Cleansing Oil
Comment 1

DEEP & TRUE : The Perfect Organic Cleansing Oil

bioagricert-certification-body-organic-products-no-food-sectors

 

สืบเนื่องมาจากตอนที่แล้วที่หมูได้นำเสนอ Product ที่เน้นในเรื่องของความเป็นธรรมชาติของ DEEP & TRUE : Intensive Natural Skin Rejuvenating Serum ไป วันนี้ก็เลยจะมาพูดถึง Product อีกตัวซึ่งก็คือ Organic Cleansing Oil ครับ เจ้าตัวนี้จะ Strong ขึ้นไปอีกจากตัวที่แล้ว เพราะว่าไม่เพียงแต่การใช้สารที่เป็นธรรมชาติ แต่ในสารที่มาจากธรรมชาติเหล่านี้ยังมาจากการปลูกด้วยวิธีการปลอดสารเคมีรวมกันมากกว่า 95% อีกด้วย!!!

logo-bioagricert.png

เจ้า DEEP & TRUE : The Perfect Organic Cleansing Oil ตัวนี้ได้รับการการันตีจากทาง BioAgriCert ประเทศอิตาลีครับ ว่ามีความเป็น Organic ปลอดสารพิษมากกว่า 95% มั่นใจได้แน่นอน โดยตราที่ใช้จะมีรูปแบบตามด้านบนนี้นะครับ

ในเรื่องของการใช้งานนั้น ครั้งแรกที่หมูลองดมกลิ่นเล่นๆ ก็รู้สึกทันทีครับ ว่ามันเป็น Essential Oil แน่ๆ Bergamot จ๋ามาเลย นั้นเป็นเพราะว่าทาง Brand ได้ใส่คุณสมบัติการเป็น “สุคนธบำบัด”หรือ Aromatherapy เพิ่มเข้ามานั้นเอง (Aromatherapy มามาจากคำว่า Aroma + Therapeutic หรือ กลิ่น + การบำบัด นั้นเองครับ)

ในส่วนของ Aromatherapy นั้น ก็มีงานวิจัยมากมายอธิบายความสามารถของ Essential Oil ที่มีต่อระบบต่างๆ ภายในร่างกายมนุษย์ครับ เจ้ากลิ่นเหล่านี้จะทำงานโดยไปกระตุ้นผ่านการสูดดม และไปกระตุ้นส่วนต่างๆ ในสมองที่ควบคุมอวัยวะภายในแต่ละส่วนอีกที ซึ่ง Essential Oil ที่ทาง DEEP & TRUE เลือกสรรมานั้น จะเน้นไปทางด้านการผ่อนคลาย เช่น การลดอัตราการเต้นของหัวใจ การลดความดันของโลหิต การผ่อนคลายของกล้ามเนื้อ และการลดความตึงเครียดครับ

9753e52f7ab776ee10b853b8e62b24e0.jpg

Credit : Pinterest

มาถึงจุดนี้ก็พอจะเข้าใจ Concept ที่ทาง DEEP & TRUE พยายามจะสื่อมาให้แก่ผู้ใช้ โดยพูดง่ายๆ ได้ว่า มันคือ Organic Cleansing Oil ที่ผสานเรื่องของ Aromatherapy เข้ามาช่วยบำบัดชะล้างจิตใจไปพร้อมกับสิ่งสกปรกต่างๆ บนใบหน้านั้นเอง… (เป้ง!!! เสียงฆ้องในวัดก็ดังขึ้นในใจ สว่างๆ กระจ่างแจ่งขึ้นมาทันที… เว้อร์!!! 555+)

เรามาเริ่มลงรายละเอียดของ Product กันเลยดีกว่าครับ ตรงนี้หมูจะขอรวบสรุปให้ท่านผู้อ่านเข้าใจ Concept ของ สารต่างๆ กันแบบกระชับๆ นะครับ ส่วนใครที่สนใจในเชิงลึกก็เลื่อนลงไปอ่านที่ด้านล่างได้เลย จะมีการอธิบายเพิ่มเติมไว้ให้ 2 รูปแบบ คือ

  1. ความแตกต่างในการใช้งานเทียบกับของ THREE : Balancing Cleansing Oil และ
  2. การอธิบายสารเรียงตัวของ Product ครับ

ตัวนี้ราคา 1,700 บาท/200 ml (ตอนนี้มีโปรเหลือ 1,300 บาท : Check Promotion ที่ DEEP&TRUE)

DEEP&TRUE Cleansing Oil.jpg

เหตุผลที่หมูหันมาสนใจการใช้ Cleansing Oil นั้นมาจากการที่ได้ไปดูรายการเกาหลีรายการหนึ่ง เค้าบอกให้เราพยายามอย่าใช้ Cleanser ที่สามารถล้าง Sebum ออกไปได้ทั้ง 100% จนหน้าฝืดเอี๊ยดอ๊าด เพราะมันจะทำให้หน้าเราแก่ขึ้นอย่างชัดเจน (จริงๆ แล้วเค้าแนะนำให้ใช้น้ำเปล่าล้างหน้าในตอนเช้าเสียด้วยซ้ำไปครับ) กลายเป็นว่าหมูเองก็เริ่มสนใจดูแลความอ่อนเยาว์ของผิวมากขึ้น ตามอายุที่เพิ่มเรื่อยๆ ก็เลยไปลองใช้ของ THREE ครับ คิดว่าน่าจะเป็นที่นิยมที่สุดแล้วในตอนนี้ ซึ่งพอได้ลองแล้วก็รู้สึกชอบเลยล่ะ หอมละมุนๆ เอามานวด วนๆ นวลๆ ให้กลิ่นค่อยๆ คลายออกมา ช่วยให้สมองปลอดโปร่งดีเหลือเกิน

ทีนี้ทาง DEEP & TRUE เองก็ได้ส่ง Cleansing Oil มาให้ลอง เราก็เห็นว่ามาแนวเดียวกัน Concept เดียวกัน ต่างกันที่สารประกอบของ Oil แถมตัวนี้มั่นใจได้ในความเป็น Organic ของพืชที่นำมาสกัดเป็น Oil ว่าไร้สารเคมีจากการเพาะปลูกทุกขั้นตอนจริงๆ นะ เอา BioAgriCert มาให้เราดูกันเลย เราก็เห็นว่าน่าสนใจเลยจะเอามาเขียนให้ได้อ่านกันล่ะ

อย่างแรกเลยที่เป็น Concept หลักก็คือกลิ่นครับ ถ้าเราเอามาดมเปรียบเทียบกันกับของ THREE หมูจะรู้สึกว่าทาง DEEP & TRUE จะทำกลิ่นออกมาทึบๆ กว่า (ไม่รู้จะอธิบายยังไง) แต่กลิ่นมันไปทางเดียวกันครับเพราะทั้ง 2 Brands เค้าได้ใช้ Essential Oil จาก Bergamot และ Sweet Orange Peel เป็นพื้นฐาน

ทีนี้คนส่วนใหญ่ที่ยังไม่เข้าใจการใช้ Cleansing Oil ก็มักจะคิดว่ามันจะทำให้สิวขึ้น หน้าจะมันมากขึ้น ซึ่งความเป็นจริงแล้ว Oil เหล่านี้กลับจะช่วยให้โอกาสการเกิดสิวลดลงไปด้วยซ้ำ เพราะน้ำมันจากพืชเหล่านี้จะประกอบไปด้วย Essential Fatty Acid (EFA) และ Non Essential Fatty Acid (Non EFA) ครับ ซึ่งเจ้า EFA ตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Linoleic Acid (LA) เนี๊ยล่ะจะช่วยให้โอกาสในการเกิดสิวของเราลดน้อยลง (คนเป็นสิวง่ายจะมีปริมาณ LA ในผิวน้อยกว่าปกติ)

เพราะฉะนั้นคนที่มีความรู้เรื่อง Oil ดีอยู่แล้ว เค้าก็จะเลือกซื้อ Product ที่มี LA สูงๆ ซึ่งจะพบได้จาก Grape Seed Oil เป็นต้น หมูได้ไปทำการบ้านมาให้เพิ่มครับ ว่ามีพืชชนิดไหนอีกบ้างที่มี LA สูงๆ ก็ดูได้ตามด้านล่างนี้เลย (ข้อมูลจาก Reddit)

  • Passion Fruit Seed 77%
  • Safflower Seed Oil (High Linoleic) 72.98%
  • Evening Primrose 72.6%
  • Papaya Seed 72-77%
  • Grape Seed 66.8%
  • Chardonnay Grape 63-72%
  • Wheat Germ 58.4%

(ข้อมูล % ตามด้านบนนี้จะไม่ Fix เสมอไปนะครับ ทุกอย่างจะอยู่ที่วิธีการปลูก การเก็บเกี่ยวตลอดไปจนถึงกระบวนการที่ใช้ในการสกัดน้ำมันออกมาครับ)

นอกเหนือจาก LA ที่ผู้บริโภคสมองดีพยายามหามาใช้แล้ว คนมักจะยังไม่รู้จัก EFA อีกตัวที่แซ่บมาก นั้นคือ Gamma Linolenic Acid (GLA) ครับ ทั้งนี้มีพืชเพียงไม่กี่ชนิดที่มีปริมาณ GLA สูงๆ เท่าที่หาข้อมูลมาก็จะมี Black Currant / Evening Primrose และ Borage ครับ (DEEP & TRUE มี Evening Primrose)

  • Borage 20.1%
  • Black Currant  12.6%
  • Evening Primrose 9.1%

หน้าที่หลักๆ ของ GLA คือจะเน้นไปในเรื่องของความสามารถในการรักษาผิวหนังอักเสบต่างๆ ได้เป็นอย่างดีครับ

สรุปภาพรวม Product

  • Packaging ทำออกมาได้น่าใช้งานดี ออก Minimal น่าหยิบจับ (ส่วนตัวชอบ)
  • มี BioAgriCert หน่วยงานจากประเทศอิตาลี การันตีว่ามีสาร Organic มากกว่า 95%
  • มี Linoleic Acid ใน Oil ช่วยลดปริมาณการเกิดสิวอุดตัน
Primrose.JPG

Evening Primrose : Credit : https://commons.wikimedia.org

  • Evening Primrose Oil มี Gamma Linolenic Acid ในปริมาณสูง มีความโดดเด่นในเรื่องของการรักษาโรคทางผิวหนังเรื้อรัง และการต้านการอักเสบของผิวหนัง
  • Oil อื่นๆ ได้แก่ Avocado / Sesame / Pumpkin Seed / Coconut / Rosehip และ Jojoba ก็จะให้ผลในด้านการบรรเทาอาการเจ็บปวด การยับยั้งเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย P.Acne และช่วยหลอกให้ผิวของเราผลิต Sebum ออกมาให้น้อยลงด้วย
  • มีงานวิจัยมากมายที่ Support ในเรื่องของ สุคนธบำบัด หรือที่เรียกว่า Aromatherapy  ซึ่งทาง Brand ก็ได้มีการใช้ Essential Oil มากกว่า 1 กลิ่น ทั้งนี้มีงานวิจัยรองรับแล้วว่าการใช้ Essential มากกว่า 1 กลิ่นนั้นจะยิ่งเสริมการทำงานกันได้ดีมากขึ้น

Credit Pictures

  1. Avocado : http://www.webchutney.pk/
  2. Sesame : http://www.seriouseats.com/
  3. Pumpkin Seed : http://arogyamasthu.com/
  4. Coconut : http://www.thecandidadiet.com/
  5. Rosehip : https://en.wikipedia.org
  6. Jojoba : https://www.thejojobacompany.com.au
  7. Citrus Aurantium Bergamia : http://adelightfulhome.com/
  8. Citrus Aurantium Dulcis : http://thanneshop.com/
  9. Lavandula Angustifolia : http://www.mdidea.com/

สรุปข้อดี/ข้อเสีย

ข้อดี

  1. Packaging น่าใช้ รวมถึงมีการ Guarantee ความเป็น Organic จาก BioAgriCert
  2. มีการใช้กลิ่นเข้ามาช่วยในเรื่องของการผ่อนคลาย อิงตามหลัก Aromatherapy
  3. มี Oil ที่ให้คุณสมบัติหลากหลาย และยังมีทั้ง Linoleic Acid และ Gamma Linolenic Acid ที่เสริม Skin Barrier รักษาอาการอักเสบเรื้อรังของผิวหนัง ช่วยลดปัญหาสิว รวมถึงการยับยั้งเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย P.Acne
  4. Safety Profile ของสารทุกตัวออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
  5. ใช้ Vitamin E ที่เป็น Natural ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่า Vitamin E สังเคราะห์ถึง 3 เท่า

ข้อเสีย

  1. Coconut Oil มี Profile ในเรื่องของการอุดตัน หรือมี Comedogenic Rating ที่ 4 (5 คือมากสุด หมูทดลองใช้มาเช้าเย็นได้ 1 อาทิตย์ก็ไม่ได้เป็นสิวแต่อย่างใด ความเห็นส่วนตัวคือเราเอามาล้างครับไม่ได้เอามาทาแล้วทิ้งไว้บนหน้า … ของ THREE ก็จะมีสารที่ได้จาก Coconut เช่นกัน มันคือ Caprylic/Capric Triglyceride ที่มี Comedogenic Rating 2/4 ครับ)
  2. ขวดโปร่งแสงเล็กน้อย อาจทำให้สาร Antioxidant บางอย่างเสื่อมสภาพ
  3. บางรายอาจจะแพ้น้ำมันหอมระเหย

[Sponsored Item]

อย่าลืมตาม Facebook : livelymoo เพื่อ Update และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันนะครับ 🙂


เนื้อหาต่อจากนี้ไปใครขี้เกียจอ่านก็ข้ามไปเลยครับ


สรุปความแตกต่างระหว่าง THREE และ DEEP & TRUE

1. Scent

กลิ่นคือหนึ่งใน Main Idea หลักของการทำ Cleansing Oil ทั้งสอง หมูจะขอบอกว่าทั้งคู่ใช้กลิ่น Essential Oil ที่มาจาก Bergamot Oil และ Orange Sweet Oil ครับ โดย THREE มีการใช้ Rosemary Leaf Oil มาแต่งกลิ่นบางๆ แต่ของ DEEP&TRUE มีการเพิ่ม Lavender Oil เข้ามาแทน ซึ่ง Lavender Oil นั้นมีประโยชน์หลากหลายมากๆๆๆๆ ครับ คนพึ่งคลอดต้องชอบแน่ๆ เพราะมันช่วยให้รอยแดงจากแผลหายไวขึ้นเพียงแค่หยดลงในอ่างอาบน้ำไม่กี่หยดเท่านั้น (ลองอ่านข้อมูลส่วนประกอบสารด้านล่างข้อ 12 ยาวเป็นหางว่าว มีการ Test เอา Lavender Oil ที่ความเข้มข้นต่างๆ ลงบนผิวหนังของหนู ก็ไม่ได้พบอาการแพ้แต่อย่างใด)

จากการดมเทียบ ของ THREE นั้นกลิ่นหอมบางๆ สบายใจดี ส่วนของ DEEP & TRUE นั้นก็ให้กลิ่นในโทนเดียวกัน แต่ในตัวเนื้อกลิ่นมันมีความชัดเจนมากกว่า ทั้งคู่กลิ่นไม่ได้ฉุน และ Soothe เราได้จริงครับ

2. Efficacy of Cleanses

ในเรื่องของการทำความสะอาดนั้นหมูว่ามันไม่ได้ต่างกันครับ หมูลองทา Eyeliner ไว้แล้วลองหยด Oil ของทั้งสองจุดละ 3 หยด แล้วใช้นิ้วชี้กับนิ้วนางนวดไปบนหมึกพร้อมๆ กัน พยายามให้น้ำหนักเท่ากันมากสุดแล้ว (Error โคตรๆ 555+) แต่ก็ไม่ต้องไป Serious ขนาดนั้นครับ สรุปว่าถ้าวนไปเรื่อยๆ มันก็สามารถละลายหมึกออกมาได้เหมือนๆ กันครับ ไม่ต่างอะไร

DEEP AND TRUE The Perfect Organic Cleansing Oil 1.jpg

THREE vs DEEP&TRUE

DEEP AND TRUE The Perfect Organic Cleansing Oil 2.jpg

ผลที่ได้ไม่ต่างกันครับ (เราถูแต่ส่วนที่เป็นหมึกเข้มๆ นะ ส่วนชื่อเราทิ้งไว้ให้รู้ตำแหน่ง อาจจะวนนิ้วไปโดนบ้างอย่าว่ากันเบย จุ๊บๆ)


อธิบายสารเรียงตัว

ก่อนอื่นขออธิบายคำว่า Comedogenic Rating กับ Safety Score ก่อนครับ

  • Comedogenic Rating แปลว่า Rating โอกาสในการอุดตัน มี Rating 1 – 5 (1-2 คือ ok /5 มากสุด)
  • Safety Score แปลว่า Rating ความปลอดภัย ความไม่ระคายเคือง มี Rating 1 – 10 (1-3 คือ ok / 10 มากสุด)
  • * = Organic Ingredients

เริ่ม!!

  1. Persea Gratissima (Avocado) Oil*
    • Avocado นั้นมีสารอาหารเยอะมากๆ ครับ มันถือเป็น Anti Aging ได้เลยทีเดียว ตัวผลมันเองก็จะมี Vitamin A B1 B2 B3 B6 B7 (Biotin) C D E K โอ้ยยยยยย เยอะไป้
    • นอกจากนี้น้ำมันที่ได้จากเมล็ดของ Avocado จะมี Fatty Acid อยู่มากมาย โดย FA ที่มีอยู่ในปริมาณมากสุดจะเป็น Linoleic Acid (Omega-6 FA) ที่มีอยู่ประมาณ 40% [http://www.centerchem.com/Products/DownloadFile.aspx?FileID=6558]
    • Linoleic Acid นั้นเหมาะกับผิวที่เป็นสิว และคนที่เป็นสิวง่าย (Acne Prone Skin) เพราะว่าสาเหตุหนึ่งของสิวนั้น เกิดมจากการที่ผิวมีปริมาณ Linoleic ที่น้อยเกินไปครับ
    • ทั้งนี้ Linoleic Acid หรือ Omega-6 FA ซึ่งเป็น Essential Fatty Acids นั้นไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ภายในร่างกายคนเรา (ถึงใช้ชื่อว่า Essential ไงล่ะ) หมูเองก็เคยพูดไว้บ้างแล้วใน Fresh : Sugar Face Polish ครับ ว่ามันเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมเรื่องของ Skin Barrier ครับ
    • ตัวนี้มี Gamma Linolenic Acid 0.1%-3% ครับ ก็ยังไม่ได้มากเท่า Evening Primrose กับ Borage เท่าไหร่ (ปล. สังเกตตัว n ที่เพิ่มขึ้นมานะครับ มันคนละตัวกับ Linoleic Acid นะ) โดยเจ้า GLA นี้แหล่ะคือตัวที่ช่วยเราในเรื่องของการต้านการอักเสบต่างๆ ของผิวครับ
    • Comedogenic Rating 2 [https://www.beneficialbotanicals.com/facts-figures/comedogenic-rating.html]
    • Safety Score (1)
  2. Sesamum Indicum (Sesame) Seed Oil*
    • น้ำมันจากเมล็ดงานั้นมีการใช้ในทางการแพทย์มาอย่างยาวนานแล้วทั้งในจีนและอินเดียครับ มันมีคุณสมบัติในการรักษาผิวจากการโดนแสงแดดเผาไหม้ ซึ่งตัวมันเองนั้นมีคุณสมบัติเป็น Emollient และยังมีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียจนเค้าเอาไปใส่ในน้ำยาบ้วนปากกัน [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4127822/]
    • ในส่วนของปริมาณ Linoleic Acid นั้นมีหลาย source มากๆ แต่ทั้งนี้ก็จะเห็นว่ามันมีไม่ต่ำกว่า 35 ขึ้นไปถึง 50% อยู่กับสายพันธุ์ และกรรมวิธีครับ [http://www.aromantic.co.uk/technical-documents/msds/sesame-oil-organic-msds.aspx และ http://www.tandfonline.com/doi/abs/10.3109/09637489809086419]
    • ไปเจอในเรื่องของการลดอาการเจ็บปวด โดยการนำเจ้าตัวนี้มาทาแทนสาร Steroid ครับ [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4493737/]
    • Comedogenic Rating (2)
    • Safety Score (1)
  3. Cucurbita Pepo (Pumpkin) Seed Oil*
    • ข้อมูลส่วนใหญ่ของน้ำมันจากเมล็ดฟักทองนั้นจะแสดงถึงปริมาณ Vitamin E ซึ่งช่วยในการรักษาและยืดอายุของน้ำมันออกไปได้มากขึ้น ช่วยให้น้ำมันมีความเสถียรมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของ Fatty Acid ในสัดส่วนที่สูง ทั้ง linoleic, oleic, palmitic และ stearic ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการรักษา Skin Barrier ของผิวให้มีความแข็งแรงชุ่มชื้น [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/17439238]
    • ไปเจองานชิ้นหนึ่งที่ศึกษาเกี่ยวกับการรักษาอาการผิวหนังอักเสบ โดยมีการทดสอบกับผิวหนังของหนูนะครับว่ามันช่วยรักษาได้จริงๆ นะ [http://www.ufrgs.br/actavet/41/PUB%201168.pdf]
    • Linoleic Acid 43-55%
    • Comedogenic Rating (2)
    • Safety Score (1)
  4. Cocos Nucifera (Coconut) Oil*
    • ตัวนี้มันจะถูกนำมาใช้กันใน Makeup Remover ในหลายๆ Brand ถ้าใครเข้าไปอ่านในเวบป้าพอลล่าก็จะเจอข้อมูลที่ล้นหลามมากๆ ทั้งในเรื่องของการรักษาสิวโดยการฆ่า P.Acne ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดสิว เนื่องจากตัวมันเองมี Lauric Acid ที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/19134433]
    • น้ำมันมะพร้าวนั้นมีคุณสมบัติเป็น Humectant ช่วยลดอัตราการสูญเสียน้ำของผิวได้ และทำได้ดีกว่า Mineral Oil อีกด้วย [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/15724344]
    • ทั้งนี้มีงานวิจัยชัดเจนว่าตัวนี้สามารถช่วยรักษาบาดแผลไฟไหม้ได้ ทำให้แผลหายได้เร็วขึ้นครับ [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2792613/]
    • Comedogenic Rating (4)
    • Safety Score (1)
  5. Rosa Moschata (Rose hip) Seed Oil*
    •  น้ำมันของโรสฮิปมีคุณสมบัติเป็น Moisturizer ที่ดี รวมทั้งยังมี Retinoic Acid ที่เป็น Form หนึ่งของ Vitamin A ซึ่งมีคุณสมบัติเป็น Anti Aging นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในเรื่องของการรักษารอยแผลเป็นต่างๆ ทั้งนี้มีผลการทดสอบในการรักษาแผลในคน 10 คน (Ulcer) [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/2214931]
    • Linoleic Acid 41% [http://www.centerchem.com/Products/DownloadFile.aspx?FileID=7106]
    • Comedogenic Rating (1)
    • Safety Score (1)
  6. Simmondsia Chinensis (Jojoba) Seed Oil*
    • Jojoba Oil มีส่วนผสมที่คล้ายกับ Sebum ของคนเราครับ จึงทำให้มันมีจุดเด่นในด้านของการหลอกผิวของเราว่าด้านบนผิวมีน้ำมันเพียงพอแล้วนะ จึงทำให้ผิวเราหลั่งน้ำมันออกมาน้อยลงนั้นเอง นอกจากนี้ Jojoba มักจะถูกนำไปใช้ในส่วนผสมของ Moisturizer, Make-up remover, Lip Balm, Conditioner หรือ Massage Oil ทั้งนี้ที่เราเรียกว่า Oil จริงๆ มันคือ Liquid Wax Ester นะครับ [http://www.centerchem.com/Products/DownloadFile.aspx?FileID=6962]
    • หน้าที่หลักๆ ของ Jojoba จะเป็นเรื่องของการให้ความชุ่มชื้นเสียมากกว่าครับ
    • Comedogenic Rating (2)
    • Safety Score (1)
  7. Oenothera Blennis (Evening Primrose) Oil* (EPO)
    • มาถึงตัวที่โด่งดังอีกตัวหนึ่งครับในช่วงนี้จะเห็นหลายๆ Brand นำน้ำมัน EPO นี้มาเป็นตัวชูโรงของ Product ซึ่งมันก็ดีจริงๆ ตามนั้นล่ะครับ มีงานวิจัยในส่วนของการรับประทานนะครับว่ามันช่วยให้ผิวของเรามีความชุ่มชื้น ลดอัตราการสูญเสียน้ำ มีความยืดหยุ่น มีความกระชับ เมื่อยล้ายากขึ้น มีผิวที่เรียบเนียนขึ้นอย่างชัดเจนนะครับ ศัพท์ที่เค้าใช้ทางสถิติเค้าจะพูดกันว่า Significantly Improved! ไปหาซื้อมาทานกันเลยดีกว่า อิอิ [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18492193]
    • ที่เกาหลีเค้าเคยทำงานวิจัยสำหรับคนที่เป็นสิวนะครับ โดยเค้าทดสอบโดยแบ่งกลุ่มคนออกเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่มีสิวแบบปานกลางและต้องทานยา isotretinoin หรือ ถ้าใช้ชื่อของยาก็คือ Roaccutane® (โรแอคคิวเทน) นั้นเอง ทีนี้ก็จะเป็นที่รู้กันดีครับว่าการทานยานี้จะมีอาการปากลอกแห้งมากๆ ในบางคนแตกจนน่ากลัวเหมือนไปซัดกับขอบประตูมา 555+ อาการเหล่านี้เค้าเรียกภาษาทางการแพทย์ว่า “xerotic cheilitis” ทีนี้เค้าก็ให้กลุ่มแรกทานทั้ง Roaccutane® และ EPO อีกกลุ่มทานแต่ Roaccutane® ก็พบว่ากลุ่มแรกนั้นอัตราการสูญเสียน้ำในบริเวณปากนั้นลดลงอย่างชัดเจนเลยทีเดียวครับ ดังนั้นใครที่ทาน Roaccutane® อยู่ก็อย่าลืมหา EPO มาทานไปด้วยนะครับ [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4252667/]
    • มาดูในเรื่องของการทาก็ Strong ไม่ยิ่งหย่อนกันครับ มันมีความสามารถในการรักษาโรคทางผิวหนังได้เป็นอย่างดี เค้าบอกเลยนะว่ามีประสิทธิภาพสูงมากครับ (highly effective) กันเลยทีเดียว [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/11803254]
    • สิ่งที่ทำให้ EPO โดดเด่นนั้นไม่ใช่ Linoleic Acid แต่เป็น Gamma Linolenic Acid (GLA สังเกตตัว n ที่เพิ่มขึ้นมานะครับ มันคนละตัวกับ Linoleic Acid นะ) เจ้า GLA นี้แหล่ะคือตัวที่ช่วยเราในเรื่องของการต้านการอักเสบต่างๆ ของผิวครับ [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/17168669]
    • ตัวนี้มี GLA 8 – 16% และ Linoleic เป็นส่วนผสมสูงถึง 65% – 80% [http://www.centerchem.com/Products/DownloadFile.aspx?FileID=6976]
    • Comedogenic Rating (2)
  8. Polyglyceryl-2 Oleate
    • Emollient, Surfactant (สารทำความสะอาด)
    • Safety Score (1)
  9. Tocopherol (Natural Vitamin E)
    • Antioxidant
    • Vitamin E นั้นมีอยู่ทั้งหมด 8 Forms ครับ มีทั้ง Alpha Beta Gamme Delta เวิ้นกันไป โดยที่ตัวที่เป็น Active Form จะเรียกว่า Alpha-Tocopherol
    • อย่างไรก็ดี Vitamin E ก็สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาได้จาก Petroleum Product เราก็จะเรียกกันว่า Synthetic vitamin E ซึ่งพวกนี้จะมี “dl-” นำหน้าครับ
    • ส่วน Natural Vitamin E หรือ Vitamin E ที่มาจากธรรมชาตินั้นก็จะมี “d-” นำหน้ามา เช่น d-alpha tocopherol, d-alpha tocopheryl acetate หรือ d-alpha tocopheryl succinate
    • Natural Vitamin E จะดีกว่าแบบ Synthetic ในแง่ของการดูดซึม ทั้งนี้มีการวิจัยในญี่ปุ่นพบว่าจะต้องใช้ Vitamin E แบบสังเคราะห์ถึง 3 เท่าเมื่อเทียบความสามารถกับแบบ Natural [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/9062530?dopt=Abstract]
    • มีงานวิจัยที่สนับสนุนงานวิจัยด้านบน ว่าแบบ Natural นั้นถูกดูดซึมได้ดีกว่า [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/9537614?dopt=Abstract]
    • งานวิจัยของ Oregon State University พบว่าแบบ Synthetic สลายตัวไวกว่า Natural ถึง 3 เท่า [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/9804189?dopt=Abstract]
    • มีความสามารถในการช่วยยืดอายุของน้ำมันจากพืชต่างๆ
  10. Citrus Aurantium Bergamia (Bergamot) Fruit Oil
    • สารตั้งแต่ตัวที่ 10-12 เป็น Essential Oil ครับ ซึ่งหลายๆ คนที่เป็นสาวกป้าพอลล่าก็จะมองว่าไม่เอาน้ำหอมได้ไหม เพราะมัน Phototoxic (ผื่นที่เหมือนถูกแดดเผา) กลัวมากเลย ตรงนี้มาอ่านข้อมูลกันครับว่าจริงๆ แล้ว Phototoxic เกิดจากการที่ทาแล้วไปเจอกับ UVA ต่อ ทั้งนี้ Product ตัวนี้เราใช้เพื่อการล้างหน้าครับ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะทาง Brand ก็คงใส่มาเพื่อเอาแค่กลิ่นผ่อนคลาย ณ ตอนที่ใช้เท่านั้นครับ [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/11511848]
    • เจ้า Bergamot Oil นี้มีการศึกษาในด้านการบำบัดด้วยกลิ่น (Therapeutic and Aromatherapy) ซึ่งก็ค้นพบว่ามันช่วยได้จริงๆ ในส่วนของการลดความตื่นเต้น (Anxiety) และความเครียด (Stress) นอกจากนี้ตัวมันเองยังมีความสามารถในการลดการอักเสบ และยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วย [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4345801/ และ http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/20093169]
    • ยังมีงานวิจัยในเรื่องของการใช้ Bergamot เดี่ยวๆ เทียบกับส่วนผสมระหว่าง Bergamot ผสมกับกระดังงา (Ylang Ylang) และ Lavender อีกด้วยนะครับ ซึ่งพบว่าหากใช้เดี่ยวๆ จะสามารถลดอัตราการเต้นของหัวใจลงได้ แต่ถ้ามีการใช้ร่วมกันจะช่วยอัตราการเต้นของหัวใจ ลดความดันโลหิต ลดอาการเจ็บปวดได้อีกด้วยล่ะ [http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4345801/table/T1/]
    • มีใน THREE : Balancing Cleansing Oil
    • Safety Score (2)
  11. Citrus Aurantium Dulcis (Orange) Peel Oil
    • ใส่มาเพื่อเป็น Aromatherapy มีอีกชื่อเรียกว่า Orange Sweet Oil ครับ [http://www.aromaweb.com/essentialoils/citrusessentialoils.asp]
    • ไม่ใช่ว่า Oil จากส้มจะเป็น Phototoxicity ทุกตัวไปนะครับอยู่ที่สายพันธุ์รวมถึงกรรมวิธีในการ Extract ออกมาด้วย ซึ่งเจ้า Orange Sweet Oil ไม่ได้เป็น Phototoxic ครับ (ถ้า Bitter จะเป็นนะ)
    • มีใน THREE : Balancing Cleansing Oil
    • Safety Score (2)
  12. Lavandula Angustifolia (Lavender) Oil
    • เป็น Essential Oil อีกตัวครับตามที่ได้มีการกล่าวไว้ในส่วนของ Bergamot ด้านบน ทั้งนี้ก็มีผลการวิจัยออกมาว่ามันมีคุณสมบัติในการยับยั้งแบคทีเรีย และเชื้อราได้ด้วย ทั้งนี้ในด้าน Aromatherapy เองก็จะให้คุณสมบัติในเรื่องของการลดความเครียด อาการปวดหัว ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ใหม่ๆ เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน [http://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2221169115001033]
    • มาถึงตรงนี้หลายๆ คนที่ชอบเข้าไปอ่านเวบของป้าพอลล่า ที่มีจุดยืนว่า Skin Care นั้นไม่มีที่ยืนสำหรับน้ำหอมเลย ลองมาอ่านข้อมูลแย้งจาก Website นี้ดูกันครับ [http://roberttisserand.com/2011/08/lavender-oil-skin-savior-or-skin-irritant/] จะพบว่ามีการทดสอบ Lavender Oil มากมายที่มีส่งผลประโยชน์ให้กับผิวได้ เช่น
      • มีการทดสอบที่ความเข้มข้น  0.1%, 1.0%, 10% or 100% บนผิวหนังของหนู ซึ่งก็ไม่ได้พบว่ามันก่อให้เกิดผลร้ายหรือผิดปกติแต่อย่างใด
      • มีการทดสอบกับผู้หญิงที่พึ่งคลอดจำนวน 120 ราย พบบว่าการหยด Lavender Oil เพียงไม่กี่หยดในอ่างอาบน้ำช่วยลดรอยแดงจากแผลบริเวณฝีเย็บได้อย่างชัดเจน
      • Lavender Oil มีคุณสมบัติกลางๆ ในด้านการยับยั้งเชื้อ P.Acne
      • ช่วยเสริมการทำงานของสารกันเสียอื่นๆ ได้เพราะตัวมันเองมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา
      • มีฤทธิ์ในการช่วยระงับอาการปวด
      • ในตอนท้ายผู้เขียนก็ยังมีการ Bluff เล็กน้อยในเรื่องของความรู้ในด้านนี้ของป้าพอลล่าว่า ป้าแกสับสนระหว่าง phototoxicity and photoallergy รึปล่าวจ๊ะ? ก็ขอให้ลองเข้าไปอ่านใน Website ดูพิจารณาเป็นทางเลือกครับ เพราะอาจจะทำให้มีความเข้าใจใน Lavender Oil ในอีกแง่มุมมากขึ้น
    • Safety Score (1) ชัดเจน!!

 

DEEP & TRUE : The Perfect Organic Cleansing Oil

Ingredients : Persea Gratissima (Avocado) Oil*, Sesamum Indicum (Sesame) Seed Oil*, Cucurbita Pepo (Pumpkin) Seed Oil*, Cocos Nucifera (Coconut) Oil*, Rosa Moschata (Rose hip) Seed Oil*, Simmondsia Chinensis (Jojoba) Seed Oil*, Oenothera Blennis (Evening Primrose) Oil*, Polyglyceryl-2 Oleate, Tocopherol (Natural Vitamin E), Citrus Aurantium Bergamia (Bergamot) Fruit Oil, Citrus Aurantium Dulcis (Orange) Peel Oil, Lavandula Angustifolia (Lavender) Oil

* = Organic Ingredients

THREE : Balancing Cleansing Oil

Ingredients : 


 Vitis Vineffera (Grape Seed Oil), Caprylic/Capric Triglyceride, Camellia Sinensis Seed Oil, Ethylhexyl Palmitate, Squalane, PEG-20 Glyceryl Triisostearate, Isostearic Acid, Pentylene Glycol, Rosacanina Fruit Oil, Citrus Aurantium Dulcis (Orange) Peel Oil, PEG-12 Isostearate, Citrus Aurantium Bergamina (Bergamot) Fruit Oil, Tocopherol, Phenoxyethanol, Simmondsia Chinensis (Jojoba) Seed Oil, Boswellia Carterii Oil, Rosmarinus Officinalis (Rosemary) Leaf Oil, Argania Spinosa Kernel Oil, Origanum Majorana Leaf Oil, Beeswax, Butyrospermum Parkii (Shea) Butter, Limnanthes Alba (Meadowfoam) Seed Oil, Olea Europaea (Olive) Fruit Oil, Theobroma Grandiflorum Seed Butter, Ascorbyl palmitate, Lecithin.

Advertisements

1 Comment

  1. Pingback: Aesop : Fabulous Face Cleanser | livelymoo

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s