Serum

SABAINANG : Rejuvenation White Essence

วันนี้มาเจอของไทยเราเองอีกรอบครับ มันคือ SABAINANG : Rejuvenation White Essence [1,800 บาท/15ml] อันนี้เป็นการรีวิวแบบบังเอิญมาก เพราะหมูมีโอกาสได้รู้จักกับเจ้าของ Brand ซึ่งเค้าก็ได้ส่งตัว Top ของ Brand มาให้ทดลองเป็น Vitamin C Derivative เข้มข้น 10% นั้นคือ ATIP (Tetra-isopalmitoyl ascorbic acid) ที่หมูเองไม่คิดว่าจะมีคนเอามาใส่ได้เยอะขนาดนี้ครับ เพราะเจ้า ATIP ต้องละลายในน้ำมันเท่านั้น

ตัวหมูเองรู้สรรพคุณของมันว่าซึมผิวได้ดีกว่า Ascorbic Acid (AA) มีความน่าใช้ ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะเอามาทำเป็น Serum ได้ยังไง มันต้องใช้ Emulsifier เยอะแค่ไหนถึงจะให้มันรวมกับน้ำได้ ใส่มาตั้ง 10% แหน่ะ!!

ผลสรุปก็คือเค้าก็ไม่ง้อน้ำเลย แต่กลับเอาละลายในน้ำมันแทนครับ แถมน้ำมันที่ใช้ยังเป็นเจ้า Squalane ซะด้วย!!! เข้า Lock ทุกๆ อย่างที่หมูชอบเลย ได้ทั้ง ATIP แล้วยังได้ Squalane ที่หมูพร่ำบอกมาตลอดว่ามันเป็นส่วนผสมที่เรียกได้ว่า “ส่วนผสมงานผิว” เข้าใจทำเนาะ 🙂

ทั้งนี้ต้องเกริ่นก่อนว่าในผิวของคนเราจะมี Squalene อยู่ประมาณ 13% นะครับ เพียงแต่ว่าการที่เราจะเอา Squalene มาใส่ขวดเฉยๆ มันไม่คงตัว (unsaturated) เค้าจึงหันมาใช้ตัว Derivative ของมันเองที่มีความคงตัว (Saturated) ซึ่งก็คือ Squalane ครับ คุณสมบัติของมันก็มากมายครอบจักรวาล มีการนำไปทดสอบประสิทธิภาพกับทั้งสัตว์ คน (In Vivo) และในหลอดทดลอง (In Vitro) ซึ่งก็พบว่ามันเป็นทั้ง Anticancer (ต่อต้านเซลล์มะเร็ง), antioxidant, drug carrier, detoxifier, ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และ emollient (แทรกตามรอยแตกของผิว) ครับ

มาอธิบายเรื่อง Squalane กันเพิ่มอีกเล็กน้อยครับ คือว่าทาง Brand เอา Squalane จากสารที่มีชื่อทางการค้าว่า Neossance® Squalane ผลิตโดยบริษัท AMYRIS (บริษัทจากประเทศอังกฤษ มีโรงงานอยู่ที่ Brazil) ซึ่งมันมีความพิเศษตรงที่เป็นเกรด Organic ด้วยน่ะสิ O_o (ได้ EcoCert ของฝรั่งเศสมาครับ) ซึ่งเจ้า Squalane ตัวนี้จะผลิตจากอ้อยนะครับมีความบริสุทธ์ถึง 92% (ปกติเค้าจะได้ยินว่ามาจากตับปลาฉลาม ไม่ก็มะกอกเท่านั้น แล้วก็อาจจไม่ Pure เท่านี้ครับ มีสารอื่นเจือปนจากการเพาะปลูกบ้าง)

sugarcane.jpg

Sugarcane : Credit : livestrong.com

นอกจากนี้คุณสมบัติของ Squalane มันมีความดีงามมากมายจนแม้แต่ Peter Thomas Roth (แบรนด์ที่หมูชอบมาก) ก็ยังเอามาบรรจุขวดขายแบบเพียวๆ ในนามว่า OILLESS OIL™ 100% PURIFIED SQUALANE ครับ

แล้ว SABAINANG : Rejuvenation White Essence มี Squalane อยู่กี่% ล่ะ?

คือว่าใน Serum ขวดนี้นะครับ เราก็พอจะเดา % ของสารได้ล่ะ หึๆๆๆ มาวิเคราะห์กับหมูเลยดีกว่าครับ เป็น Step ตามนี้

  1. เค้าบอกว่าใส่ ATIP มา 10 % ใช่มะ แปลว่าเหลือที่ให้ Squalane อยู่ 90% มากสุด
  2. เจ้า Squalane ใน INCI เขียนนำมาก่อน ATIP ก็แปลว่าขั้นต่ำคือ 10%
  3. เห็น Bisabolol มะ? มันเป็นสารที่ดี ชวยลดการระคายเคือง โดยสกัดมาจาก Chamomile ซึ่งปกติเค้าใส่กันแค่ 1% แปลว่าสารลำดับที่ 3 – 8 มากสุดก็อย่างละ 1% รวมกัน 6 รายการไม่น่าจะเกิน 6% ครับ
  4. ให้เดา ก็ตามสมการนี้ครับ 100% – 10% – 6% = 84%
  5. แสดงว่า Squalane ในนี้มีความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 84% – 89% เลยล่ะ!!! ฮูเร่!!!

 

183476-82-6

ATIP : Credit : Chemicalbook.com

มาถึงตัวชูโรงครับ เจ้า ATIP ตัวนี้เป็น Vitamin C Derivative ที่หมูได้เคยเขียนสรุปไว้แล้ว (ใครยังไม่เข้าใจเรื่อง Vitamin C ไปกดอ่านได้นะครับ) มันมาแก้ไขเรื่องความเสถียรของ Ascorbic Acid (AA) ครับ แถมมันยังละลายในน้ำมันด้วย จึงส่งผลให้การซึมลงผิวเป็นไปได้ดีกว่า AA นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่บอกว่ามันสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ด้วย คุณสมบัติที่หาได้ตอนนี้คือ

  1. มีความเสถียรมากกว่า AA
  2. ละลายในน้ำมัน ทำให้ดูดซึมได้ดี
  3. การดูดซึมดีกว่า MAP (human ex vivo testing)
  4. ลดเม็ดสี (human in vivo testing)
  5. กระตุ้นการสร้าง Collagen (In Vitro)
  6. ช่วยป้องกันการทำร้ายจาก UV
  7. สามารถ Convert ไปเป็น AA (In Vitro)

สารอื่นๆ ใส่มาไม่ได้มากมายอะไรส่วนใหญ่ก็จะมีแต่ Oil ที่มี Fatty Acid ต่างๆ ที่ดีกับผิวเช่นกันครับ

สรุปภาพรวม

คือมันก็เป็น Serum ที่ตอบโจทย์การใช้งานเจ้า ATIP มาได้แบบสวยงามนะ หมูเห็นส่วนผสมแว้บแรกแล้วประทับใจทันที เพราะหมูใช้ Kiehl’s ที่มี L-ascorbic Acid (AA) 10.5% มา 2 – 3 ขวด ซึ่งก็ได้ผลที่ดี หน้าใสขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันมันก็ทำให้ปลอกหมอนเหลืองได้ง่ายเช่นกันครับ แล้วการทาตอนเช้าก็ลำบาก เพราะหน้าจะเหลืองได้ภายในเที่ยงของวันนั้น (เกิดจากการ Oxidize ของ AA)

ส่วนเจ้า ATIP ตัวนี้มีความเสถียรมากกว่า และซึมลงผิวได้ดีกว่า แถมยังมาละลายใน Squalane แบบ Organic อีก ถือว่าเข้าทางและลงตัวดีครับ ประทับใจครับ

วิธีใช้ของหมูคือ ถ้าเป็นตอนเช้าหลังลงพวกน้ำตบแล้ว ก็จะใช้เจ้าตัวนี้ต่อ 2-3 หยด (มันจะได้ไม่วาวหน้าครับ ปริมาณ 2 หยดเพียงพอ) ส่วนก่อนนอนจะใช้หลัง Mask หน้า และ Serum ก็จะลงตัวนี้เคลือบทับ โดยใช้ปริมาณ 4-5 หยด จะได้ Lock ความชุ่มชื้นไว้ แล้วก็เป็นการเสริม Vitamin C เข้าไปซ่อมแซมหน้า กระตุ้นการผลิต Collagen และลดการผลิตเม็ดสีครับ Feeling คือ หลังทาทิ้งไว้ซัก 5 -10 นาทีลองจับหน้าดูจะได้ความนุ่มที่ดี เพราะเค้าช่วยรักษาความชุ่มชื้นได้จริงจังครับ

สรุปข้อดี/ข้อเสีย

ข้อดี

  1. ใช้ Vitamin C ที่เสถียร ดูดซึมลงผิวได้ดี และใส่มาใน % ที่สูง และคาดหวังผลได้ ช่วยให้ผิวขาวขึ้น กระตุ้นการผลิต Collagen ใต้ผิวหนัง
  2. ไม่คันยิบๆ เหมือนการใช้ L-Ascorbic Acid
  3. มี Squalane ที่ดีต่อผิวสรรพคุณมากมาย anticancer, antioxidant, drug carrier, detoxifier, ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และ (แทรกตามรอยแตกของผิว) emollient
  4. ไม่มีสีและน้ำหอม
  5. Packaging ทึบแสง

ข้อเสีย

  1. Packaging แบบ Dropper ทำให้อากาศเข้าได้ Serum อาจเสื่อมสภาพได้ไวขึ้น

[Sponsored Item]

ราคา 1,800บาท/15ml

ขอบคุณที่ติดตามกันครับ อย่าลืมไปตามต่อกันในเพจนะคับ : livelymoo ครับ :)


รีวิวละเอียดคนขี้เกียจข้าม

เนื้อสัมผัส

SABAINANG  Rejuvenation White Essence 1

เนื้อ Serum เป็น Oil เหลวครับ ประคองถ่ายรูปลำบากมาก เพราะมันไหล 555+

SABAINANG  Rejuvenation White Essence 2

เกลี่ยเสร็จแล้วก็จะดูวาวๆ เหมือน Oil ทั่วไปครับ ไม่คันยิบๆ เหมือนการทา Vitamin C แบบ AA เหมาะที่จะเอามาทาเคลื่อบผิวเพื่อรักษาความชุ่มชื้นหลัง Mask หน้า และเป็นการให้ Vitamin C ซึมเข้าผิวไปเรื่อยๆ ตอนนอน

รายละเอียดสาร

  1. Squalane (หมูเดาว่ามันมีมากกว่า 84% ใน Serum ตัวนี้ เพราะ 10% เป็น Vit C อีกไม่เกิน 6% เป็นสารส่วนที่เหลือ)
    • แหล่งที่มา
      • ตัวนี้เป็น Squalane ที่สกัดมาจากอ้อยครับ!!! เค้าใช้ชื่อทางการค้าว่า Neossance® Squalane ผลิตโดย AMYRIS (บริษัทของประเทศอังกฤษ และมีโรงงานอยู่ที่ Brazil) ซึ่งโดยปกติแล้วเราจะคุ้นเคย Squalane จากปลาฉลามหรือมะกอกเสียมากกว่า
      • Squalane ตัวนี้ได้ Ecocert มาด้วยนะครับ ซึ่งเค้าสกัดมาจากสารตั้งต้นที่เป็นธรรมชาติ 100% จนได้ Squalane ที่บริสุทธิ์ 92% ครับ
      • ใครที่สนใจอยากเข้าใจกระบวนการต่างๆ ในการผลิตก็กดดูที่ LINK นี้ได้ครับ
    • คุณสมบัติต่างๆ
      • ต้องเกริ่นก่อนว่าจริงๆ แล้วในผิวของคนเราจะมี Squalene อยู่ประมาณ 13% นะครับ เพียงแต่ว่ามันไม่คงตัว (unsaturated) เค้าจึงหันมาใช้ตัว Derivatve ที่คงตัว (Saturated) แทน ซึ่งก็คือ Squalane ครับ
      • คุณสมบัติของมันก็มากมายมีการนำไปทดสอบกับทั้งสัวต์ คน (In Vivo) และหลอดทดลอง (In Vitro) ซึ่งก็พบว่ามันเป็นทั้ง anticancer, antioxidant, drug carrier, detoxifier, ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และ (แทรกตามรอยแตกของผิว) emollient ครับ
  2. Tetra-isopalmitoyl ascorbic acid (10%)
    • ตัวนี้คือเด็ดครับ Vitamin C Derivative ที่หมูได้เคยเขียนสรุปไว้แล้ว (ใครยังไม่เข้าใจเรื่อง Vitamin C ไปกดอ่านได้นะครับ)
    • เป็น Vitamin C อีกตัวที่มาแก้ไขเรื่องความเสถียรของ AA ครับ แต่ต้องใช้ที่ PH ต่ำกว่า 5 (ก็ยังไม่ต่ำเท่าของ AA) แถมมันยังละลายในน้ำมันด้วย ส่งผลให้การซึมลงผิวเป็นไปได้ดีกว่า AA ธรรมดา นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่บอกว่ามันสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ด้วยสรุป
      1. มีความเสถียร
      2. ละลายในน้ำมัน ทำให้ดูดซึมได้ดี
      3. การดูดซึมดีกว่า MAP (human ex vivo testing)
      4. ลดเม็ดสี (human in vivo testing)
      5. กระตุ้นการสร้าง Collagen (In Vitro)
      6. ช่วยป้องกันการทำร้ายจาก UV
      7. สามารถ Convert ไปเป็น AA (In Vitro)

      Sources :

      1. In vitro antioxidant and in vivo photoprotective effects of an association of bioflavonoids with liposoluble vitamins.
      2. In vitro antioxidant activity and in vivo efficacy of topical formulations containing vitamin C and its derivatives studied by non-invasive methods
  3. Alpha bisabolol
    • ตัวนี้จะใส่มาเพื่อลดการระคายเคืองครับ ส่วนใหญ่ก็จะสกัดมาจาก Chamomile
    • มีรายงาน Support ว่ามันช่วยลดอาการผื่นอักเสบผิวหนังครับ [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/24894548]
    • นอกจากนี้ยังมีการทดสอบกับคน 28 คน โดยให้ทาอยู่ 2 เดือนก็พบว่ามันเป็น Whitening ได้ด้วยล่ะ [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/20642768]
    • ส่วนใหญ่ใส่ไม่เกิน 1%
  4. Argan Oil
  5. Inca Omega oil
    • น้ำมันจากถั่วอินคา ตัวนี้มี INCI ว่า Plukenetia Volubilis Seed Oil ครับ สามารถอ่านข้อมูลได้จาก LINK นี้ แต่ที่เค้าใส่คำว่า Omega เข้ามานั้นเป็นเพราะว่ามันมี Omega 3 ที่สูงมาก
    • ก็มีการบอกว่ามันมีทั้ง alpha linolenic acid (Omega 3) อยู่ 48% และ linoleic acid (Omega 6) อยู่ประมาณ 37% และ  8% เป็น Oleic acid (Omega 9) ซึ่งพวก Fatty Acid เหล่านี้ก็มีหน้าที่แตกต่างกันไป อย่าง Omega 6 จะช่วยเรื่องรักษาโรคทางผิวหนังเรื้อรัง และการต้านการอักเสบของผิวหนัง Omega 6 ก็จะไปเน้นเรื่องการอุดตันของรูขุมขน Omega 9 ก็จะเป็นแนวทำให้ผิว Smooth ขึ้น
  6. Tocopheryl acetate
    • Vitamin E ใส่มาเพื่อเป็นสารกันเสียให้ Oil ต่างๆ
  7. Macadamia oil
  8. Grape seed oil

 

Ingredients : Squalane, Tetra-isopalmitoyl ascorbic acid, Alpha bisabolol, Argan Oil, Inca Omega oil, Tocopheryl acetate, Macademia oil, Grape seed oil

 

Advertisements