Month: September 2016

Aēsop : Fabulous Face Cleanser

มาถึงเจ้า Aēsop กันบ้างนะครับคราวนี้ (Brand นี้เห็นมานานมากๆ แล้วแต่ยังไม่เข้าไทย ตอนไปญี่ปุ่นก็เห็น แต่ไม่มีเวลาว่างเข้าไปเล่น) ส่วนในเมืองไทยนั้น จริงๆ แล้วเค้าก็เปิดตัวกันไปได้ระยะหนึ่งแล้วล่ะหมูได้เห็นสูตรครั้งแรกก็คือตอนที่เดินไปยืนอ่านตรง Counter นั้นแหล่ะ (Strong ไง พนักงานเค้าก็คงสงสัยว่าไอ่นี้มาจากไหนไม่ค่อยจะฟังที่เค้าอธิบายเลย 555+) ที่มาขอ Aēsop นั้นมาจากทาง Australia โดยอ้างว่า skin, hair and body care products ที่เค้าทำมาจะพยายามตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเอาพืชประสานกับวิทยาศาสตร์เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ (ตรงนี้แย้งนะ 1. Skin Care ยี่ห้อไหนๆ ก็เอา base มาจากพืชทั้งนั้นแหล่ะ ส่วนวิทยาศาสตร์หรอ พลิกอ่านส่วนผสมใครๆ ก็ใส่ทั้งนั้นอีกนั้นแหล่ะ) ทุกอย่างเป็น Feeling จากทาง Brand ที่นำเสนอมาครับ หากเราพิจารณาจากภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ Aēsop ก็ทำออกมาได้ดีมากๆ ครับ แถมพนักงานที่สาขาลาดพร้าวก็น่ารักมากๆ เช่นกัน ดูแลและบริการดีมาก มีชาให้ดื่ม แถมชวนมาดื่มอีกถ้าว่างๆ (คือเราเผลอหลุดปากไปว่ามันอร่อยดี เค้าเลยชวนว่าเดินมาได้นะครับ ยินดีให้บริการ 555+) Cleanser ขวดนี้เดิมทีหมูอ่านส่วนผสมแล้วก็ไม่คิดจะซื้อนะครับ มันไม่ได้ดูแบบ โอโห้มีแต่สารที่เห็นแล้วประทับจิต เช่นพวก Grape Seed หรือ Squalane ถึงแม้จะรู้ว่ามีไปก็ไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรมาก เพราะสุดท้ายก็ล้างออก แต่มีมามันก็เพิ่ม Feeling ให้เราว่าอย่างน้อยก็เต็มที่ในการดูแลผิวหน้าของตัวเราเอง นอกจากนี้ส่วนตัวเป็นพวกไม่ชอบซื้อ Cleanser ที่ราคามากกว่า 2 บาท/ml เป็นทุนอยู่แล้วนะครับ แต่เห็นพนักงานดูแลดีก็เลยซื้อมาใช้ เอามาเขียนอธิบายสารให้เพื่อนๆ ได้อ่านเป็นความรู้กัน (ข้ออ้างเสียเงิน ชิบหาย In the name of god/Cross finger 555+) เกริ่นมาเสียเยอะ เรามาดูกันดีกว่าว่าเจ้า Cleanser ตัวนี้มีอะไรดี เจ้าตัวนี้หมูมองสูตรออกเป็น 5 กลุ่มหลักๆ ตามนี้ครับ (เอาจริงๆ นะจำราคาไม่ได้ แต่รู้ว่าไม่เกิน 2,000 บาท/200ml ส่วนที่เมืองนอกขายอยู่ที่ 50 AU$ หรือประมาณ 1350 บาท นะจ๊ะ ) สารทำความสะอาด สารทำความสะอาดของ Aēsop ถือว่าทำออกมาได้ดีมีความละมุน มีความอ่อนโยนนะครับเพราะว่าเค้าใช้เบสน้ำมันมะกอกสกัดมา นอกจากนี้ก็ังเสริมด้วย Ammonium Laureth Sulfate ที่มีความอ่อนโยนเช่นกัน สารบำรุง จะเป็นตัวให้ความชุ่มชื่นก็คือ Glycerin ที่เป็น Humectant ช่วยดึงน้ำเข้าผิว (แต่เอาจริงๆ อันนี้คือการล้างหน้าไง น้ำก็โดนหน้าอยู่แล้วป่ะ) อีกตัวคือว่านหางจระเข้ที่มีคุณสมบัติช่วย Sooth ผิวกระตุ้น Cell Growth ได้ ชาเขียวที่เป็น Antioxidant ชั้นดี แต่อาจจะใส่มาไม่ได้มากมายเท่าไหร่ น้ำมันหอมระเหยเพื่อเป็น Aromatherapy ทาง Aēsop ใส่น้ำมันหอมระเหยมาเยอะมากๆ จนหมูรู้สึกว่ามันจะเยอะไปไหม กลิ่นที่ได้ออกมาตอนแรกก็แอบงงๆ แต่ใช้ไปเรื่อยๆ เออก็หอมดี 555 ต้องไปลองกันดูเองน่ะครับ น้ำมันหอมระเหยที่ใช้ก็มี Bergamot, Rosemary และ Chamomile ซึ่งก็ผสมได้ออกมางงๆ อีก เพราะ Bergamot นั้นทางสุคนธบำบัดจะมีไว้เพื่อกระตุ้นให้กระปรี้กระเปร่า แต่ Chamomile มีไว้ทำให้จิตใจสงบ ย้อนแย้งดี 555 น้ำมันหอมระเหยมีเยอะ หมูก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ เพราะไป Check พวก Safety Profile มาให้แล้วว่ามันไม่ได้ร้ายแรงอะไร สาวกป้าพอลล่าทั้งหลายก็อาจจะไปตั้งแง่ว่าเป็นน้ำหอม อี้ๆ ไม่เอาไม่ชอบ …

MUJI : SUNSCREEN SPF30 PA+++

กลับมาสู่กันแดดอีกรอบนะครับ อันนี้เป็นกันแดดสำหรับทาตัว หมูลองใช้ไปได้ครึ่งขวดแล้วละครับ ทาง่ายดี ส่วนผสมก็ไม่ได้มีอะไรมากมายใดๆ เล้ย น้ำ แอลกอฮอล์ สารกันแดด ตัวสร้างเนื้อ ไร้การบำรุงใดๆ ทั้งสิ้น มากับ Concept ของ MUJI ที่เรียบจนไม่มีอะไรเลย 555+ แต่ถ้าจะให้มองอีกมุมมันก็โอเคนะครับ เพราะเค้าก็ชัดเจนตัวบำรุงก็ทาไปสิ ตัวกันแดดกทาเพื่อกันแดดจะเอาบำรุงมาปนทำไม ซึ่งจริงๆ แล้วหมูก็เคยเขียนถึงตัวบำรุงไปแล้วนะครับ นั้นคือ MUJI : Moisturising Milk Moisture นั้นเอง แถมยังใช้ดีอีกซะด้วย มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ ว่าเจ้าตัวนี้เรียบง่ายอย่างไรบ้าง (350บาท/150g) สารกันแดดที่ใช้  สารกันแดดที่สามารถป้องกัน UVB [290-320 nm] : Octinoxate (Ethylhexyl Methoxycinnamate หรือ Octyl methoxycinnamate) ไม่ค่อยเสถียรเท่าไหร่ กัน UVB [280-320 nm] สารกันแดดที่สามารถป้อง UVA [320-400 nm] : Diethylamino Hydroxybenzoyl Hexyl Benzoate (DHHB) มีความเสถียรสูงครับ กัน UVA [330-375 nm] จบแล้วครับ!!! เรียบง่ายมากๆ ไม่มีสารบำรุงอื่นได้เลย อย่างที่บอกครับถ้าอยากได้บำรุงทาตัวของ MU๋JI เคยทำ Review ไปแล้วตามนี้เลย MUJI : Moisturising Milk Moisture ที่เหลือคือสารก่อเนื้อต่างๆ ทั้งสิ้นครับ แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือเค้าได้ใช้ Silicone ที่เบาบาง เป็น Hi Grade ที่ทำให้ผิวยังสามารถหายใจได้ ไม่หนักเหมือน Dimethicone และยังมีความปบอดภัย รวมถึงการใช้สาร Hydrogenated polyisobutene มาแทน Mineral Oil ที่มีหลายเกรด จนเราไม่รู้ว่าเจ้าไหนเอาเกรดไหนมาให้เราใช้ ถือว่าทำออกมาได้เรียบง่ายแต่ Hi-So ดีครับ สรุปข้อดี/ข้อเสีย ข้อดี ใช้สารกันแดดที่เสถียร เสริมการทำงานอีกตัวที่ไม่ค่อยเสถียร ใช้สารประกอบที่ดูดี (ในสายตาหมู) เนื้อผลิตภัณฑ์เรียบลื่นดีมากๆ บรรจุภัณฑ์ทึบแสง ไม่มีสีและน้ำหอม ข้อเสีย ไม่มี ขอบคุณที่ติดตามกันครับ อย่าลืมไปตามต่อกันในเพจนะคับ : livelymoo ครับ รีวิวละเอียด ขี้เกียจอ่านก็ข้ามเลยครับ เนื้อสัมผัส รายละเอียดสาร Water Ethanol เป็น Alcohol ช่วยให้เนื้อครีมแห้งไว และเป็นตัวทำละลาย Ethylhexyl methoxycinnamate Cyclopentasiloxane เจ้าตัวนี้เป็น Silicone แบบเบาบางครับ มันจะเบากว่า Dimethicone ทั้งนี้คนที่มีผิวมันจะเหมาะกับ Silicoe ตัวนี้มากกว่า (แม้ว่า Dimethicone จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ แถมยังทำให้ Product มีความ Silky Smoth ทั้งนี้ไม่มี Primer ตัวไหนที่ไม่ใส่ Silicone หรอกครับ เป็นไปได้ยากหรือแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป) Dipropylene Glycol Slip Agents Hydrogenated polyisobutene Emollients สารให้ความชุ่มชื้น ทำงานโดยเข้าไปแทรกตัวตามรอยแตกของผิวหนังไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำ ตัวนีเค้าเอามาใช้แทน Mineral oil กันครับ เคยมีคนทดสอบว่าใช้ที่ความเข้มข้นถึง 4% ก็ยังปลอดภัยต่อผิวรอบดวงตาด้ยล่ะ https://www.truthinaging.com/ingredients/hydrogenated-polyisobutene Diethylamino Hydroxybenzoyl Hexyl Benzoate Ceteth-10 เป็น Fatty Alcohol ทำหน้าที่เป็น emollient and emulsifier …

KOSÉ : Suncut UV Protect Gel SPF50+ PA++++

สวัสดีครับ วันก่อนไปเดินเล่นที่ห้างแล้วไปเจอครีมกันแดดตัวนี้เข้า เลยรู้สึกว่าน่าลองเอามาทาเล่นดู เจ้าตัวนี้ถ้าให้มองเผินๆ ก็จะมาเป็นตัวเลือกให้อีกตัวนอกจาก Biore : UV Aqua Rich Watery Gel SPF 50+ PA++++ (90ml/290BHT มักจะมีโปรเหลือ 260 BHT บ่อยๆ) เนื่องจากมีเนื้อสัมผัลใกล้เคียงกัน แต่หมูเห็นว่าเจ้าตัวนี้มีส่วนผสมของสารประกอบแนวลดการระคายเคือง และการทำร้ายผิวจากแสง UVB เยอะกว่า แถมไม่มีกลิ่นแนว Citrus มาด้วย พยายามดมแล้วมันแทบจะไม่มีกลิ่นเลยล่ะ หลายๆ คนที่ไม่ได้ชอบกลิ่นแนว Citrus ก็อาจจะลองตัวนี้ไว้พิจารณาก็ได้ครับ ส่วนตัวหมูโอเคทั้งคู่ เจ้าตัวนี้หมูได้ลองเอามาใช้ทาตัวได้ซักพักแล้ว รู้สึกว่าใช้งานง่ายดีขนาดเหมาะมือ แห้งไว ไม่มีกลิ่น ไม่เหนี่ยวดีครับ ปริมาณ 100ml/ราคาราวๆ 400 BTH ถ้าเทียบต่อ ml แล้วก็จะแพงกว่า Biore แต่ก็จะได้สารบำรุงแบบเยอะๆ มาด้วยล่ะ สารกันแดดที่ใช้ (ตัวหลักๆ เป็น DHHB & Tinosorb® S ที่เสถียรครับ) สารกันแดดที่สามารถป้องกัน UVB [290-320 nm] Octinoxate (Ethylhexyl Methoxycinnamate หรือ Octyl methoxycinnamate) ไม่ค่อยเสถียรเท่าไหร่ ใส่มาให้ตัวต้นๆ กัน UBV [280-320 nm] สารกันแดดที่สามารถป้องกันทั้ง UVB [290-320 nm] และ UVA [320-400 nm] Zinc Oxide เป็น Physical Sunscreen ที่เรียกได้ว่าเป็น Broad Spectrum แปลว่าป้องกันได้ครบทั้ง UVB และ UBA ซึ่งเป็นสารกันแดดที่ใส่มาในปริมาณมากที่สุดในครีมกันแดดนี้ครับ [290-400 nm] Bis-Ethylhexyloxyphenol Methoxyphenyl Triazine (Tinosorb® S) [280-400 nm] ตัวนี้มีความเสถียรสูงมากครับ เป็นที่นิยมสำหรับกันแดดประสิทธิภาพดีๆ เลยทีเดียว สารกันแดดที่สามารถป้อง UVA [320-400 nm] Diethylamino Hydroxybenzoyl Hexyl Benzoate (DHHB) [330-375 nm] สารบำรุงอื่นๆ แค่เห็นรูปด้านบนก็คงรู้แล้วสินะว่าเค้าจัดเต็มแค่ไหน นาๆ ดอกไม้ทั้งหลาย รวมไปถึงสาหร่ายสีน้ำตาลและหญ้าหางม้า รวมๆ แล้วก็จะได้ในเรื่องของลดอาการอักเสบ ลดผลกระทบจากแสง UVB ช่วยสมานแผล ต้านเชื้อแบคทีเรีย ใครที่สนใจรายละเอียดของสารแต่ละชนิดก็สามารถกดไปอ่านข้างล่างได้นะครับ ใส่รูปใส่อะไรไว้ให้หมดแล้วครับ (พูดมากเดี๊ยวขี้เกียจอ่านกัน อิอิ) เอาเป็นว่าเค้าถอนดอกไม้มาทั้งป่าแล้วล่ะ เยอะมาก สรุปภาพรวม ก็ไม่รู้จะพูดอะไรมาก คือเราก็เป็นคนที่ทากันแดดตัวอยู่เสมอๆ อยู่แล้ว เจ้าตัวนี้พอมาอ่านสารแล้วแปลกใจเลย ได้ Feel ที่ดี แล้วก็ยกระดับกันแดดทาตัวเพราะใส่สารบำรุงหลากหลายมากๆ สารกันแดดก็หลากหลายดี และเสถียรเช่นกัน ทาแล้วแห้งไว้ไม่เหนี่ยวเหนอะหน่ะ ทุกอย่างรวมแล้วคือชอบและ ok เลยล่ะ สรุปข้อดี/ข้อเสีย ข้อดี สารกันแดดที่ใช้มีความเสถียร สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UBV สารสกัดจากดอกไม้นาๆ ชนิด แทบจะขนมาทั้งป่าแล้ว 555+ ส่วนใหญ่ให้ผลไปในการลดอาการอักเสบ ระคายเคือง การรักษาบาดแผล รวมไปถึงแผลไหม้จากแสงแดด ไม่มีกลิ่นดีครับ ข้อเสีย ไม่มี ขอบคุณที่ติดตามกันครับ อย่าลืมไปตามต่อกันในเพจนะคับ : livelymoo ครับ รีวิวละเอียด ขี้เกียจข้ามเลยครับ เนื้อสัมผัส รายละเอียดส่วนผสม Water Ethylhexyl methoxycinnamate Ethanol …