คือเป็น Thickeners, Emulsifiers และ Emollients (แทรกตามรอยแตกของผิวไม่ให้น้ำระเหยออกจากผิว)
  8. Stearic Acid
    • เป็น Non Essential Fatty Acid (Non-EFA) ซึ่งถ้าใส่ในอัตราส่วนที่ดีมาพร้อมกับ EFA, Cholesterol และ Ceramide ก็จะช่วยรักษาอัตราการสูญเสียน้ำของผิวให้อยู่ได้ในระดับที่ต่ำ เสริมการทำงานของ Skin Barrier ไป
  9. Cyclopentasiloxane
    • เจ้าตัวนี้เป็น Silicone แบบเบาบางครับ มันจะเบากว่า Dimethicone ทั้งนี้คนที่มีผิวมันจะเหมาะกับ Silicone ตัวนี้มากกว่า (แม้ว่า Dimethicone จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ แถมยังทำให้ Product มีความ Silky Smoth ทั้งนี้ไม่มี Primer ตัวไหนที่ไม่ใส่ Silicone หรอกครับ เป็นไปได้ยากหรือแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป)
  10. Cetyl Alcohol
    • ตัวทำละลาย (Emulsifier) และตัวแทรกตามรอยแตกของผิวให้ความชุ่มชื้น (Emolient)
  11. Dimethicone
    • Silicone
  12. Saccharide Isomerate
    • มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า Pentavitin (เป็นชื่อทาง Trademark) ทำหน้าที่หลักๆ เป็น moisturizer (Water binding & Emollients) ประกอบจากสารคารโบไฮเดรตที่สามารถพบเจอในชั้นผิวหนัง stratum corneum ของคนเรา
  13. Glycine Soja (Soybean) Sterols
    • soywide
    • เป็น Plant Sterol ซึ่ง Sterol คือ alcohol ที่ได้จากสัตว์หรือพืช (alcohol ในที้นี้ไม่ได้หมายถึงเหล้านะครับ มันหมายถึงสารที่มีหมู่ไฮดรอกซิล (-OH) ต่อกับอะตอมคาร์บอนครับ) แต่เจ้าตัวนี้มันจะไม่ได้ระเหยไปบนผิวเหมือน Alcohol นะครับ มันจะทำหน้าที่เป็นการให้ความชุ่มชื้นแบบ Emollient คือไปอุดตามรอยแตกของผิวหนังไม่ให้น้ำในผิวระเหยออกไปไวจนเกินไป
  14. Ceramide 6 II
    • หรือ Caproyl sphingosine ทำหน้าที่คล้าย AHA เพิ่มความเรียบเนียนให้ผิว (ปล. ส่วน Ceramide 6 เฉยๆ เรียกว่า Ceramide AP หรือ α-hydroxy-N-stearoylphytosphingosine)
  15. Ceramide 3
    • หรือ Ceramide NP เป็นส่วนประกอบหลักของผิวชั้นนอกที่ทำหน้าที่ปกป้องการระเหยของน้ำในผิว
  16. Ceramide 1
    • Ceramide EOS มีงานวิจัยว่า Ceramide 1 และ 3 จะช่วยลดการสูญเสียน้ำที่เกิดจากการระคายเคืองจาก sodium lauryl sulfate (สารอันตรายต่อผิว SLS) ได้ [Source :http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18717861]
  17. Niacinamide
    • สรรพคุณมากมายก่ายกองครับ เป็นทั้ง Whitening และ Anti aging อ่านรายละเอียดที่ Vitamin B3
  18. Hyaluronic  Acid
    • เจ้า HA เป็นตัวที่ทำหน้าที่หลักๆ ในการรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ชั้นผิวหนัง ซึ่งมันเป็น GAGs (Glycosaminoglycans) ชนิดหนึ่งที่พบในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
    • GAGs คือ โปรตีนที่มีโครงสร้างเป็นเส้นใยของเมทริกซ์ภายนอกเซลล์ (Extracellular Matrix) ซึ่งฝังอยู่ในเจลซึ่งเป็นโพลีแซคคาไรด์ที่ประกอบด้วยหน่วยของไดแซคคาไรด์ที่ซ้ำกัน ซึ่งโมเลกุลหนึ่งในสองของไดแซคคาไรด์จะเป็น N-acetylglucosamine หรือN-acetylgalactosamine ซึ่งโมเลกุลนี้เป็น Acidic sugar (มีความเป็นกรด/มีประจุลบ)
    • GAGs เป็นคาร์โบไฮเดรตที่จำเป็นสำหรับร่างกาย กล่าวคือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน นอกจากนี้ GAG ยังมีคุณสมบัติดูดน้ำจึงทำให้เนื้อเยื่อสามารถทนทานต่อแรงกดดันได้
    • ไปเจอ Report ในส่วนของความสามารถในการซึมเข้าสู้ผิวของ HA พบว่า HA ที่มีน้ำหนัก 20-300 kDa นั้นจะสามารถซึมลงไปในผิวได้ แต่พวกที่มีน้ำหนัก 1000-1400 kDa จะไม่สามารถ
    • โดยทั่วไปแล้วขนาดโมเลกุลของ Hyaluronic  Acid อยู่ที่ประมาณ 3,000 nm ซึ่งช่องว่างของผิว (intercellular space) นั้นจะมีขนาดเพียง 15-50 nm เท่านั้น มันจึงไม่ได้สามารถซึมลงเข้าสู่ผิวได้นะครับ
    • ไปเจอการศึกษาของตัว Nano-Hyaluronic (ขนาดประมาณ 5 nm) เค้าเอาไปทดสอบกับผู้หญิงจำนวน 33 คน รวมแล้วมีค่าเฉลี่ยของอายุที่ 45.2 ปี เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ พบว่ามันสามารถช่วยลดความลึกของร่องริ้วรอยได้ 40% รวมถึงความชุ่มชื้นของผิว (skin hydration) ก็เพิ่มขึ้น 55%
  19. Caprooyl Tetrapeptide-3
    • เรียกอีกชื่อว่า “ChroNOline” ซึ่งผลิตจาก “Lucas Meyer Cosmetics” ซึ่งมีการค้นคว้ากับหญิง 14 คน ที่มีช่วงอายุระหว่าง 50 – 65 ปี (ที่มีรอยตีนกา) ภายใน 56 วัน ร่องรอยตีนกานั้นสามารถลดลงได้ถึง 27% (ทดสอบด้วย ChroNOline ที่ 2.5%) แต่ตรงนี้ก็เป็นคำเคลมจากผู้ผลิตสารนะครับ ความน่าเชื่อถือก็จะต้องมาพิจารณากันอีกที ใครสนใจอ่านรายละเอียดก็เข้าไปดูรูปได้ตาม Link ด้านล่างนะครับ
    • INCI เต็มๆ คือ : Glycerin (1) (and) Water (2) (and) Dextran (3) (and) Caprooyl tetrapeptide-3 (4) / แต่ตรงนี้ทำให้งงเหมือนกันว่า Dextran ที่ควรจะมาก่อน peptide แล้วทำไมในครีมตัวนี้ถึงใส่มาข้างหลัง Caprooyl Tetrapeptide-3 ได้ / เขียนสูตรผิดป่าวนะ Ceave
  20. Tripeptide-1
    • ผลิตจาก “Lucas Meyer Cosmetics” โดยเจ้าตัวนี้มีชื่อทางการค้าว่า “Kollaren™” นะครับ เจ้าตัวนี้หาข้อมูลจาก Pubmed ยังไม่เจอ ดังนั้นก็ต้องมาอ่านพวก Research ที่มีความน่าเชื่อถือน้อยลงมา ซึ่งไปเจอข้อมูลว่าเจ้า Peptide ตัวนี้จะไปเลียนแบบ Growth Factors ที่เข้าไปช่วยในเรื่องของการรักษาบาดแผล (Wound Healing) โดยไปกระตุ้นการสร้าง Collagen I และ Collagen III นอกจากนี้มันยังสามารถเข้าไปจัดการกับของเสีย (lipid peroxidation by-products) หรือพูดง่ายๆ คือมันไปจัดการกับปัญหาการเกิด Cellulite นั้นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีการกล่าวอ้างถึงความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้อีกด้วย
    • เจ้าสาร Tripeptide-1 ตัวนี้เค้าก็เรียกกันอีกรูปแบบว่า GHK นะครับ
    • อีกตัวที่มีสารนี้อยู่มีชื่อทางการค้าว่า “Aldenine” มีการนำโปรตีนของ Wheat (ข้าวสาลี) และ Soy (ถั่วเหลือง) มาเติมเข้าไปอีก
    • ทั้งนี้ตอนที่หมูหาข้อมูลของเจ้า Aldenine เข้าไปจริงๆ กลับพบว่า INCI ของมันคือ “Hydrolyzed Wheat Protein,Hydrolyzed Soy Protein,Tripeptide-1” นะครับ
  21. Cholesterol
    • เป็นส่วนประกอบของชั้นผิวเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ
  22. Phenoxyethanol
    • สารกันเสีย นิยาใส่กันที่ 1%
  23. Cetearyl Alcohol
  24. Carbomer
    • เป็น synthetic polymers ครับทำหนาที่เพิ่มความหนืดให้เนื้อครีม (thickening agents)
  25. Behentrimonium Methosulphate
    • เจ้าตัวนี้ส่วนใหญ่จะใส่อยู่ใน Product ที่เกี่ยวกับเส้นผม เพื่อทำให้เส้นผมไม่พันกัน แลัช่วยเพิ่มความหนาของเส้นผมด้วย
    • มีความอ่อนโยนสูง
  26. Sodium Hydroxide
    • รู้จักกันในนาม “lye” มันมีไว้ใช้ปรับ pH ของครีมให้ออกไปทางด่าง
  27. Tocopherol
    • Antioxidant
    • Vitamin E นั้นมีอยู่ทั้งหมด 8 Forms ครับ มีทั้ง Alpha Beta Gamme Delta เวิ้นกันไป โดยที่ตัวที่เป็น Active Form จะเรียกว่า Alpha-Tocopherol
    • อย่างไรก็ดี Vitamin E ก็สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาได้จาก Petroleum Product เราก็จะเรียกกันว่า Synthetic vitamin E ซึ่งพวกนี้จะมี “dl-” นำหน้าครับ
    • ส่วน Natural Vitamin E หรือ Vitamin E ที่มาจากธรรมชาตินั้นก็จะมี “d-” นำหน้ามา เช่น d-alpha tocopherol, d-alpha tocopheryl acetate หรือ d-alpha tocopheryl succinate
    • Natural Vitamin E จะดีกว่าแบบ Synthetic ในแง่ของการดูดซึม ทั้งนี้มีการวิจัยในญี่ปุ่นพบว่าจะต้องใช้ Vitamin E แบบสังเคราะห์ถึง 3 เท่าเมื่อเทียบความสามารถกับแบบ Natural
    • มีงานวิจัยที่สนับสนุนงานวิจัยด้านบน ว่าแบบ Natural นั้นถูกดูดซึมได้ดีกว่า
    • งานวิจัยของ Oregon State University พบว่าแบบ Synthetic สลายตัวไวกว่า Natural ถึง 3 เท่า
    • มีงานทดลองกับหนูครับบอกว่ามันช่วยเรื่องลดการผลิตเม็ดสี ลดการระคายเคืองที่เกิดจากการกระตุ้นจาก UV
    • มีความสามารถในการช่วยยืดอายุของน้ำมันจากพืชต่างๆ
  28. Allantoin
    • สกัดจากต้น Comfrey ช่วยลดการระคายเคือง และช่วยในเรื่องของการรักษาบาดแผล กระตุ้น fibroblastic proliferation (ใครไม่เข้าใจศพท์กดอ่านที่นี้ LINK)
  29. Ethylhexylglycerinสารกันเสียที่เอามาใช้แทน paraben ได้มาจาก Glycerin
  30. Butylene Glycol
    • ตัวช่วยการกระจายของเนื้อครีม
  31. Sodium Lauroyl Lactylate
    • ตัวนี้จริงๆ มีความอ่อนโยนสูงส่วนใหญ่ใส่ใน Cleansing Product ทำหน้าที่เป็น Emulsifier ได้ด้วย
  32. Phytosphingosine
    • ช่วยให้เซลล์ผิวสื่อสารกันได้ดีมากขึ้น ลดการระคายเคือง และมีความสามารถในการยังยั้งเชื้อแบคทีเรียแถมยังเจองานวิจัยว่ามันสามารถช่วยขยายประสิทธิภาพในการรักษาสิวได้อีกด้วย
  33. Dextran
    • เป็น Glucan compound ที่ใช้ใน skincare ทั้งหลาย มันเป็น Polysaccharide ช่วยอุ้มน้ำไว้ นอกจากนี้มันยังมีการกล่าวอ้างคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย
  34. Xanthan Gum
    • สารสร้างเนื้อครีม

Ingredients : Purified Water, Glycerin, Biosaccharide Gum-1, Caprylic/Capric Triglyceride, Butyrospermum Parkii (Shea Butter), Dimethicone/Vinyl Dimethicone Crosspolymer, Glyceryl stearate SE, Stearic Acid, Cyclopentasiloxane, Cetyl Alcohol, Dimethicone, Saccharide Isomerate, Glycine Soja (Soybean) Sterols, Ceramide 6 II, Ceramide 3, Ceramide 1, Niacinamide, Hyaluronic  Acid, Caprooyl Tetrapeptide-3, Tripeptide-1, Cholesterol, Phenoxyethanol, Cetearyl Alcohol, Carbomer, Behentrimonium Methosulphate, Sodium Hydroxide, Tocopherol, Allantoin, Ethylhexylglycerin, Butylene Glycol, Sodium Lauroyl Lactylate, Phytosphingosine, Dextran, Xanthan Gum

Advertisements