Month: August 2016

Algenist : POWER Advanced Wrinkle Fighter 360° Eye Serum

สวัสดีครับ วันนี้เรากลับมาสู่ Algenist กันอีกรอบ หลังจากที่ได้เคยเขียนรีวิว Algenist : Genius White Brightening Anti-aging Cream กันไปแล้ว วันนี้เลยจะเอา Eye Cream ของ Algenist ที่หมูใช้แล้วชอบมารีวิวให้ได้อ่านกันต่อครับ ก็จะขอเกริ่นถึงประวัติเค้าแบบอีกซักรอบนะครับ (ส่วนใครที่เคยอ่านๆ มาแล้วก็ข้าม Part นี้ไปได้ครับ) Algenist เป็น Brand ที่มี Story ที่น่าสนใจครับ มันเริ่มจากบริษัท Solazyme Inc. (บริษัทแม่ของ Algenist ในปัจจุบัน) เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญใน industrial microalgae biotechnology และก็เป็น biotech ที่เฉพาะเจาะจงในด้านการผลิตน้ำมันจาก microalgae นี้ล่ะครับ ทั้งนี้ Solazyme Inc. เองก็ได้พัฒนาเจ้าสาหร่าย microalgae นี้เข้าไปในหลายๆ ตลาดทั้ง พลังงาน chemical และด้านสุขภาพ โดยมี Algenist นี่ล่ะเป็น Product แรกที่บุกเข้าไปในตลาดสุขภาพในรูปแบบของ Skincare สารที่ทาง Algenist นำมาจดเป็นสิทธิบัตร และใช้เป็น Trademark คือเจ้า Alguronic Acid (ถ้าเราพลิกอ่านข้างกล่องเค้าจะใช้ INCI ว่า Algae Exopolysaccharides นะครับ) ซึ่งทาง Website ของ Algenist ได้อ้างว่าสารนี้คือ polysaccharides ที่เกิดจากสาหร่ายชนิดที่เฉพาะเจาะจงโดย exosaccharides จะ Form ตัวเป็นกำแพงเป็น microalgae cells เพื่อปกป้องไม่ให้ cell สาหร่ายขาดน้ำ นอกจากนี้จากการทดสอบในหลอดทดลองก็พบว่าสารตัวนี้สามารถเพิ่ม cells regeneration ได้ 55% ซึ่งมากกว่า hyaluronic acid, retinol, vitamin C, vitamin E, palmitoyl pentapeptide, palmitoyl oligopeptide และ coenzyme Q10 แถมยังสามารถกระตุ้นการสร้าง Collagen ได้ 32% แล้วลดการผลิตเมลานินลงได้ถึง 26% ฟังดูดีจุง แต่ก็อย่าลืมไปนะครับว่าการทดสอบเหล่านี้เป็นการทดลองแบบ in vitro นอกจากนี้ก็ยังมีการกล่าวอ้างจาก Solazyme ว่าผู้ที่ได้ใช้จำนวน 78% พบว่าริ้วรอยลึกๆ จางลง และ 81% พบว่าหน้าดูยกกระชับขึ้นหากใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Alguronic Acid ติดต่อกันทุกวันเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ แต่ทั้งหมดที่เคลมมานี้ก็ไม่ได้เขียนค่าสถิติที่มีนัยสำคัญ (Statistically Significant) แต่อย่างใดครับ (นอกจากนี้ก็มีข้อมูลสิทธิบัตรของทาง Algenist หมูได้ใส่ไว้ให้แล้วด้านล่างนะครับ) สรุปภาพรวม เจ้าตัวนี้เป็น Eye Cream ที่หมูใช้มาได้เกือบเดือนแล้วครับ เพราะเราก็เริ่มอายุมากขึ้น จึงอยากหา Eye Cream ที่เน้นในเรื่องของ Anti Aging มากขึ้น จึงเดินหาส่วนผสมที่เน้นการลดริ้วรอยเสียมากกว่า Eye Cream ที่เป็นแนวเพิ่มความชุ่มชื้น หรืออัด Antioxidant หลากหลายแบบของ Strivectin ครับ เจ้าตัวนี้หมูชอบมากๆ เพราะดูเค้า Formulate สูตรมาได้น่าสนใจ เพราะแม้แต่สารที่เอาไว้สร้างฟิลม์หลังทาบนผิวยังใช้ตัว Pullulan ที่เป็นแนว Anti Aging เลยทีเดียว (2,850 บาท/15ml) หมูมองสารใน Algenist : POWER Advanced Wrinkle Fighter 360° Eye Serum …

LANEIGE : White Plus Renew Capsule Sleeping Pack

สำหรับอาทิตย์นี้ก็มีรีวิวแบบมางงๆหน่อยนะครับ พอดีมาต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ แล้วเราเองช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมายุ่งที่มากๆ เลยยังไม่ไดเตรียมอะไรมาโพสในอาทิตย์นี้ แต่พอดีเพื่อนที่มาเที่ยวด้วยกันเอาเจ้าตัวนี้มาให้ดู นางบอกมาว่านางชอบตัวนี้มาก โดยเฉพาะช่วงที่นางเป็นผื่นอยู่นางใช้แล้วหาย ใช้ได้ ใช้ดี บลาๆ (โปรดมีวิจารณญาณ 555) ก็เลยลองเอามาอ่านสารประกอบเล่นๆ พออ่านเสร็จก็เฮ้ย!! เรียบง่าย แต่ว่าใส่แต่ตัวที่เห็นผลได้จริงนี่หว่า ก็เลยจะเอามาเขียนให้อ่านกันนะครับ สำหรับ Brand LANEIGE นั้น หมูเองก็ไม่ได้รู้จักมากซักเท่าไหร่นักนะครับ เพราะส่วนใหญ่ถ้าจะใช้ Skincare สายเกาหลีที่ใช้ก็มีแค่ Innisfree กับ Atopalm เนาะ ในส่วนของคำว่า LANEIGE นั้นหลายๆ ท่านอาจจะยังไม่รู้ว่าเป็นภาษาฝรั่งเศสนะครับ เขียนกันจริงๆ ก็น่าจะประมาณแบบนี้ “la neigé” ซึ่งมันมีความหมายว่าหิมะครับ เพื่อเป็นการบ่งบอกว่าทาง Brand มีจุดขายอยู่ที่ว่า Brand LANEIGE จะทำให้ผู้หญิงสามารถมีผิวขาวเปล่งปลั่งดั่งหิมะได้เลยทีเดียว ถึงตรงนี้หมูก็จะไม่พูดไปมากกว่านี้แล้วนะครับ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า (ราคาที่เกาหลีประมาณ 3ml x 16pieces/700BTH) สรุปภาพรวม อันนี้ก็พูดอะไรมากไม่ได้เท่าไหร่นะครับ เพราะว่าหมูได้ลองแค่ครั้งเดียว แต่ก็จะบอกความรู้สึกในการใช้ให้แล้วกัน ตอนที่ได้มาจากเพื่อนก็เห็นว่า Packaging น่ารักดีครับเป็นเม็ดใสๆ ก่อนใช้ก็ต้อง Blend ให้เข้ากันก่อน ตอนแรกหมูก็นึกว่าเนื้อเจลด้านในจะไม่ข้นมากเท่าไหร่ น่าจะกวนเข้ากันได้ไม่ยาก แต่พอลองใช้ Cotton Butt กวนเนื้อครีมให้เข้ากันก็รู้สึกว่าแอบกวนยากอยู่นะ (หรือเพราะว่าเราเอาไปแช่ตู้เย็นก่อนก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน) ส่วนในเรื่องของกลิ่นนั้นก็มีกลิ่นที่หอมสะอาดมากๆ เลย ใช่ได้ครับ แต่จะติดอยู่ตรงที่ปริมาณต่อ 1 Capsule นั้นมันมากเกินไปสำหรับหมู นี้ดีนะที่ใช้ Cotton Butt ปาดออกมา เลยแบ่งให้เพื่อนใช้ต่อได้เลย คือสำหรับหมูนะ ปริมาณเท่านี้มันใช้ได้ 2 ครั้งครับ ถ้าทาไม่หมดก็แอบเสียดายอยู่เหมือนกัน ในส่วนของสารประกอบหลักๆ ที่หมูพอจะเห็นว่าเป็น Active ได้ก็จะเป็น Vitamin B3 ที่เน้นในเรื่องของการเป็น Whitening นอกจากนี้ยังสามารถรักษาฝ้าได้ด้วย แต่ก็ต้องใส่มาให้ถึงสัดส่วนที่มันจะส่งผลได้ด้วยน่ะครับ ซึ่งจากการอ่านสารแล้วทาง LANEIGE ก็ได้ใส่มาเป็นอันดับ 4 เลยทีเดียว (เดาว่าน่าจะมีอย่างน้อยๆ ก็ 2-4% ล่ะ) ส่วน Active อื่นๆ ที่ตามมาก็จะเป็น Vitamin C แบบ AA2G ที่สามารถกระตุ้นการสร้าง Collagen ลดเม็ดสีได้ มีการศึกษาโดยนำตัวนี้ร่วมกับ Niacinamide (Vitamin B3) ในคน 60 คนพบว่าส่วนผสมนี้สามารถช่วยเรื่องสีผิว (Hyperpigmentation) ได้อย่างชัดเจนภายใน 4 อาทิตย์นะคับ แล้วตบท้ายด้วยชาเขียวกับ Squalane ที่เป็น Antioxidant และ เสริมการทำงานของชั้นผิวตามลำดับครับ สรุปข้อดีข้อเสีย ข้อดี มี Vitamin B3 และ Vitamin C ในรูปแบบ AA2G ที่พึ่งพาเรื่องฝ้าเรื่องความขาวไสได้จริง มีส่วนผสมจากชาเขียวที่ Strong ในการเป็น Antioxidant มี Squalane ที่บำรุงผิวได้ดี ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น ข้อเสีย มีน้ำหอม Packaging โปร่งแสง ขอบคุณที่ติดตามกันครับ อย่าลืมไปตามต่อกันในเพจนะคับ : livelymoo ครับ รีวิวละเอียด ขี้เกียจอ่านก็ข้ามเลยครับ เนื้อสัมผัส รายละเอียดส่วนผสม Water Butylene Glycol เป็น Slip Agents ที่ช่วยเรื่องการกระจายตัวของเนื้อครีม มีเนื้อเบาบางมากกว่า propylene glycol Alcohol Niacinamide สรรพคุณมากมายก่ายกองครับ เป็นทั้ง Whitening สามารถรักษาฝ้าได้ และ …

Cerave : Skin Renewing Cream Serum

กลับมาที่ Cerave กันอีกครั้งนะครับ เดือนที่แล้วพี่สาวมาถามว่าอยากได้อะไรจากเมกาบ้าง เลยลองกดดูใน Internet เล่นๆ พบว่าสิ่งนี้น่าสนใจดี เลยจะเอามานำเสนอล่ะ หากเราจะนึกถึงครีมดีๆ ไม่ได้ใส่สารอะไรซับซ้อนมากมาย และเป็นครีมที่เน้นการบำรุงชั้นผิว บำรุง Skin Barrier เพื่อให้ผิวสามารถรักษาน้ำไว้ได้มาก หรือจะพูดง่ายๆ ว่าสามารถลดอัตราการสูญเสียน้ำในผิวได้ดี ณ เวลานี้ก็มีอยู่ 2 Brands หลักๆ ก็คือ Cerave กับ Atopalm นะครับ ในส่วนของ Atopalm สามารถเข้าไปอ่านกันได้ที่ Atopalm : Concentrated Intensive Cream นะครับ หมูจะไม่พูดซ้ำให้เสียเวลากัน เอาล่ะ เรามาดูเจ้า Carave กันดีกว่าว่า Patent ที่ชื่อ MVE® (Multivesicular Emulsion) มันคืออะไร แต่ก่อนที่จะอธิบายคำว่า MVE® ก็ต้องขออธิบายถึงรายละเอียดของชั้นผิวเราก่อนว่ามันจะมี lipids 3 ตัวที่จะผสานกันออกมาเป็น lipid bilayer ของผิว ซึ่งนั้นก็คือ ceramides, cholesterol และ fatty acid ซึ่งทาง Brand Cerave เค้าก็เคลมว่าส่วนผสมทั้งสามนี้เค้าได้ใช้ MVE® Technology เข้ามาช่วยให้ตัวเนื้อครีมสามารถซึมลงผิวไปได้เรื่อยๆ ยาวนานตลอด 24 ชม. (เว้อร์ดี ในใจนึกว่าอยู่ให้ครบ 6 ชม. ก็ดีใจแล้ว 555) ซึ่งมันก็จะเข้าไปซ่อมแซม รักษาความชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวของเราแข็งแรงได้ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ทาง Cerave ยังมีการเคลมว่าสัดส่วนของ Ceramide 1 / 3 / 6-ll ที่เค้าใช้นั้นเป็นสัดส่วนที่คิดค้นมาเป็นพิเศษ โดย Ceramide แต่ละตัวจะมีหน้าที่การทำงานดังนี้ครับ Ceramide 1 เป็นภูมิคุ้มกันของผิวหนัง ถ้ามีต่ำ อาจเกิดโรคผื่นคัน  ผิวแห้งแตก ผิวลอก ได้ง่าย Ceramide 3 ลดการระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม (Ceramide ส่วนใหญ่ในผิวก็เป็นตัวนี้ล่ะ) Ceramide 6-ll ทำหน้าที่คล้าย AHA เพิ่มความเรียบเนียนให้ผิวหนัง สรุปภาพรวม สำหรับ Cerave : Skin Renewing Cream Serum ที่หมูกำลังพูดถึงอยู่ เจ้าตัวนี้มีความแตกต่างจาก Cerave รุ่นอื่นๆ ทั่วไปอย่างไร? จากการพิจารณา (โดยหมูเอง) พบจุดที่แตกต่างจากรุ่นทั่วๆ ไป อยู่ 3 จุดนะครับ (เจ้าตัวนี้ราคาประมาณ 650บาท/30ml นะครับ) เน้นจุดขายที่ Vitamin A แบบ Retinol นั้นเองครับ แต่ที่พิเศษขึ้นไปอีกขั้นคือเค้าได้ทำมาเป็น Encapsulated Retinol (เป็นการเก็บเจ้า Retinol ให้อยู่ใน liposome ที่จะช่วยให้ซึมลงเข้าผิวได้ลึกมากขึ้น แถมยังมีข้อดีก็คือจะช่วยให้การระคายเคืองจาก Vitamin A นั้นลดน้อยลงได้ด้วยล่ะ) แล้ว Vitamin A มันดียังไง? ก็อธิบายคร่าวๆ ว่ามันจะช่วยให้เกิดการผลัดผิวใหม่ๆ โดยการไปกระตุ้นเซลล์ผิวด้านล่างให้มันการแบ่งตัวอย่างปกติ ผลที่ได้ก็คือ ริ้วรอยต่างๆ จะจางลง รวมถึงสิวก็จะน้อยลงด้วยนะครับ ข้อมูลเพิ่มเติมของ Vitamin A ที่หมูเคยเขียนไว้ >>> Vitamin A (1) และ Vitamin A (2) Vitamin B3 รวมถึง สารที่เน้นในเรื่องของ Skin Barrier …

Dr.Ci:labo : Super White 377VC

สวัสดีครับวันนี้ก็จะมี Review ตัว Peak อีกตัวที่ใช้เวลาในการเขียนนานม๊ากกก เนื่องจากสารที่เค้าได้นำมาใช้เป็น Whitening นั้นมีความน่าสนใจอยู่หลายตัวเลยทีเดียวเลยล่ะ ก่อนอื่นก็ต้องพูดถึง Brand กันก่อนนะครับ จริงๆ แล้วหมูเคยได้เขียนที่มาไว้แล้วใน Dr.Ci:labo : VC 100 Essence Lotion นะครับ ว่า Start มาจาก Yoshinori Shirono M.D,PhD (คนกลางในรูปด้านล่าง) จบการศึกษาจาก Keio University School of Medicine ในประเทศญี่ปุ่น และเป็นผู้ก่อตั้ง Shirono Clinic ในปี 1995 (พ.ศ. 2538) โดยตัวตัวคุณ Yoshinori เองเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในด้าน Dermatological Laser Surgery ครับ และมีเคสผ่านมือของแกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 50,000 เคสเลยทีเดียว   ทีนี้หลายๆ คนก็คงจะคุ้นเคยกับครีม Aqua-Collagen-Gel ของเค้าที่มี 4 แบบ 4 กระปุก 4 สี นะครับ (แต่ด้านล่างนี้หมูเอาสูตรที่ไม่ค่อยคุ้นตามาให้ดูเป็นตัว Rose ล่ะ) ทีนี้ใน Product Line อื่นๆ ที่มีความน่าสนใจอยู่มากที่หมูเห็นแล้วต้องคว้ามาขอลองซักหน่อยก็ต้องเป็นเจ้านี้ล่ะครับ Dr.Ci:labo : Super White 377VC ซึ่งที่มีขอเจ้าชื่อ377VC นั้นหากใครอยู่ในวงการของการขายสาร Active หรือเป็นคนที่ติดตามข่าวสารต่างๆของ Supplier ก็จะสามารถจับต้นชนปลายได้ว่ามันคือ SymWhite® 377 ที่พัฒนาโดยบริษัท Symrise นั้นเอง โดยตัวมันจะเป็น Antioxidant ที่ส่งผลให้ผิวมีความสว่างใส (lightening และ Brightening) และยังมีงานวิจัยออกมาครับว่ามันสามารถลดฝ้าได้ถึง 43% หากใช้ต่อเนื่องกัน 3 สัปดาห์นะครับ Dr.Ci:labo : Super White 377VC นั้นมีการวิวัฒนาการมาแล้วถึง 4 รุ่น นะครับ (นี้ครีมหรือ Pokemon? 555) จน Version ล่าสุดก็จะเป็นตัวขวดสีทองนี้ที่ได้พัฒนามาตั้งแต่ปี 2014 ที่ผ่านมานั้นเอง สรุปภาพรวม เจ้าตัวนี้สารเยอะมาก ใช้เวลาหาข้อมูลนานทีเดียวเชียวครับ ตอนแรกก็ลังเลว่าจะเขียนดีไหมเพราะว่าสารเยอะจริงๆ (ขี้เกียจนั้นเอง) แต่ก็รู้สึกว่าใช้ไปจนใกล้จะหมดแล้วเห็นผลที่ดี เลยแบบไม่ได้และคันไม้คันมือ เอาวะ! เขียนก็เขียน เจ้าตัวนี้ (18g/2,380บาท) ก็แอบแพงอยู่นะ เพราะถ้าเทียบเป็น 30 ml ตามขนาดปกติทั่วไปของ Serum ก็จะราคา 3,966.66 บาท เกือบ 4,000 บาท เลยทีเดียว (จุดนี้ใครไปญี่ปุ่นบ่อยๆ แนะนำให้ตุนไว้ได้เลย ราคาถูกกว่าในไทยหลายขุม) เข้าเรื่องดีกว่าครับ คือจะบอกว่าจากการอ่านสารยาวเหยียดเป็นหางว่าวแล้ว หมูขอพิจารณา Serum ตัวนี้เป็น 4 มุมนะครับ 1. สาร Whitening Phenylethyl Resorcinol หรือที่มีชื่อทางการค้าว่า SymWhite® 377 เป็นตัวหลักที่ทาง Brand ได้ใส่เข้ามา โดยมีงานวิจัยชัดเจนว่ามันสามารถรรักษาฝ้าได้ 43% จากการทดลองเพียง 3 อาทิตย์ Vitamin C ที่มี Profile ชัดเจนเรื่องของการเป็น Whitening รวมถึงความสามารถในการลดริ้วรอยใส่มาทั้งหมด 2 รูปแบบ ตามด้านล่างนี้ครับ Trisodium Ascorbyl Palmitate Phosphate Ascorbic Acid Pinus Pinaster สารสกัดจากต้นสนมีชื่อทางการค้าว่า Pycnogenol® สารตัวนี้ถ้าอ่านตาม Pubmed จะเป็นสารที่เน้นเรื่อง …