Eye Cream, Serum

Algenist : POWER Advanced Wrinkle Fighter 360° Eye Serum

สวัสดีครับ วันนี้เรากลับมาสู่ Algenist กันอีกรอบ หลังจากที่ได้เคยเขียนรีวิว Algenist : Genius White Brightening Anti-aging Cream กันไปแล้ว วันนี้เลยจะเอา Eye Cream ของ Algenist ที่หมูใช้แล้วชอบมารีวิวให้ได้อ่านกันต่อครับ ก็จะขอเกริ่นถึงประวัติเค้าแบบอีกซักรอบนะครับ (ส่วนใครที่เคยอ่านๆ มาแล้วก็ข้าม Part นี้ไปได้ครับ)

Algenist เป็น Brand ที่มี Story ที่น่าสนใจครับ มันเริ่มจากบริษัท Solazyme Inc. (บริษัทแม่ของ Algenist ในปัจจุบัน) เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญใน industrial microalgae biotechnology และก็เป็น biotech ที่เฉพาะเจาะจงในด้านการผลิตน้ำมันจาก microalgae นี้ล่ะครับ ทั้งนี้ Solazyme Inc. เองก็ได้พัฒนาเจ้าสาหร่าย microalgae นี้เข้าไปในหลายๆ ตลาดทั้ง พลังงาน chemical และด้านสุขภาพ โดยมี Algenist นี่ล่ะเป็น Product แรกที่บุกเข้าไปในตลาดสุขภาพในรูปแบบของ Skincare

about-biotechnology.jpg

สารที่ทาง Algenist นำมาจดเป็นสิทธิบัตร และใช้เป็น Trademark คือเจ้า Alguronic Acid (ถ้าเราพลิกอ่านข้างกล่องเค้าจะใช้ INCI ว่า Algae Exopolysaccharides นะครับ) ซึ่งทาง Website ของ Algenist ได้อ้างว่าสารนี้คือ polysaccharides ที่เกิดจากสาหร่ายชนิดที่เฉพาะเจาะจงโดย exosaccharides จะ Form ตัวเป็นกำแพงเป็น microalgae cells เพื่อปกป้องไม่ให้ cell สาหร่ายขาดน้ำ นอกจากนี้จากการทดสอบในหลอดทดลองก็พบว่าสารตัวนี้สามารถเพิ่ม cells regeneration ได้ 55% ซึ่งมากกว่า hyaluronic acid, retinol, vitamin C, vitamin E, palmitoyl pentapeptide, palmitoyl oligopeptide และ coenzyme Q10 แถมยังสามารถกระตุ้นการสร้าง Collagen ได้ 32% แล้วลดการผลิตเมลานินลงได้ถึง 26% ฟังดูดีจุง แต่ก็อย่าลืมไปนะครับว่าการทดสอบเหล่านี้เป็นการทดลองแบบ in vitro

นอกจากนี้ก็ยังมีการกล่าวอ้างจาก Solazyme ว่าผู้ที่ได้ใช้จำนวน 78% พบว่าริ้วรอยลึกๆ จางลง และ 81% พบว่าหน้าดูยกกระชับขึ้นหากใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Alguronic Acid ติดต่อกันทุกวันเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ แต่ทั้งหมดที่เคลมมานี้ก็ไม่ได้เขียนค่าสถิติที่มีนัยสำคัญ (Statistically Significant) แต่อย่างใดครับ (นอกจากนี้ก็มีข้อมูลสิทธิบัตรของทาง Algenist หมูได้ใส่ไว้ให้แล้วด้านล่างนะครับ)

about-ingredient.jpg

สรุปภาพรวม

เจ้าตัวนี้เป็น Eye Cream ที่หมูใช้มาได้เกือบเดือนแล้วครับ เพราะเราก็เริ่มอายุมากขึ้น จึงอยากหา Eye Cream ที่เน้นในเรื่องของ Anti Aging มากขึ้น จึงเดินหาส่วนผสมที่เน้นการลดริ้วรอยเสียมากกว่า Eye Cream ที่เป็นแนวเพิ่มความชุ่มชื้น หรืออัด Antioxidant หลากหลายแบบของ Strivectin ครับ เจ้าตัวนี้หมูชอบมากๆ เพราะดูเค้า Formulate สูตรมาได้น่าสนใจ เพราะแม้แต่สารที่เอาไว้สร้างฟิลม์หลังทาบนผิวยังใช้ตัว Pullulan ที่เป็นแนว Anti Aging เลยทีเดียว (2,850 บาท/15ml)

หมูมองสารใน Algenist : POWER Advanced Wrinkle Fighter 360° Eye Serum ตัวนี้ออกเป็น

1. การให้ความชุ่มชื้น

  • ในส่วนนี้ก็จะมีเจ้าสาร Algae Exopolysaccharides ตัวพระเอกของ Algenist เค้านี้ล่ะที่จะเข้ามาช่วยให้ Skin Barrier เราแข็งแรงมากขึ้น รักษาน้ำในผิวได้ดีขึ้น นอกจากนี้ก็เป็น Glycerin ที่เป็น Humectant ใส่มาต้นๆ ครับ

2. ความสามารถในการลดอาการอักเสบของผิวหนัง

  • อันนี้ใส่มาเยอะเลยไม่ว่าจะเป็นสารสกัดจากพืชต่างๆ ที่ใส่เข้ามาครับ

3. การเป็น Anti aging ช่วยลดริ้วรอย ด้วยการสร้างสร้าง Collagen ซึ่งใน Eye Cream ตัวนี้เค้าได้ใส่สาร 4 ชนิดที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ครับ

  • 1. Alguronic Acid ตัวพระเอกของ Algenist (เขียนอธิบายไปแล้วด้านบน)
  • 2. Matrixyl® 3000 อันโด่งดังที่มักจะเห็นกันใน Boots No.7 ซึ่งมันเป็นสาร Peptide 2 ตัวที่เข้ามาเสริมการทำงานกันและกัน มีงานวิจัยทีเป็น Inhouse มา Support (แบบไม่ Strong เท่างานวิจัยที่เป็น Independent เท่าไหร่)
  • 3. สารสกัดจากสะพานก้น ทั้งนี้ผู้ผลิตหรือบริษัท Sederma ก็จะเคลมในเรื่องของการเสริมสร้าง Collagen รวมไปถึงช่วยให้แผลสมานตัวได้ไวมากขึ้น รวมไปถึงช่วยลดรอยแตกลาย (Strech Marks) ไว้ครับ ถ้าสนใจไปอ่านรายละเอียดต่อด้านล่างครับ
  • 4. สาร Chrysin ที่มักจะสกัดได้จากดอกของเสาวรส ก็จะเน้นในเรื่องของการเป็นการลดอาการอักเสบ ลดผลกระทบจากการทำร้ายของ UVA UVB, เป็น Antioxidant, เป็น Photo aging, ช่วยสร้าง Collagen I และ ยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้อีกด้วย
  • 5. สารที่เพิ่มพลังงานให้แก่เซลล์ผิว รวมถึงช่วยให้ผิวมีความเรียบเนียนมากยิ่งขึ้นนั้นคือ Adenosine นั้นเองครับ

สรุปข้อดีข้อเสีย

ข้อดี

  1. ที่มาของ Brand น่าสนใจ มีการวิจัยอย่างจริงจังไปถึงขั้นจด Patent
  2. มีสารที่ช่วยในเรื่องของการลดเลือนริ้วรอย หลากหลาย (แม้บางตัวจะเป็น Inhouse Research ก็ตาม)
  3. เนื้อสัมผัสดี
  4. บรรจุภัณฑ์ทึบแสง ไม่ใส่สี และน้ำหอม

ข้อเสีย

  1. ไม่มี

อย่าลืมไป Update ข่าวสารที่ Facebook : livelymoo


รีวิวละเอียด ขี้เกียจอ่าน ข้ามเลย

เนื้อสัมผัส

Algenist POWER Advanced Wrinkle Fighter 360° Eye Serum 1

เนื้อครีมสีขาวขุ่น ไม่มีกลิ่นครับ ในเรื่องของการใช้งานนั้นก็สะดวกมากๆ เพราะเป็นแบบปั๊มกด และเป็นปั๊มที่คุณภาพดีเลยล่ะเพราะสามารถกะปริมาณในการใช้งานได้ดี ทุกครั้งที่หมูใช้จะกดออกมาเพียงขนาดครึ่งหนึ่งของเมล็ดถั่วเขียว ก็สามารถเกลี่ยได้รอบดวงตาแล้วครับ

Algenist POWER Advanced Wrinkle Fighter 360° Eye Serum 2

เกลี่ยครั้งแรกก็จะรู้สึกชุ่มชื้นทันที

Algenist POWER Advanced Wrinkle Fighter 360° Eye Serum 3

เนื้อครีมที่ทำออกมามีความเรียบลื้น มีการกระจายตัวที่ดีมาก เมื่อเกลี่ยจนเสร็จแล้วจะมีฟิลม์บางๆ เคลือบรอบดวงตาของเราอยู่ เกิดจากสาร Pullulan ครับ ตัวนี้ Hiso ทีเดียวเพราะได้มาจาก Black Yeast

รายละเอียดสาร

  1. Water (Aqua, Eau)
  2. Dimethicone
  3. Isododecane
    • เป็น Hydrocarbon มีคุณสมบัติเป็น Emollient ซึ่งมีความสามารถในการกระจายตัวที่สูงเพราะมีความหนาแน่นและมีน้ำหนักเบา
  4. Glycerin
    • ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น Humectant
  5. Butylene Glycol
    • ตัวช่วยกระจาย (Slip Agent)
  6. Polysilicone-11
  7. Isohexadecane
    • Emollient
  8. Pentylene Glycol
    • ตัวช่วยกระจาย (Slip Agent)
  9. Algae Exopolysaccharides
  10. Chlorella Protothecoides
    • ข้อมูลของสาหร่ายตัวนี้ต่อผิวหนังหาไม่เจอครับ ส่วนใหญ่จะเป็นการพูดถึงน้ำมันที่ได้จากมันสามารถเอาไปทำ Biodiesel เสียมากกว่า
  11. Plantago Lanceolata Leaf Extract
  12. Darutoside
    • ใบสะพ้านก้น.jpg

      Credit : frynn.com

    • สารสกัดจากสมุนไพร Siegesbeckia Orientaris หรือเรียกว่า สะพานก้น ซึ่งเป็นพืชในวงศ์เดียวกับดอกทานตะวัน
    • สารตัวนี้ทางผู้ผลิต Sederma เป็นผู้คิดค้นนะครับ ก็จะเคลมในเรื่องของการเสริมสร้าง Collagen รวมไปถึงช่วยให้แผลสมานตัวได้ไวมากขึ้น รวมไปถึงช่วยลดรอยแตกลาย (Strech Marks) โดยการวิจัยภายในของเค้าเองได้ทดสอบสารละลาย 1% ของสารตัวนี้ในโดยใส่สารละลายลงไป 1.5% ในครีม (พูดง่ายๆคือ 0.015% นั้นล่ะ) ทดสอบกับผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 21 ปี  ถึง 42 ปี จำนวน 14 ทาเช้าและเย็น อยู่ 4 อาทิตย์ ผลที่ได้ก็คือ 7 ใน 14 คนมีรอยแตกลายที่ลดลงอย่างชัดเจน มี 1 คนที่ไม่เห็นผลอะไร และส่วนที่เหลือขอไม่แสดงความเห็นจากการรักษา ใครสนใจก็เข้าไปอ่าน paper ของเค้าได้ตาม link ด้านล่างครับ
  13. Polygonum Bistorta Root Extract
    • Polygonum Bistorta

      Credit : tumblr

    • เป็นรากจากดอกหญ้าชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติในการรักษาอาการอักเสบของผิวหนัง
  14. Nannochloropsis Oculata Extract
    • BoJ9NXBCMAAmS0d.jpg

      Credit : twitter

    • สารสกัดจากสาหร่าย เท่าที่หาข้อมูลมาเค้าบอกว่ามีการค้นคว้าแบบ independent จริงๆ พบแค่ว่ามันเป็น Antioxidant ได้
  15. Albizia Julibrissin Bark Extract
    • Albizia Julibrissin Bark.jpg

      Credit : wikipedia

    • พยายามหาชื่อไทยไปเจอคำว่า สกุลถ่อน ครับ เห็นชื่อฝรั่งเรียกว่า Persian Silk Tree
    • มีความสามารถในการต่อต้านเซลล์มะเร็ง การรักษาอาการอักเสบของผิวหนัง และเป็น Antioxidant
  16. Palmitoyl Tripeptide-1
  17. Palmitoyl Tetrapeptide-7
    • สารที่ 16 – 17 ตัวนี้เป็น Matrixyl® 3000 ครับ มีชื่อ INCI Name : Glycerin (and) Aqua (and) Butylene Glycol (and) Carbomer (and) Polysorbate 20 (and) Palmitoyl Tripeptide-1 (and) Palmitoyl Tetrapeptide-7
    • เรามักจะเห็นใน Matrixyl® 3000 ใน Product ของ No.7 ครับ
    • คำกล่าวอ้างจากผู้ผลิตสารจะบอกว่ามันสามารถช่วยในเรื่องของกากระตุ้นการสร้าง Collegen ได้จึงมักจะถูกใส่อยู่ใน Anti-aging Product
    • มีการศึกษาแต่ไม่ได้ตีพิมพ์อย่างชัดเจนนะครับ อันนี้ก็ต้องไปพิจารณากันต่อว่าจริงไหม แต่เค้าอ้างว่ามันสามารถเสริมสร้าง Collagen ได้ครับ
  18. N-Hydroxysuccinimide
    • N-Hydroxysuccinimide.png
    • Credit Photo : wikipedia
    • ตัวนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจครับ เพราะว่ามันมักจะถูกใส่อยู่ใน Eye Cream Product ล่ะ เพราะมันจะไปช่วยลดอาการไหลเวียนของเลือดหรืออาการอักเสบที่ทำให้เรามีแพนด้าใต้ตา
    • เจ้าตัวนี้ส่วนใหญ่เราจะเห็นมันมาคู่กับ chrysin นะครับ และจะจับคู่กันมาอยู่ใน Eye Cream ที่อ้างสรรพคุณในเรื่องของการลด dark circle หรือรอยคล้ำของถุงใต้ตานั้นเอง ใส่กันหลาย Brand เลยล่ะ Dior / Algenist / Estee Lauder / Lancôme มากมายอะสรุป
    • อย่างไรก็ตามหมูยังไม่เจอข้อมูลใน Pubmed นะครับตัวนี้
  19. Chrysin
    • maxresdefault.jpg

      Credit : Youtube

    • เป็นสาร Isoflavone ที่มักจะสกัดได้จากดอกของเสาวรสครับ passiflora caerulea (blue passion flower) ก็จะเน้นในเรื่องของการเป็นการลดอาการอักเสบ ลดผลกระทบจากการทำร้ายของ UVA UVB, เป็น Antioxidant, เป็น Photo aging, ช่วยสร้าง Collagen I และ ยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้อีกด้วย
  20. Mica
    • เป็นแร่ธาตุ silicate mineral ที่มักจะใช้ใน Make up ต่างๆ มีสีสรรมากมายทำให้เกิดประกายแวววาว ช่วยให้ผิวหน้าดู Glow ได้
  21. Adenosine
    • ถ้าใครที่เรียนเรื่องเซลล์มาจะคุ้นกับคำว่า ATP (Adenosine Triphosphate) ซึ่งจะเป็นสารที่ทำหน้าที่ให้พลังงานแก่ Cell ประกอบมาจาก Adenine + Ribose sugar = Adenosine แล้วจึงต่อกับหมู่ฟอสเฟต 3  หมู่ [ใครที่สนใจอยากอ่านในเชิงลึกลองไปอ่านตาม Linkนี้ครับ]
    • เจ้าตัวนี้เป็น Anti Aging ที่โด่งดังมานานแล้วครับ มันสามารถช่วยลดริ้วรอยได้ช่วยให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้น [Source :http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18489289]
    • สามารถช่วยลดอาการอักเสบของผิว และช่วยเสริมกระบวนการรักษาบาดแผลได้ [Source :http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/24961687]
  22. Ammonium Polyacryloyldimethyl Taurate
  23. Polysorbate 20
    • Emulsifier
  24. Polysorbate 80
    • Emulsifier
  25. Pullulan
    • สารก่อฟิลม์ มีความสามารถในการละลายกับน้ำ โดย CosmeticsCop.com บอกว่ามันคือ “Glucan gum produced by black yeast that contains polysaccharides, which makes it a good water-binding agent, thickening agent, and antioxidant,” ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเจ้าตัวนี้มักจะใส่อยู่ในครีมแนว Anti Aging ช่วยให้เกิดการตึงกระชับจากการก่อฟิลม์
  26. Tocopheryl Acetate
    • Antioxidant
    • Vitamin E นั้นมีอยู่ทั้งหมด 8 Forms ครับ มีทั้ง Alpha Beta Gamme Delta เวิ้นกันไป โดยที่ตัวที่เป็น Active Form จะเรียกว่า Alpha-Tocopherol
    • อย่างไรก็ดี Vitamin E ก็สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาได้จาก Petroleum Product เราก็จะเรียกกันว่า Synthetic vitamin E ซึ่งพวกนี้จะมี “dl-” นำหน้าครับ
    • ส่วน Natural Vitamin E หรือ Vitamin E ที่มาจากธรรมชาตินั้นก็จะมี “d-” นำหน้ามา เช่น d-alpha tocopherol, d-alpha tocopheryl acetate หรือ d-alpha tocopheryl succinate
    • Natural Vitamin E จะดีกว่าแบบ Synthetic ในแง่ของการดูดซึม ทั้งนี้มีการวิจัยในญี่ปุ่นพบว่าจะต้องใช้ Vitamin E แบบสังเคราะห์ถึง 3 เท่าเมื่อเทียบความสามารถกับแบบ Natural
    • มีงานวิจัยที่สนับสนุนงานวิจัยด้านบน ว่าแบบ Natural นั้นถูกดูดซึมได้ดีกว่า
    • งานวิจัยของ Oregon State University พบว่าแบบ Synthetic สลายตัวไวกว่า Natural ถึง 3 เท่า
    • มีงานทดลองกับหนูครับบอกว่ามันช่วยเรื่องลดการผลิตเม็ดสี ลดการระคายเคืองที่เกิดจากการกระตุ้นจาก UV
    • มีความสามารถในการช่วยยืดอายุของน้ำมันจากพืชต่างๆ
  27. Steareth-20
    • Emulsifier
  28. Disodium EDTA
    • ใส่เอาไว้จับประจุที่อาจจะไปส่งผลให้คุณสมบัติของสารบางตัวเสื่อม
  29. Chlorhexidine Digluconate
    • สารกันเสีย ต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
  30. Citric Acid
    • น่าจะใส่มาเพื่อปรับค่า pH
  31. Sodium Hydroxide
  32. Xanthan Gum
    • สารก่อเนื้อ Gum
  33. Ethylhexylglycerin
  34. Hexylene Glycol
  35. Caprylyl Glycol
  36. Potassium Sorbate
  37. Sodium Benzoate
  38. Phenoxyethanol
    • สารกันเสีย

Ingredients : Water (Aqua, Eau), Dimethicone, Isododecane, Glycerin, Butylene Glycol, Polysilicone-11, Isohexadecane, Pentylene Glycol, Algae Exopolysaccharides, Chlorella Protothecoides, Plantago Lanceolata Leaf Extract, Darutoside, Polygonum Bistorta Root Extract, Nannochloropsis Oculata Extract, Albizia Julibrissin Bark Extract, Palmitoyl Tripeptide-1, Palmitoyl Tetrapeptide-7, N-Hydroxysuccinimide, Chrysin, Mica, Adenosine, Ammonium Polyacryloyldimethyl Taurate, Polysorbate 20, Polysorbate 80, Pullulan, Tocopheryl Acetate, Steareth-20, Disodium EDTA, Chlorhexidine Digluconate, Citric Acid, Sodium Hydroxide, Xanthan Gum, Ethylhexylglycerin, Hexylene Glycol, Caprylyl Glycol, Potassium Sorbate, Sodium Benzoate, Phenoxyethanol

Advertisements