Serum

Cerave : Skin Renewing Cream Serum

กลับมาที่ Cerave กันอีกครั้งนะครับ เดือนที่แล้วพี่สาวมาถามว่าอยากได้อะไรจากเมกาบ้าง เลยลองกดดูใน Internet เล่นๆ พบว่าสิ่งนี้น่าสนใจดี เลยจะเอามานำเสนอล่ะ

หากเราจะนึกถึงครีมดีๆ ไม่ได้ใส่สารอะไรซับซ้อนมากมาย และเป็นครีมที่เน้นการบำรุงชั้นผิว บำรุง Skin Barrier เพื่อให้ผิวสามารถรักษาน้ำไว้ได้มาก หรือจะพูดง่ายๆ ว่าสามารถลดอัตราการสูญเสียน้ำในผิวได้ดี ณ เวลานี้ก็มีอยู่ 2 Brands หลักๆ ก็คือ Cerave กับ Atopalm นะครับ ในส่วนของ Atopalm สามารถเข้าไปอ่านกันได้ที่ Atopalm : Concentrated Intensive Cream นะครับ หมูจะไม่พูดซ้ำให้เสียเวลากัน

เอาล่ะ เรามาดูเจ้า Carave กันดีกว่าว่า Patent ที่ชื่อ MVE® (Multivesicular Emulsion) มันคืออะไร แต่ก่อนที่จะอธิบายคำว่า MVE® ก็ต้องขออธิบายถึงรายละเอียดของชั้นผิวเราก่อนว่ามันจะมี lipids 3 ตัวที่จะผสานกันออกมาเป็น lipid bilayer ของผิว ซึ่งนั้นก็คือ ceramides, cholesterol และ fatty acid ซึ่งทาง Brand Cerave เค้าก็เคลมว่าส่วนผสมทั้งสามนี้เค้าได้ใช้ MVE® Technology เข้ามาช่วยให้ตัวเนื้อครีมสามารถซึมลงผิวไปได้เรื่อยๆ ยาวนานตลอด 24 ชม. (เว้อร์ดี ในใจนึกว่าอยู่ให้ครบ 6 ชม. ก็ดีใจแล้ว 555) ซึ่งมันก็จะเข้าไปซ่อมแซม รักษาความชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวของเราแข็งแรงได้ตามธรรมชาติ

Cerave Skin Renewing Cream Serum

นอกจากนี้ทาง Cerave ยังมีการเคลมว่าสัดส่วนของ Ceramide 1 / 3 / 6-ll ที่เค้าใช้นั้นเป็นสัดส่วนที่คิดค้นมาเป็นพิเศษ โดย Ceramide แต่ละตัวจะมีหน้าที่การทำงานดังนี้ครับ

  • Ceramide 1 เป็นภูมิคุ้มกันของผิวหนัง ถ้ามีต่ำ อาจเกิดโรคผื่นคัน  ผิวแห้งแตก ผิวลอก ได้ง่าย
  • Ceramide 3 ลดการระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม (Ceramide ส่วนใหญ่ในผิวก็เป็นตัวนี้ล่ะ)
  • Ceramide 6-ll ทำหน้าที่คล้าย AHA เพิ่มความเรียบเนียนให้ผิวหนัง

สรุปภาพรวม

สำหรับ Cerave : Skin Renewing Cream Serum ที่หมูกำลังพูดถึงอยู่ เจ้าตัวนี้มีความแตกต่างจาก Cerave รุ่นอื่นๆ ทั่วไปอย่างไร? จากการพิจารณา (โดยหมูเอง) พบจุดที่แตกต่างจากรุ่นทั่วๆ ไป อยู่ 3 จุดนะครับ (เจ้าตัวนี้ราคาประมาณ 650บาท/30ml นะครับ)

  1. เน้นจุดขายที่ Vitamin A แบบ Retinol นั้นเองครับ แต่ที่พิเศษขึ้นไปอีกขั้นคือเค้าได้ทำมาเป็น Encapsulated Retinol (เป็นการเก็บเจ้า Retinol ให้อยู่ใน liposome ที่จะช่วยให้ซึมลงเข้าผิวได้ลึกมากขึ้น แถมยังมีข้อดีก็คือจะช่วยให้การระคายเคืองจาก Vitamin A นั้นลดน้อยลงได้ด้วยล่ะ)
    • แล้ว Vitamin A มันดียังไง? ก็อธิบายคร่าวๆ ว่ามันจะช่วยให้เกิดการผลัดผิวใหม่ๆ โดยการไปกระตุ้นเซลล์ผิวด้านล่างให้มันการแบ่งตัวอย่างปกติ ผลที่ได้ก็คือ ริ้วรอยต่างๆ จะจางลง รวมถึงสิวก็จะน้อยลงด้วยนะครับ
    • ข้อมูลเพิ่มเติมของ Vitamin A ที่หมูเคยเขียนไว้ >>> Vitamin A (1) และ Vitamin A (2)
  2. Vitamin B3 รวมถึง สารที่เน้นในเรื่องของ Skin Barrier (ceramides, cholesterol และ fatty acid) จะถูกลดสัดส่วนลงให้นอยกว่าสูตรปกติทั่วไป (ก็คือขาย Vitamin A นั้นแหล่ะ แต่ใส่มาพอเป็นกระสัยให้รู้ว่าเราได้นำ MVE® Technology มาประทับองค์ลงในหลอดนี้แล้วนะ)
  3. สารสกัดจากพืชต่างๆ เดิมที่สูตรทั่วๆไป จะเป็นสารสกัดจากสาหร่ายที่เป็น Antioxidant แต่เจ้าตัวนี้เค้าได้ใส่รากของ Chicory ที่มีคุณสมบัติการลดการระคายเคืองเข้ามาแทนครับ (ถ้าให้ดูแต่รากก็จะไม่งาม เลยเอาดอก Chicory มาให้ดูด้วย สวยดีครับ)

สรุปข้อดีข้อเสีย

ข้อดี

  1. มี Vitamin A แบบ Encapsulate
  2. มีสารให้ความชุ่มชื้นหลากหลายแบบทั้ง Emollient และ Humectant แถมยังเสริม Hyaluronic Acid เข้ามาอีก 2 รูปแบบ
  3. มีสารเสริมความแข็งแรงของ Skin Barrier ที่ดีใช้ Ceramide หลากหลายชนิด (คนแต่งที่หน้าไม่ติดก็เพราะชั้นผิวไม่ดีนะครับ)
  4. มีสารสกัดที่ช่วยเรื่องลดการระคายเคือง
  5. ไม่มีสี และน้ำหอม
  6. หลอดทึบแสง และเป็นแบบสูญญากาศอีกด้วย

ข้อเสีย

  1. ไม่มี (ไทยยังไม่มีขาย เป็นข้อเสียไหม?)

ขอบคุณที่ติดตามกันครับ อย่าลืมไปตามต่อกันในเพจนะคับ : livelymoo ครับ:)


รีวิวละเอียด ขี้เกียจอ่านก็ข้ามเลยครับ

เนื้อสัมผัส

Cerave Skin Renewing Cream Serum 1

ข้อดีของ Packaging จัวนี้คือมันจะมีลูกบอลเล็กๆ อุดไว้ ดังนั้นการใช้งานครั้งถัดไปก็จะไม่จัดตัวแข็งเป็นก้อนหากเราทิ้งไว้หลายๆวัน

Cerave Skin Renewing Cream Serum 2

เนื้อครีมเป็นสีเหลืองอ่อนๆ มีกลิ่นที่เป็นกลิ่นของครีมแบบไม่ใส่น้ำหอมมานะครับ

Cerave Skin Renewing Cream Serum 3

ตัวเนื้อครีมมีความเหลวค่อนข้างมากทำให้เกลี่ยได้ง่าย

Cerave Skin Renewing Cream Serum 4

เมื่อเกลี่ยเสร็จแล้วก็ให้ความชุ่มชื่นดีครับ แต่อาจจะต้องหาครีมตัวอื่นลงทับอีกชั้นหนึ่ง

 

รายละเอียดส่วนผสม

  1. Purified Water
  2. Glycerin
    • Humectant
  3. Caprylic/Capric Triglyceride
  4. Potassium Cetyl Phosphate
  5. Hydrogenated Palm Glycerides
  6. Polysorbate 20
    • อีกชื่อเรียก Tween 20 ตัวนี้ก็เป็น Emulsifier เช่นกัน เป็นสารที่มีความปลอดภัยสูงมาก ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารได้เลย
  7. Butyrospermum Parkii (Shea) Butter
    • Emollients
  8. PEG-40 Stearate
  9. Hydroxyethylcellulose
    • สารก่อเนื้อครีม แล้วก็เป็น Film Formimg ด้วย
  10. Cyclopentasiloxane
    • silicone slip agents/emollient
  11. Dimethicone/Vinyldimethicone Crosspolymer
  12. Triethanolamine
    • ด่างสำหรับปรับ PH
  13. Cetearyl Alcohol
  14. Pentylene Glycol
  15. Lecithin
    • เดาว่าใช้เป็นตัวที่เอามาทำ Encapsulate ให้แก่ Retinol
  16. Xanthan Gum
  17. Hydroxyacetophenone
  18. Phenoxyethanol
    • สารกันเสีย
  19. Citric Acid
    • ปรับ pH
  20. Behentrimonium Methosulphate
    • ตัวนี้จากการหาข้อมูลพบว่ามันเป็นสารที่เรียกว่า Skin Conditioning คือช่วยรักษาความชุ่มชื้นนั้นเอง รวมถึงมันมีความปลอดภัยสูงมาก สามารถใช้ในผลิตภัณฑ์ของเด็กได้เลย ส่วนใหญ่เราจะเจอใน Product ที่เกี่ยวกับเส้นผม
    • เวบป้าพอลล่าบอกว่าเป็น Emollients
  21. Cichorium Intybus (Chicory) Root Extract
    • Cichorium_intybus-alvesgaspar1.jpg

      Credit : Wikipedia

    • Witlof_en_wortel.jpg

      Credit : Wikipedia

       

    • สารสกัดจากรากของ Chicory ครับ มันมี Pfofile ในการลดการอักเสบ โดยเค้าบอกว่ามันเป็น Vitamin D-like ที่เสริมการทำงานของ Skin Barrier เนื่องจากมันสามารถช่วยให้อัตราการสูญเสียน้ำของผิวลดลงได้ (จากการทดสอบระยะเวลา 28 วัน)
  22. Tocopherol
    • Antioxidant
    • Vitamin E นั้นมีอยู่ทั้งหมด 8 Forms ครับ มีทั้ง Alpha Beta Gamme Delta เวิ้นกันไป โดยที่ตัวที่เป็น Active Form จะเรียกว่า Alpha-Tocopherol
    • อย่างไรก็ดี Vitamin E ก็สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาได้จาก Petroleum Product เราก็จะเรียกกันว่า Synthetic vitamin E ซึ่งพวกนี้จะมี “dl-” นำหน้าครับ
    • ส่วน Natural Vitamin E หรือ Vitamin E ที่มาจากธรรมชาตินั้นก็จะมี “d-” นำหน้ามา เช่น d-alpha tocopherol, d-alpha tocopheryl acetate หรือ d-alpha tocopheryl succinate
    • Natural Vitamin E จะดีกว่าแบบ Synthetic ในแง่ของการดูดซึม ทั้งนี้มีการวิจัยในญี่ปุ่นพบว่าจะต้องใช้ Vitamin E แบบสังเคราะห์ถึง 3 เท่าเมื่อเทียบความสามารถกับแบบ Natural
    • มีงานวิจัยที่สนับสนุนงานวิจัยด้านบน ว่าแบบ Natural นั้นถูกดูดซึมได้ดีกว่า
    • งานวิจัยของ Oregon State University พบว่าแบบ Synthetic สลายตัวไวกว่า Natural ถึง 3 เท่า
    • มีงานทดลองกับหนูครับบอกว่ามันช่วยเรื่องลดการผลิตเม็ดสี ลดการระคายเคืองที่เกิดจากการกระตุ้นจาก UV
    • มีความสามารถในการช่วยยืดอายุของน้ำมันจากพืชต่างๆ
  23. Niacinamide
    • สรรพคุณมากมายก่ายกองครับ เป็นทั้ง Whitening และ Anti aging อ่านรายละเอียดที่ Vitamin B3
  24. Alcohol
  25. Retinol
    • Vitamin A ที่ทาง Brand ใช้แบบ Encapsulate มา
    • สรรพคุณของ Vitamin A ก็คือเรื่องรักษาสิวโดยการเข้าไปช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันบนใบหน้า และมีประสิทธิภาพในการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว (Exfoliate) ส่งผลให้การอุดตันบนผิวลดลง สิวจึงเกิดได้ยากขึ้น 2. ช่วยลดเลือนริ้วรอย เนื่องจากว่ามันจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของ Fibroblast เพื่อสร้าง Collagen และ Elastin ทำให้ริ้วรอยต่างๆ ตื้นขึ้น
    • สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ Vitamin A (1) และ Vitamin A (2)
  26. Ethylhexylglycerin
  27. Silica
  28. Potassium Phosphate
  29. Sodium Lauroyl Lactylate
  30. Hyaluronic Acid
    • เป็นส่วนประกอบในเนื้อเยื้อผิวของคนเรา ทั้งนี้มีหลายขนาด หากมีโมเลกุลที่ใหญ่ก็จะทำหน้าที่เคลือบผิวชั้นนอกให้มีความชุ่มชื้น ลดการระคายเคืองจากแผลไหม้ต่างๆ หากมีโมเลกุลเล็กก็จะสามารถแทรกซึ่มลงไปได้ ยิ่งเล็กมากก็จะยิ่งซึมลงไปได้มาก
    • ใน Pubmed จะคอยพูดถึงความสำคัญของสารตัวนี้ในชั้นผิว เพราะถ้าหากมีเจ้าตัวนี้อยู่ในผิวปริมาณมากก็หมายถึงความอ่อนเยาว์ของผิวนั้นเอง
  31. Sodium Hydroxide
    • เป็นรูปแบบหนึ่งของ Hyaluronic Acid ครับแต่เจ้าตัวนี้จะมีขนาดเล็กกว่า สามารถแทรกซึมลงไปในชั้นผิวได้ดีกว่า
  32. Ceramide 3
    • หรือ Ceramide NP เป็นส่วนประกิบหลักของผิวชั้นนอกที่ทำหน้าที่ปกป้องการระเหยของน้ำในผิว
  33. Ceramide 6-II
    • หรือ Ceramide AP
  34. Phytosophingosine
    • ช่วยให้เซลล์ผิวสื่อสารกันได้ดีมากขึ้น ลดการระคายเคือง และมีความสามารถในการยังยั้งเชื้อแบคทีเรียแถมยังเจองานวิจัยว่ามันสามารถช่วยขยายประสิทธิภาพในการรักษาสิวได้อีกด้วย
  35. Cholesterol
    • เป็นส่วนประกอบของชั้นผิวเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ
  36. Carbomer
  37. Ceramide 1
    • Ceramide EOS มีงานวิจัยว่า Ceramide 1 และ 3 จะช่วยลดการสูญเสียน้ำที่เกิดจากการระคายเคืองจาก sodium lauryl sulfate (สารอันตรายต่อผิว SLS) ได้ [Source :http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18717861]

 

Ingredients : Purified Water, Glycerin, Caprylic/Capric Triglyceride, Potassium Cetyl Phosphate, Hydrogenated Palm Glycerides, Polysorbate 20, Butyrospermum Parkii (Shea) Butter, PEG-40 Stearate, Hydroxyethylcellulose, Cyclopentasiloxane, Dimethicone/Vinyldimethicone Crosspolymer, Triethanolamine, Cetearyl Alcohol, Pentylene Glycol, Lecithin, Xanthan Gum, Hydroxyacetophenone, Phenoxyethanol, Citric Acid, Behentrimonium Methosulphate, Cichorium Intybus (Chicory) Root Extract, Tocopherol, Niacinamide, Alcohol, Retinol, Ethylhexylglycerin, Silica, Potassium Phosphate, Sodium Lauroyl Lactylate, Hyaluronic Acid, Sodium Hydroxide, Ceramide 3, Ceramide 6-II, Phytosophingosine, Cholesterol, Carbomer, Ceramide 1

Advertisements
This entry was posted in: Serum

1 Comment

  1. Pingback: Cerave : Skin Renewing Night Cream | livelymoo

Comments are closed.