Sunscreen

MUJI : SUNSCREEN SPF30 PA+++

กลับมาสู่กันแดดอีกรอบนะครับ อันนี้เป็นกันแดดสำหรับทาตัว หมูลองใช้ไปได้ครึ่งขวดแล้วละครับ ทาง่ายดี ส่วนผสมก็ไม่ได้มีอะไรมากมายใดๆ เล้ย น้ำ แอลกอฮอล์ สารกันแดด ตัวสร้างเนื้อ ไร้การบำรุงใดๆ ทั้งสิ้น มากับ Concept ของ MUJI ที่เรียบจนไม่มีอะไรเลย 555+

แต่ถ้าจะให้มองอีกมุมมันก็โอเคนะครับ เพราะเค้าก็ชัดเจนตัวบำรุงก็ทาไปสิ ตัวกันแดดกทาเพื่อกันแดดจะเอาบำรุงมาปนทำไม ซึ่งจริงๆ แล้วหมูก็เคยเขียนถึงตัวบำรุงไปแล้วนะครับ นั้นคือ MUJI : Moisturising Milk Moisture นั้นเอง แถมยังใช้ดีอีกซะด้วย

muji-usa-logo

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ ว่าเจ้าตัวนี้เรียบง่ายอย่างไรบ้าง (350บาท/150g)

สารกันแดดที่ใช้ 

  1. สารกันแดดที่สามารถป้องกัน UVB [290-320 nm] : Octinoxate (Ethylhexyl Methoxycinnamate หรือ Octyl methoxycinnamate) ไม่ค่อยเสถียรเท่าไหร่ กัน UVB [280-320 nm]
  2. สารกันแดดที่สามารถป้อง UVA [320-400 nm] : Diethylamino Hydroxybenzoyl Hexyl Benzoate (DHHB) มีความเสถียรสูงครับ กัน UVA [330-375 nm]

จบแล้วครับ!!! เรียบง่ายมากๆ ไม่มีสารบำรุงอื่นได้เลย อย่างที่บอกครับถ้าอยากได้บำรุงทาตัวของ MU๋JI เคยทำ Review ไปแล้วตามนี้เลย MUJI : Moisturising Milk Moisture ที่เหลือคือสารก่อเนื้อต่างๆ ทั้งสิ้นครับ แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือเค้าได้ใช้ Silicone ที่เบาบาง เป็น Hi Grade ที่ทำให้ผิวยังสามารถหายใจได้ ไม่หนักเหมือน Dimethicone และยังมีความปบอดภัย รวมถึงการใช้สาร Hydrogenated polyisobutene มาแทน Mineral Oil ที่มีหลายเกรด จนเราไม่รู้ว่าเจ้าไหนเอาเกรดไหนมาให้เราใช้ ถือว่าทำออกมาได้เรียบง่ายแต่ Hi-So ดีครับ

สรุปข้อดี/ข้อเสีย

ข้อดี

  1. ใช้สารกันแดดที่เสถียร เสริมการทำงานอีกตัวที่ไม่ค่อยเสถียร
  2. ใช้สารประกอบที่ดูดี (ในสายตาหมู)
  3. เนื้อผลิตภัณฑ์เรียบลื่นดีมากๆ
  4. บรรจุภัณฑ์ทึบแสง
  5. ไม่มีสีและน้ำหอม

ข้อเสีย

  1. ไม่มี

ขอบคุณที่ติดตามกันครับ อย่าลืมไปตามต่อกันในเพจนะคับ : livelymoo ครับ:)


รีวิวละเอียด ขี้เกียจอ่านก็ข้ามเลยครับ

เนื้อสัมผัส

muji-sunscreen-spf30-pa-1

เนื้อกันแดดก็สีขาวๆ มีลักษณธหยุ่นๆ คล้ายเจล แต่ก็ไม่ได้เกาะตัวกันแน่น ไม่มีกลิ่นครับ

muji-sunscreen-spf30-pa-2

เมื่อเอามือปาดๆ ก็กระจายตัวได้ไวมาก เหมือนจะเป็นน้ำๆ เลยทีเดียว

muji-sunscreen-spf30-pa-3

ทาเสร็จแล้วก็จะมีความชุ่มชื้น มีความวาวเล็กๆ ตามรูปเลย

รายละเอียดสาร

  1. Water
  2. Ethanol
    • เป็น Alcohol ช่วยให้เนื้อครีมแห้งไว และเป็นตัวทำละลาย
  3. Ethylhexyl methoxycinnamate
  4. Cyclopentasiloxane
    • เจ้าตัวนี้เป็น Silicone แบบเบาบางครับ มันจะเบากว่า Dimethicone ทั้งนี้คนที่มีผิวมันจะเหมาะกับ Silicoe ตัวนี้มากกว่า (แม้ว่า Dimethicone จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ แถมยังทำให้ Product มีความ Silky Smoth ทั้งนี้ไม่มี Primer ตัวไหนที่ไม่ใส่ Silicone หรอกครับ เป็นไปได้ยากหรือแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป)
  5. Dipropylene Glycol
    • Slip Agents
  6. Hydrogenated polyisobutene
    • Emollients สารให้ความชุ่มชื้น ทำงานโดยเข้าไปแทรกตัวตามรอยแตกของผิวหนังไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำ
    • ตัวนีเค้าเอามาใช้แทน Mineral oil กันครับ
    • เคยมีคนทดสอบว่าใช้ที่ความเข้มข้นถึง 4% ก็ยังปลอดภัยต่อผิวรอบดวงตาด้ยล่ะ
  7. Diethylamino Hydroxybenzoyl Hexyl Benzoate
  8. Ceteth-10
    • เป็น Fatty Alcohol ทำหน้าที่เป็น emollient and emulsifier
  9. Acrylates/
    C10-30 alkyl acrylate crosspolymer

    • ตัวย่อคือ AACP เป็น Syntetic Crosspolymer ซึ่งมีโมเลกุลสองขั้วคือชอบและไม่ชอบน้ำ (hydrophilic and hydrophobic) จึงทำให้สามารถละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน ช่วยให้เนื้อของ Product มีความเรียบลื่นไปทั้งเนื้อครีม
  10. Methylparaben
    • สารกันเสีย
    • ตัวนี้คนมักจะเข้าใจผิดว่ามันก่อมะเร็งนะครับ (มีคนเอา paraben ไปทดสอบโดยการให้คนกิน) ตรงนี้เราต้องแยกแยะให้ดีก่อน เพราะ paraben ใน Skincare เค้าใส่กันแค่ 1% เท่านั้น และ FDA ของเมกาก็ประกาศชัดเจนว่ามันปลอดภัยครับ ลองไปอ่านข้อมูลกันได้
  11. Triethanolamine
    • ด่างสำหรับปรับ PH
  12. Tocopheryl Acetate
    • Antioxidant
    • Vitamin E นั้นมีอยู่ทั้งหมด 8 Forms ครับ มีทั้ง Alpha Beta Gamme Delta เวิ้นกันไป โดยที่ตัวที่เป็น Active Form จะเรียกว่า Alpha-Tocopherol
    • อย่างไรก็ดี Vitamin E ก็สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาได้จาก Petroleum Product เราก็จะเรียกกันว่า Synthetic vitamin E ซึ่งพวกนี้จะมี “dl-” นำหน้าครับ
    • ส่วน Natural Vitamin E หรือ Vitamin E ที่มาจากธรรมชาตินั้นก็จะมี “d-” นำหน้ามา เช่น d-alpha tocopherol, d-alpha tocopheryl acetate หรือ d-alpha tocopheryl succinate
    • Natural Vitamin E จะดีกว่าแบบ Synthetic ในแง่ของการดูดซึม ทั้งนี้มีการวิจัยในญี่ปุ่นพบว่าจะต้องใช้ Vitamin E แบบสังเคราะห์ถึง 3 เท่าเมื่อเทียบความสามารถกับแบบ Natural
    • มีงานวิจัยที่สนับสนุนงานวิจัยด้านบน ว่าแบบ Natural นั้นถูกดูดซึมได้ดีกว่า
    • งานวิจัยของ Oregon State University พบว่าแบบ Synthetic สลายตัวไวกว่า Natural ถึง 3 เท่า
    • มีงานทดลองกับหนูครับบอกว่ามันช่วยเรื่องลดการผลิตเม็ดสี ลดการระคายเคืองที่เกิดจากการกระตุ้นจาก UV
    • มีความสามารถในการช่วยยืดอายุของน้ำมันจากพืชต่างๆ
  13. BHT
    • Butylated Hydroxy Toluene เป็นสารต้านการ Oxidation ให้ครีมฟอร์มตัวได้นานมากขึ้น
  14. Propylparaben
  15. Carbomer
    • เป็น synthetic polymers ครับทำหนาที่เพิ่มความหนืดให้เนื้อครีม (thickening agents)
  16. Disodium EDTA
    • ใส่เอาไว้จับประจุที่อาจจะไปส่งผลให้คุณสมบัติของสารบางตัวเสื่อม
  17. Sodium Hyaluronate
    • ตัวเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว แต่จะซึมลึกเข้าผิวได้มากน้อยเพียงใดนั้นอยู่ที่ขนาดของโมเลกุลครับ นอกจากนี้มันเองก็ยังมี Profile ในเรื่องของการเป็นกลไกหนึ่งของ Skin Aging ด้วย
    • มีการศึกษาว่าครีมที่มี HA ผสมอยู่ 0.1% นั้นสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้แก่ผิวได้จริง นอกจากนี้หากใช้ HA ที่เป็น Low Molecule หรือที่มีขนาดเล็กน้ำหนักเบาก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการลดริ้วรอย

 

Ingredients : Water, Ethanol, Ethylhexyl methoxycinnamate, Cyclopentasiloxane, Dipropylene Glycol, Hydrogenated polyisobutene, Diethylamino Hydroxybenzoyl Hexyl Benzoate, Ceteth-10, Acrylates/
C10-30 alkyl acrylate crosspolymer, Methylparaben, Triethanolamine, Tocopheryl Acetate, BHT, Propylparaben, Carbomer, Disodium EDTA, Sodium Hyaluronate

 

Advertisements