Cream

Preme Nobu : Natural C White

สวัสดีครับวันนี้มี Review สินค้าของไทยเราเองนี้ล่ะ หลายๆ คนก็คงจะค้นเคยกับเจ้า Preme Nobu ในโฆษณาเจลล้างหน้าที่มี Presenter หนุ่มหล่อเดินเข้าไปในบ่อน้ำร้อนออนเซน แล้วเจอสาวๆ กรีดร้องสาดน้ำใส แต่เรื่องก็จบแบบหักมุมโดยหนุ่มหล่อยกหลอดล้างหน้า Preme Nobu ขึ้นมา สาวๆเลยหายตกใจ (เอาตรงๆ นะ คืองงมาก! อะไรคือ Point ของเนื้อเรื่อง หรือเป็นการทำ Ad ให้ดูงงๆ แล้วคนจะจำไปเอง? ลองไปดูกันเองเนาะ)

ทีนี้เรามาเข้าสู่การรีวิวเลยจะดีกว่า เพราะนอกจากความงงในที่มาของ Ad แล้ว สิ่งที่ทาง Brand ยังขาดอยู่ในสายตาของหมูคือ Story และที่มาของทาง Brand จึงเป็นผลให้ Brand Recognition ต่อผู้บริโภคหายไป (นี้คือไม่ได้จบ Marketing แต่บอกได้จากมุมมองผู้บริโภคเนาะ)

จากการที่หมูเป็นคนชอบพลิกส่วนผสมอ่านเล่น จึงทำให้ได้มาเจอเจ้า Product ชิ้นนี้ขณะที่รอพี่สาวอยู่ ณ ร้านขายยาแห่งหนึ่งใน กทม. ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากเห็นกล่องมันดูสีสดใสดี คือไม่ได้สวยถูกใจเหมือน Fresh แต่สีสะดุดตาเฉยๆ ก็หยิบมาอ่าน สารที่เค้าใช้ก็เป็นสารที่เราคุ้นเคยดีเกือบทั้งหมด อ่านแล้วรู้สึกว่าเค้าใส่แต่ตัวดีๆ มาจริงๆ เพราะดูวิธีการเลี้ยงสารมันบอกได้ว่าเขาไม่ขี้โม้ ก็เลยคิดว่านี้แหล่ะ!!!!! น่าจะเป็นอะไรที่สามารถนำมาบอกต่อให้เพื่อนๆในเพจได้ (ราคาตามกล่อง 175บาท/15ml)

สารประกอบที่ใช้หลักๆ หมูมองออกเป็น 3 กลุ่ม

1. สารที่ให้ความชุ่มชื้น และสารที่ช่วยเสริมสร้าง Skin Barrier ประกอบไปด้วย

  • Jojoba oil : ที่มีส่วนผสมที่คล้ายกับ Sebum ของคนเราครับ จึงทำให้มันมีจุดเด่นในด้านของการหลอกผิวของเราว่าด้านบนผิวมีน้ำมันเพียงพอแล้วนะ จึงทำให้ผิวเราหลั่งน้ำมันออกมาน้อยลง
  • Squalane : สารงานผิวที่หมูย้ำมาตลอดว่ามันดีจริงๆ นะ เพราะมันคล้ายกับ lipid ในชั้นผิวของเรา
  • Plant Sterol จากถั่วเหลือง : ที่เป็น Emollient ช่วยลดการระเหยของน้ำในผิวโดยการไปแซกตามรอยแตกของผิว
  • Trehalose : เป็นน้ำตาลแบบหนึ่งที่มีความสามารถในการรักษาความชุ่มชื้นแบบดึงความชื้นในอากาศเข้าสู่ผิว หรือที่เรียกว่า Humectant นอกจากนี้ยังมี Report ว่ามันช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของ UVB ได้อีกด้วย
  • Phospholipids / Sphingolipids เหล่านี้เป็น Fat หรือไขมันที่มีคุณสมบัติส่งเสริมให้เรามี Skin Barrier ที่แข็งแรงมากขึ้น อัตราการสูญเสียน้ำของผิว (Transepidermal water loss : TWEL) น้อยลง ซึ่งจะทำให้ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น ไม่แพ้อักเสบอะไรง่ายๆ
  • Sodium Hyaluronic : ตัวเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว แต่จะซึมลึกเข้าผิวได้มากน้อยเพียงใดนั้นอยู่ที่ขนาดของโมเลกุลครับ

2. Vitamin C : คือเป็นสารที่เค้าเอามาชูโรงใน Serum ตัวนี้ เพียงแต่ปริมาณที่ใส่มานั้นไม่น่าจะมากมายอะไรเท่าไหร่ มันเป็น Vitamin C Derivative อีกตัวที่มาแก้ไขเรื่องความเสถียรของ Ascorbic Acid (AA) ครับ แต่ต้องใช้ที่ PH ต่ำกว่า 5 (ก็ยังไม่ต่ำเท่าของ AA) แถมมันยังละลายในน้ำมันได้ด้วย ส่งผลให้การซึมลงผิวเป็นไปได้ดีกว่า AA ธรรมดา นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่บอกว่ามันสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ด้วย คุณสมบัติก็มีดังนี้

  • มีความเสถียร
  • ละลายในน้ำมัน ทำให้ดูดซึมได้ดี
  • การดูดซึมดีกว่า MAP (human ex vivo testing)
  • ลดเม็ดสี (human in vivo testing)
  • กระตุ้นการสร้าง Collagen (In Vitro)
  • ช่วยป้องกันการทำร้ายจาก UV
  • สามารถ Convert ไปเป็น AA (In Vitro)

ในส่วนของ Vitamin C ตัวนี้ถ้าอยากจะได้แบบเข้มข้นจริงๆ หมูเคยรีวิว SABAINANG : Rejuvenation White Essence ไว้แล้วมันใส่ Vit C ตัวนี้สูงถึง 10% เลยทีเดียว

3. สารประกอบอื่นๆ ที่ช่วยในเรื่องของการลดการระคายเคือง การเป็น Whitening และการสมานแผล ได้แก่รากๆ ทั้งหลายของ ชะเอมเทศ หมวกไบคาล โบตั๋นจีน ใบหม่อน ว่านหางจระเข้ (เอ๊ะดูไปดูมา ถ้าใส่โสม และพืชสมุนไพรลงไปอีกหน่อยนี้จะ Sulwhasoo แล้วนะ! แต่ปริมาณความเข้มข้นการใส่ก็อาจจะไม่ได้มากเท่ามั๊ง… เดานะ)

สรุปข้อดี/ข้อเสีย

ข้อดี

  1. มีสารประกอบดีๆ เสริมสร้างให้ผิว ชุ่มชื้น แข็งแรง และเป็น Whitening ที่มีผลการวิจัยรองรับ
  2. Packaging ทึบแสง
  3. ไม่ใส่สี
  4. ไม่ใส่น้ำหอม
  5. ราคาเทียบกับคุณภาพถือว่าดีมาก

ข้อเสีย

  1. ไม่มี (แต่จะดีถ้าใส่ Vit C ซัก 5% ยอมจ่ายแพงขึ้นอีกเท่าตัวเลยอะ)

ขอบคุณที่ติดตามกันครับ อย่าลืมไปตามต่อกันในเพจนะคับ : livelymoo ครับ:)


รีวิวละเอียด ขี้เกียจอ่านก็ข้ามเลยครับ

เนื้อสัมผัส

preme-nobu-natural-c-white-1

เนื้อครีมเป็นเหมือนเจลหยุ่นๆ สีขาว ดมแล้วไม่ได้กลิ่นอะไรในตอนแรก

preme-nobu-natural-c-white-2

เกลี่ยรอบได้จะสัมผัสได้ว่ามันมีความเบามากๆ ไม่หนืดเลย และถ้าดมดีๆ จะได้กลิ่นเหมือนสมุนไพรมาจางๆ

preme-nobu-natural-c-white-3

เมื่อเกลี่ยจนเสร็จแล้วก็จะสัมผัสได้ว่าครีมที่ทาลงไปนั้นมีการเคลือบอยู่บนผิวแบบเบาบาง ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นที่ดี ดังนั้นสำหรับคนผิวแห้งมากๆ จะต้องหาครีมที่มีความหนักกว่านี้ทาทับอีกซักรอบ

รายละเอียดสาร

  1. Water
  2. Butylene Glycol
  3. Glycerin
    • ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น Humectant
  4. Simmondsia Chinensis (Jojoba) Seed Oil
    • Jojoba Oil มีส่วนผสมที่คล้ายกับ Sebum ของคนเราครับ จึงทำให้มันมีจุดเด่นในด้านของการหลอกผิวของเราว่าด้านบนผิวมีน้ำมันเพียงพอแล้วนะ จึงทำให้ผิวเราหลั่งน้ำมันออกมาน้อยลงนั้นเอง นอกจากนี้ Jojoba มักจะถูกนำไปใช้ในส่วนผสมของ Moisturizer, Make-up remover, Lip Balm, Conditioner หรือ Massage Oil ทั้งนี้ที่เราเรียกว่า Oil จริงๆ มันคือ Liquid Wax Ester นะครับ [http://www.centerchem.com/Products/DownloadFile.aspx?FileID=6962]
    • หน้าที่หลักๆ ของ Jojoba จะเป็นเรื่องของการให้ความชุ่มชื้นเสียมากกว่าครับ
    • Comedogenic Rating (2)
    • Safety Score (1)
  5. Squalane
    • ในผิวของคนเราจะมี Squalene อยู่ประมาณ 13% นะครับ เพียงแต่ว่ามันไม่คงตัว (unsaturated) เค้าจึงหันมาใช้ตัว Derivative ที่คงตัว (Saturated) แทน ซึ่งก็คือ Squalane ครับ
    • คุณสมบัติของมันก็มากมายมีการนำไปทดสอบกับทั้งสัตว์ คน (In Vivo) และหลอดทดลอง (In Vitro) ซึ่งก็พบว่ามันเป็นทั้ง anticancer, antioxidant, drug carrier, detoxifier, ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และ (แทรกตามรอยแตกของผิว) emollient ครับ
  6. Glycine soja (Soybean) Sterols
    • soywide
    • เป็น Plant Sterol ซึ่ง Sterol คือ alcohol ที่ได้จากสัตว์หรือพืช (alcohol ในที้นี้ไม่ได้หมายถึงเหล้านะครับ มันหมายถึงสารที่มีหมู่ไฮดรอกซิล (-OH) ต่อกับอะตอมคาร์บอนครับ) แต่เจ้าตัวนี้มันจะไม่ได้ระเหยไปบนผิวเหมือน Alcohol นะครับ มันจะทำหน้าที่เป็นการให้ความชุ่มชื้นแบบ Emollient คือไปอุดตามรอยแตกของผิวหนังไม่ให้น้ำในผิวระเหยออกไปไวจนเกินไป
  7. Trehalose
    • เป็นรูปหนึ่งของน้ำตาลครับ มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นให้ผิว (water-binding) ให้ความชุ่มชื้นแบบ Humectant
    • นอกจากนี้ยังพบว่ามันมีความสามารถในการช่วยปกป้องผลกระทบจาก UVB ต่อผิวได้ด้วย เพียงแต่ว่าตัวมันเองมีความสามารถในการซึมเข้าสู่ผิวไม่ได้มาก ก็เลยมีคนเอามันไปใส่ใน Liposome ที่ช่วยนำพาสารลงไปใต้ชั้นผิวได้ดีขึ้น แล้วก็พบว่าทำให้มันสามารถปกป้องผิวจาก UVB ได้ดีขึ้นจริง
  8. Polyglyceryl-2 diisostearate
  9. Carbomer
    • เป็น synthetic polymers ครับทำหนาที่เพิ่มความหนืดให้เนื้อครีม (thickening agents)
  10. Phospholipids
    • phoph.gif

      Credit : academic.brooklyn.cuny.edu

    • เป็น fat ชนิดหนึ่งประกอบขึ้นจาก glycerol, fatty acid และ phosphate โดย lecithin ที่มักจะเอามาทำ liposome เพื่อช่วยให้สามารถนำพาสารลงไปลึกในชั้นผิวได้มากขึ้น ซึ่งตัวนี้จะช่วยให้ผิวของเรามี Skin Barrier ที่แข็งแรงมากขึ้น
    • อีกหน้าที่หนึ่งคือสารนี้จะมีขั้วที่ชอบน้ำ (Hydrophilic) และชั้วที่ไม่ชอบน้ำ มันจึงมีคุณสมบัติในการเอามาทำ Liposome หรือเป็น Capsule ในการบรรจุสารต่างๆ โดยการหันขั้วเดียวกันล้อมรอบ
  11. Sphingolipids
  12. Ascorbyl Tetraisopalmitate
    • เป็น Vitamin C Derivative อีกตัวที่มาแก้ไขเรื่องความเสถียรของ AA ครับ แต่ต้องใช้ที่ PH ต่ำกว่า 5 (ก็ยังไม่ต่ำเท่าของ AA) แถมมันยังละลายในน้ำมันด้วย ส่งผลให้การซึมลงผิวเป็นไปได้ดีกว่า AA ธรรมดา นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่บอกว่ามันสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ด้วยสรุป
      1. มีความเสถียร
      2. ละลายในน้ำมัน ทำให้ดูดซึมได้ดี
      3. การดูดซึมดีกว่า MAP (human ex vivo testing)
      4. ลดเม็ดสี (human in vivo testing)
      5. กระตุ้นการสร้าง Collagen (In Vitro)
      6. ช่วยป้องกันการทำร้ายจาก UV
      7. สามารถ Convert ไปเป็น AA (In Vitro)

      Sources :

      1. In vitro antioxidant and in vivo photoprotective effects of an association of bioflavonoids with liposoluble vitamins.
      2. In vitro antioxidant activity and in vivo efficacy of topical formulations containing vitamin C and its derivatives studied by non-invasive methods
  13. Potassium Hydroxide
    • Surfactant
  14. Methylparaben
    • สารกันเสีย
  15. Ammonium glycyrrhizate
  16. Scutellaria Baicalensis Root Extract
    • skullcap-scutellaria-lateriflor-672x372

      Credit : simonsblogpark.com

    • สารสกัดจากรากหมวกไบคาล ช่วยในเรื่องการต้านการระคายเคือง
  17. Alcohol
  18. Glycine soja (Soybean) Protien
    • สารสกัดที่ได้จากถั่วเหลืองมีคุณสมบัติในการรักษา Hyperpigmentation ซึ่งมันทำงานโดยการไปยับยั้งการส่งเม็ดสีผ่านไปยังเซลล์ผิวด้านบนครับ
  19. Paeonia Suffruticosa Root Extract
  20. Morus Alba Root Extract
    • Morus Alba Root Extract.jpg

      Credit : image.tcmwiki.com

    • สารสกัดจากรากของต้นใบหม่อน มีงานวิจัยพบว่ามันสามารถมันมีความสามารถในการส่งเสริมการสมานแผลได้
  21. Aloe Barbadensis Leaf Extract
  22. Propylparaben
    • สารกันเสีย
  23. Sodium Hyaluronate
    • ตัวเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว แต่จะซึมลึกเข้าผิวได้มากน้อยเพียงใดนั้นอยู่ที่ขนาดของโมเลกุลครับ นอกจากนี้มันเองก็ยังมี Profile ในเรื่องของการเป็นกลไกหนึ่งของ Skin Aging ด้วย
    • มีการศึกษาว่าครีมที่มี HA ผสมอยู่ 0.1% นั้นสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้แก่ผิวได้จริง นอกจากนี้หากใช้ HA ที่เป็น Low Molecule หรือที่มีขนาดเล็กน้ำหนักเบาก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการลดริ้วรอย

Ingredients : Water, Butylene Glycol, Glycerin, Simmondsia Chinensis (Jojoba) Seed Oil, Squalane, Glycine soja (Soybean) Sterols, Trehalose, Polyglyceryl-2 diisostearate, Carbomer, Phospholipids, Sphingolipids, Ascorbyl Tetraisopalmitate, Potassium Hydroxide, Methylparaben, Ammonium glycyrrhizate, Scutellaria Baicalensis Root Extract, Alcohol, Glycine soja (Soybean) Protien, Paeonia Suffruticosa Root Extract, Morus Alba Root Extract, Aloe Barbadensis Leaf Extract, Propylparaben

Advertisements

1 Comment

  1. Pingback: Livelymoo’s Favorite 2016 ❤ | livelymoo

Comments are closed.