Month: October 2016

Clinique : Turnaround Revitalizing Serum

สวัสดีครับ กลับมาที่งานดองกันอีกครั้ง 555+ จริงๆ Serum ตัวนี้หมูได้มาตั้งแต่ต้นปีแล้วล่ะ แต่ก็ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง ช่วงนี้ Serum ต่างๆ เริ่มทยอยหมด ประกอบกับหมูได้เริ่มนโยบายใช้ของที่อยู่ในกรุให้หมดก่อนถึงจะซื้อใหม่ได้ เจ้าตัวนี้ให้ Feel ที่ดี ทาแล้วรู้สึกหน้านุ่มๆ ดีครับ นอกจากนั้นก็ยังใส่สารต่างๆ มามากมายทั้งให้ Antioxidant หลากหลาย รวมถึงสารต้านการระคายเคืองและเพิ่มความชุ่มชื้นครับ ถ้าพูดถึงใน Line ของ Turn Around นั้น หมูเองก็มองว่ามันมีอะไรดีๆ อยู่หลายตัวเลยทีเดียว ทั้งนี้หมูเองเคยทำ Review Clinique : Turnaround™ Revitalizing Lotion ไว้แล้วและมันก็เป็นสูตรที่น่าประทับใจด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมมันไม่ดังเท่าไหร่เนาะ มาพูดถึงเจ้า Serum ตัวนี้กันดีกว่าครับ เจ้าตัวนี้เค้าได้ปรับปรุงสูตรมาอีกรอบหนึ่งจากสมัยปีประมาณ 2012 ครับ ชื่อของตัวเก่าจะใช้ชื่อว่า Clinique : Turnaround Concentrate Radiance Renewer ซึ่งก็เป็นสูตรที่ดีครับ เอาไว้เป็น Exfoliator ได้เพราะมี BHA และมีค่า pH ที่ BHA สามารถทำงานได้จริงครับ (ประมาณ pH 4) พอมาถึงตัวใหม่ Clinique : Turnaround Revitalizing Serum นี้หมูมองสูตรออกเป็น 4 มุมมองสรุปๆ ได้ตามนี้นะครับ 1. การช่วยผลัดเซลล์ผิว ในส่วนนี้มีความน่าสนใจที่เค้าได้ใช้ PHA และ BHA ที่ทำงานร่วมกันครับ จุดที่น่าสนใจคือ Polyhydroxy acids (PHAs) เพราะตัวมันเองจะให้ผลเหมือน AHA เพียงแต่ว่ามันจะไม่ระคายเคืองผิวเท่า AHAs ครับ นอกจากนี้ PHAs ยังมีความสามารถในการเสริมเรื่องของความชุ่มชื้นได้ดีกว่า AHAs อีกด้วยการใช้ PHAs ร่วมกับการรักษาอื่นๆ เช่น Laser หรือการใช้ PHAs ร่วมกับ retinyl acetate (Vitamin A) จะส่งผลให้ผิวดูอ่อนเยาว์ เพราะผิวจะฟูและเรียบเนียนมากขึ้นก็จะยิ่งขยายผลของการรักษาได้ดี 2. สาร Antioxidant ทั้งหลาย ก็เป็นที่ขึ้นชื่อของ Clinique เค้าครับ เพราะเวลาอ่านสารของเค้าที่ไรก็จะเห็นการใส่ Antioxidant ที่หลากหลายมากๆ หลักๆ ที่ได้ก็จะเป็น Antioxidant ลดอาการระคายเคือง ต้านเชื้อแบคทีเรียได้ รวมถึงเพิ่มความชุ่มชื้นได้อีกด้วย ที่เด่นๆ ก็จะมี รากของต้นหม่อนที่มีความสามารถในการยับยั้ง Tyrosinase สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสี รายละเอียดไปอ่านกันเองในส่วนเรียงสารด้านล่างนะครับ สารสกัดจากข้าวสาลีที่มี Vitamin E สูง เป็น Antioxidant ที่ดี แต่เจอข้อมูลเพิ่มเติมจากใน Paula’s Choice บอกว่ามันมีคุณสมบัติทำให้ผิวมีความอ่อนนุ่มมากขึ้น 3. สารที่เสริมในเรื่องของความชุ่มชื้นผิว จุดนี้ก็มีความน่าสนใจจาก Product เช่นกันครับเค้าได้เอา ยีสต์ (ไม่รู้ว่าเหมือน SK-II หรือเปล่านะ) มาเสริมการทำงานคู่กับ Sodium Hyaluronate, Acetyl Glucosamine กับ Squalane ก็ถือว่าจัดเต็มกันมาจริงๆ 4. สารประกอบในการสร้างเนื้อครีม ส่วนนี้ก็เป็นจุดชูโรงของ Product ชิ้นนี้เช่นกันนะครับ เพราะว่าเค้าทำให้เนื้อ Serum จาก Polymer ต่างๆ โดยเนื้อที่ออกมานั้นจะมีความเรียบลื่นกึ่งกำมะหยี่ ทาแล้วรู้สึกหน้าเนียนๆนุ่มๆ ม๊าก ความรู้สึกในภาพรวม และการใช้งาน เจ้า Serum ตัวนี้หมูได้ใช้มาซักพักแล้วครับ ก็ต้องบอกว่าสิ่งแรกที่ชอบคือตอนอ่านสารเพราะมันไม่เพียงแค่ช่วย Exfoliate ผิวเพื่อให้ผิวดูกระจ่างขึ้น มันยังใส่สาร Antioxidant ที่ดีๆ มาหลายตัวมากแบบเกินเลย …

Clinique : Pep-Start™ 2-in-1 Exfoliating Cleanser

สวัสดีครับวันนี้เอา Clinique มาเขียนให้ได้อ่านกัน ส่วนใหญ่หมูจะไม่ค่อยได้เขียนพวก Cleanser เท่าไหร่นะครับ เป็นเพราะว่าตัวเราเองจะไม่ค่อยอยากใช้ Cleanser ที่ดูซับซ้อนเท่าไหร่ อยู่บนหน้าแป๊ปๆ ก็ล้างน้ำออกแล้ว เลยพยายามเลือกที่อ่อนโยน แล้วไปเน้นส่วนของการบำรุงการ Mask หน้าแทน แต่เจ้า Clinique : Pep-Start™ 2-in-1 Exfoliating Cleanser ตัวนี้มีความน่าสนใจในเรื่องของการเป็น Scrub ครับ ถือว่าเป็น Physical Exfoliator ที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียวเชียวล่ะ เอาไว้สครับวนๆ บนใบหน้าและจมูกเพื่อลดอาการอุดตันจากเซลล์ผิวที่ตายแล้วรวมถึงลดสิวเสี้ยนออกไปได้บ้างบางส่วนล่ะ ในเรื่องของสารประกอบนั้นทาง Clinique เองก็ได้ใช้สารที่มีความอ่อนโยนต่อผิวมาใช้หลากหลายดีครับ หมูมองสารออกเป็นกลุ่มๆ ดังนี้ครับ 1. สารทำความสะอาด (ใส่มาได้ซับซ้อน แต่ดูเอาใจใส่ Product ที่ดีมีการพัฒนาสูตรมาดี) 1.1 Sodium Laureth Sulfate : เป็นสารทำความสะอาดหลักเลยใน Scrub หลอดนี้ครับ มันเป็นสารทำความสะอาดที่ Clinique Face Soap Mild ใช้เป็นหลักๆ เช่นกัน มีความอ่อนโยน หลายๆ คนมักจะอ่านเข้าใจผิดไปปนกับสาร SLS (Sodium Lauryl Sulfate) ต้องระวังกันให้ดีนะครับ 1.2 สารทำความสะอาดตัวประกอบอื่นๆ ที่ใส่มาปริมาณกลางๆ ก็ใช้ตัวที่มีความอ่อนโยนได้จากส่วนประกอบจากมะพร้าว เช่น Lauramidopropyl Betaine และ Cocamidopropyl Hydroxysultaine 1.3 สารทำความสะอาดที่ใส่มาแต่งปลายๆ ได้แก่ Sodium Coco PG-Dimonium Chloride Phosphate ตัวนี้น่าสนใจมากๆ ครับ มันมีความอ่อนโยน ข้อมูลน้อยหน่อยแต่ไปเจอ website ต่างประเทศบอกว่ามันเป็นสารทำความสะอาดที่ช่วยเสริมการทำงานของสารตัวอื่นๆ ในเวลาเดียวกันมันก็สามารถให้ความชุ่มชื้นได้ด้วย และ Sodium Cocoyl Glutamate ที่น่าสนใจเช่นกันเพราะว่ามันมีไว้เพื่อปรับน้ำที่กระด้างให้อ่อนลง (น้ำบางที่จะมีแร่ธาตุอยู่จำนวนสูงมากเกินไป) 2. Scrub 2.1 Silica : เป็น Scrub เม็ดเล็กๆ ที่อยู่ใน Cleanser ครับ จากเดิมที่ทาง US ประกาศยกเลิกการใช้พลาสติกต่างๆที่นำมาใช้เป็นเม็ด Scrub ที่ส่วนใหญ่จะทำมาจาก Polyethylene ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ (Non Biodegradible) ซึ่งเมื่อเม็ดบีทเหล่านี้ไหลเมื่อลงสู่ทะเล เจ้าปลาตัวเล็กๆ ก็กินมันเข้าไปอีก นอกจากนี้มันยังเป็นพิษต่อปะการังในท้องมะเลอีกด้วย ทำลายธรรมชาติในวงกว้างมากๆ จึงมีการหันมาใช้เจ้า Silica ทดแทน 2.2 Bambusa Arundinacea (Bamboo) Stem Extract : ไปเจอข้อมูลจาก Incosmetic แหล่งของคนขายสาร คือมันก็มีข้อมูลอะนะครับเค้าเรียกว่า Bamboo Exfoliator คือมีสีขาวเป็นผง เป็น Organic Silica ที่ได้จากส่วนปล้องไม่ไผ่ ซึ่งเค้าก็สามารถทำออกมาได้หลากหลายขนาดครับ [นอกจากนี้เจ้าสารตัวนี้ก็มีอยู่ใน Indeed Labs : Facial Powdered Exfoliator ด้วยเช่นกัน] 3. สารบำรุงอื่นๆ 3.1 Carica Papaya (Papaya) Fruit Extract : สารสกัดจากมะละกอ ซึ่งมีการวิจัยค้นพบว่ามันสามารถเป็น Antibacterial ได้ ซึ่งมันจะช่วยรักษาแผลเรื้อรังที่ผิวหนังได้ 3.2 Laminaria Saccharina Extract : ยังไม่เจอข้อมูลในเรื่องของการทาใน Pubmed ครับ แต่ถ้าให้หาจาก Source อื่นๆ จะไปเจอว่า P&G ได้จดสิทธิบัตรการใช้สารตัวนี้ร่วมกับ Vitamin B3 เพื่อเป็น Whitening ส่วนข้อมูลจากผู้ขายสารก็จะบอกว่ามันมีเอาไว้ต้านการอักเสบและเชื้อแบคทีเรีย ข้อมูลจาก Symrise ครับ (ดูข้อมูลละเอียดที่ …

Cerave : Skin Renewing Night Cream

สวัสดีครับ ก็มารีวิวตัวที่เกี่ยวเนื่องจาก Product ชิ้นหนึ่งที่เคยเขียนไป นั้นคือ Cerave : Skin Renewing Cream Serum ครับ ทั้งนี้เองเจ้า Cerave เองก็น่าจะเป็นที่รู้จักของใครหลายๆคนที่เข้ามาวนเวียนอ่านใน Blog นี้ระดับหนึ่งแล้ว ด้วยความที่ว่ามันมีส่วนผสมที่ดีบำรุง Skin Barrier ประกอบกับราคาที่ไม่ได้แพงจนมั่วซั่วด้วย ทาง Cerave เค้ามี Patent ที่ชื่อ MVE® (Multivesicular Emulsion) ซึ่งเคลมว่าส่วนผสม lipids 3 ตัว* (Ceramides, Cholesterol และ Fatty Acid) นั้น ได้ใช้ MVE® Technology เข้ามาช่วยให้ตัวเนื้อครีมสามารถซึมลงผิวไปได้เรื่อยๆ ยาวนานตลอด 24 ชม. (เว้อร์ดี ในใจนึกว่าอยู่ให้ครบ 6 ชม. ก็ดีใจแล้ว 555) ซึ่งมันก็จะเข้าไปซ่อมแซม รักษาความชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวของเราแข็งแรงได้ตามธรรมชาติ *หมายเหตุ : ชั้นผิวของเราจะมี lipids 3 ตัวที่จะผสานกันออกมาเป็น lipid bilayer ของผิว ซึ่งนั้นก็คือ ceramides, cholesterol และ fatty acid เข้าเรื่องไวๆ เลยแล้วกันครับ คือว่าจากการที่หมูได้ทำ Review ตัว Cerave : Skin Renewing Cream Serum ไป ก็ได้มีหลายๆท่านไปหาข้อมูลแล้วพยายามซื้อจาก iherb เพียงแต่ขณะนั้นทาง iherb มีขายเพียงรุ่นกระปุกที่เรากำลังทำ Review กันอยู่ตอนนี้ ประกอบกับคนอยากลองแถวๆนี้ (-*-) หาเรื่องฝากเจ้าน้องชายหิ้วมาให้จากเมกาพอดี เค้าก็เลยแอบซื้อมาเผื่อเราไปด้วย ก็เลยเอามาให้ได้ลองอ่านกันนะครับ สรุปภาพรวม Concept ของครีมกระปุกนี้เค้าเน้นอยู่ 5 จุดใหญ่ๆ คือ MVE® Technology ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น Peptide 2 ตัว (Kollaren & Chronoline) ที่เข้ามาช่วยเรื่องการลดริ้วรอยต่างๆ สร้าง Collagen ซึ่งเป็นตัวชูโรงของครีมตัวนี้ อย่างไรก็ตามผลการวิจัยที่ได้เป็นเพียง in-house research จากผู้ขายสารเราก็ต้องอ่านอย่างพิจารณาด้วยครับ เพราะความน่าเชื่อถือก็จะลดหายไประดับหนึ่งเลยทีเดียว ChroNOline หรือ Caprooyl Tetrapeptide-3 ผลิตจาก “Lucas Meyer Cosmetics” ซึ่งมีการค้นคว้ากับหญิง 14 คน ที่มีช่วงอายุระหว่าง 50 – 65 ปี (ที่มีรอยตีนกา) ภายใน 56 วัน ร่องรอยตีนกานั้นสามารถลดลงได้ถึง 27% (ทดสอบด้วย ChroNOline ที่ 2.5%) แต่ตรงนี้ก็เป็นคำเคลมจากผู้ผลิตสารนะครับ ความน่าเชื้อถือก็จะต้องมาพิจารณากันอีกที ใครสนใจอ่านรายละเอียดก็เข้าไปดูรูปได้ตาม Link ด้านล่างนะครับ Kollaren หรือ Tripeptide-1 ผลิตจาก “Lucas Meyer Cosmetics” เช่นกัน Peptide ตัวนี้จะไปเลียนแบบ Growth Factors ที่เข้าไปช่วยในเรื่องของการรักษาบาดแผล (Wound Healing) โดยไปกระตุ้นการสร้าง Collagen I และ Collagen III นอกจากนี้มันยังสามารถเข้าไปจัดการกับของเสีย (lipid peroxidation by-products) หรือพูดง่ายๆ คือมันไปจัดการกับปัญหาการเกิด Cellulite นั้นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีการกล่าวอ้างถึงความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้อีกด้วย การให้ความชุ่มชื้นด้วย Hyaluronic …

Preme Nobu : Natural C White

สวัสดีครับวันนี้มี Review สินค้าของไทยเราเองนี้ล่ะ หลายๆ คนก็คงจะค้นเคยกับเจ้า Preme Nobu ในโฆษณาเจลล้างหน้าที่มี Presenter หนุ่มหล่อเดินเข้าไปในบ่อน้ำร้อนออนเซน แล้วเจอสาวๆ กรีดร้องสาดน้ำใส แต่เรื่องก็จบแบบหักมุมโดยหนุ่มหล่อยกหลอดล้างหน้า Preme Nobu ขึ้นมา สาวๆเลยหายตกใจ (เอาตรงๆ นะ คืองงมาก! อะไรคือ Point ของเนื้อเรื่อง หรือเป็นการทำ Ad ให้ดูงงๆ แล้วคนจะจำไปเอง? ลองไปดูกันเองเนาะ) ทีนี้เรามาเข้าสู่การรีวิวเลยจะดีกว่า เพราะนอกจากความงงในที่มาของ Ad แล้ว สิ่งที่ทาง Brand ยังขาดอยู่ในสายตาของหมูคือ Story และที่มาของทาง Brand จึงเป็นผลให้ Brand Recognition ต่อผู้บริโภคหายไป (นี้คือไม่ได้จบ Marketing แต่บอกได้จากมุมมองผู้บริโภคเนาะ) จากการที่หมูเป็นคนชอบพลิกส่วนผสมอ่านเล่น จึงทำให้ได้มาเจอเจ้า Product ชิ้นนี้ขณะที่รอพี่สาวอยู่ ณ ร้านขายยาแห่งหนึ่งใน กทม. ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากเห็นกล่องมันดูสีสดใสดี คือไม่ได้สวยถูกใจเหมือน Fresh แต่สีสะดุดตาเฉยๆ ก็หยิบมาอ่าน สารที่เค้าใช้ก็เป็นสารที่เราคุ้นเคยดีเกือบทั้งหมด อ่านแล้วรู้สึกว่าเค้าใส่แต่ตัวดีๆ มาจริงๆ เพราะดูวิธีการเลี้ยงสารมันบอกได้ว่าเขาไม่ขี้โม้ ก็เลยคิดว่านี้แหล่ะ!!!!! น่าจะเป็นอะไรที่สามารถนำมาบอกต่อให้เพื่อนๆในเพจได้ (ราคาตามกล่อง 175บาท/15ml) สารประกอบที่ใช้หลักๆ หมูมองออกเป็น 3 กลุ่ม 1. สารที่ให้ความชุ่มชื้น และสารที่ช่วยเสริมสร้าง Skin Barrier ประกอบไปด้วย Jojoba oil : ที่มีส่วนผสมที่คล้ายกับ Sebum ของคนเราครับ จึงทำให้มันมีจุดเด่นในด้านของการหลอกผิวของเราว่าด้านบนผิวมีน้ำมันเพียงพอแล้วนะ จึงทำให้ผิวเราหลั่งน้ำมันออกมาน้อยลง Squalane : สารงานผิวที่หมูย้ำมาตลอดว่ามันดีจริงๆ นะ เพราะมันคล้ายกับ lipid ในชั้นผิวของเรา Plant Sterol จากถั่วเหลือง : ที่เป็น Emollient ช่วยลดการระเหยของน้ำในผิวโดยการไปแซกตามรอยแตกของผิว Trehalose : เป็นน้ำตาลแบบหนึ่งที่มีความสามารถในการรักษาความชุ่มชื้นแบบดึงความชื้นในอากาศเข้าสู่ผิว หรือที่เรียกว่า Humectant นอกจากนี้ยังมี Report ว่ามันช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของ UVB ได้อีกด้วย Phospholipids / Sphingolipids เหล่านี้เป็น Fat หรือไขมันที่มีคุณสมบัติส่งเสริมให้เรามี Skin Barrier ที่แข็งแรงมากขึ้น อัตราการสูญเสียน้ำของผิว (Transepidermal water loss : TWEL) น้อยลง ซึ่งจะทำให้ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น ไม่แพ้อักเสบอะไรง่ายๆ Sodium Hyaluronic : ตัวเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว แต่จะซึมลึกเข้าผิวได้มากน้อยเพียงใดนั้นอยู่ที่ขนาดของโมเลกุลครับ 2. Vitamin C : คือเป็นสารที่เค้าเอามาชูโรงใน Serum ตัวนี้ เพียงแต่ปริมาณที่ใส่มานั้นไม่น่าจะมากมายอะไรเท่าไหร่ มันเป็น Vitamin C Derivative อีกตัวที่มาแก้ไขเรื่องความเสถียรของ Ascorbic Acid (AA) ครับ แต่ต้องใช้ที่ PH ต่ำกว่า 5 (ก็ยังไม่ต่ำเท่าของ AA) แถมมันยังละลายในน้ำมันได้ด้วย ส่งผลให้การซึมลงผิวเป็นไปได้ดีกว่า AA ธรรมดา นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่บอกว่ามันสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ด้วย คุณสมบัติก็มีดังนี้ มีความเสถียร ละลายในน้ำมัน ทำให้ดูดซึมได้ดี การดูดซึมดีกว่า MAP (human ex vivo testing) ลดเม็ดสี (human in vivo testing) กระตุ้นการสร้าง Collagen (In Vitro) ช่วยป้องกันการทำร้ายจาก UV สามารถ Convert …