Vitamin
Comments 4

Vitamin C (2)

ต่อจาก Vitamin C (1) ครับ เรามาดูกันต่อว่ามี Derivative ตัวไหนที่มีความน่าสนใจกันอีกบ้าง

5. Ascorbyl Glucoside (AA-2G)

เป็น Vitamin C ที่เกิดจากการรวมกันของ L-Ascorbic Acid และ Glucose ซึ่งเมื่อแตกตัวออกมาก็จะกลายเป็น Ascorbic Acid (AA) แล้วก็จะมี Function การทำงานเหมือน AA เช่นเป็น Antioxidant กระตุ้นการสร้าง Collagen และยับยั้งกระบวนการสร้างเมลานิน

AA-2G มีความเสถียรมากกว่า AA จากผลการศึกษาของ Hayashibara International (เจ้าของลิขสิทธิ์ของสารตัวนี้) พบว่ามันมีความเสถียรไม่ว่าจะเจอต่อความร้อน แสง หรือการทำปฎิกิริยากับ Oxygen และนอกจากนี้ก็ยังพบว่ามันยังสามารถดูดซึมได้ยาวนานมากขึ้นด้วย

มีการศึกษาโดยนำตัวนี้ร่วมกับ Niacinamide (Vitamin B3) ในคน 60 คนพบว่าส่วนผสมนี้สามารถช่วยเรื่องสีผิว (Hyperpigmentation) ได้อย่างชัดเจนภายใน 4 อาทิตย์

มีการศึกษานำ AA-2G ใช้ร่วมกับ Malic Acid และการทาครีมกันแดดเป็นระยะเวลากว่าเกือบ 2 ปี (นานไปมะ) บอกว่า AA-2G สามารถช่วยลดฝ้าได้อย่างเห็นได้ชัด (ตรงนี้มองว่าการทากันแดดระยะเวลา 2 ปีอย่างเดียวก็ช่วยได้เยอะแล้วล่ะ)

สรุป

  1. มีความเสถียรมากกว่า AA
  2. สามารถผสมกับน้ำได้
  3. สามารถดูดซึมลงผิวได้ (In Vitro)
  4. ลดเม็ดสี (In Vitro)
  5. กระตุ้นการสร้าง Collagen (In Vitro)
  6. มีผลการศึกษาว่าช่วยป้องกัน UV แต่ไม่เท่า SAP (In Vivo)

Sources :

  1. Ultrasound enhanced skin-lightening effect of vitamin C and niacinamide.
  2. Successful short-term and long-term treatment of melasma and postinflammatory hyperpigmentation using vitamin C with a full-face iontophoresis mask and a mandelic/malic acid skin care regimen.

 

6. 3-O-Ethyl Ascorbic Acid (EAC)

เจ้าตัวนี้ Shiseido เป็นผู้คิดค้นขึ้นมาครับ พอหมดสิทธิบัตร คนก็หันมาให้ความสนใจกันเยอะมากๆ (Lancôme และ Kiehl’s ก็เอามาใช้) เพราะว่ามีคำเคลมออกมาเยอะเรื่องที่ว่ามันมีความเสถียรสูง ให้ผลเหมือนกับ AA ได้

ซึ่งเจ้า Vitamin C ตัวนี้เกิดจากการที่เอา Ethyl เชื่อมกับ AA นะครับทำให้มีทั้งขั้วที่ชอบน้ำและไม่ชอบน้ำ และส่งผลให้มันนำพาเข้าลงสู่ผิวได้ดี (การทำงานเหมือนพวก Liposome)

ตัวนี้เท่าที่อ่านมาจะมีการจำกัดปริมาณการใช้ไม่เกิน 3% นะครับ (เกาหลีให้แค่ 2%)

สรุป

  1. ยังไม่เจอ Research เรื่องความเสถียรใน Pubmed /  แต่ไปเจอผลการวิจัยบอกว่ามันเสถียรครับ ถ้ากดเข้าไปดูรูปตาม Link ก็จะเห็นว่ามันเปลี่ยนสีน้อยมาก
  2. สามารถดูดซึมลงผิวได้ดีกว่า AA-2G (Ex vivo animal testing)
  3. ลดเม็ดสี (Human in Vivo)
  4. ละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน
  5. เรื่องกระตุ้นการสร้าง Collagen และช่วยป้องกันการทำร้ายจาก UV ยังไม่มี Research ใน Pubmed แต่ไปเจอผลการวิจัยตัวหนึ่งบอกว่ามันสร้างได้
  6. ใช้ในปริมาณน้อยไม่เกิน 3%

Sources :

  1. 3-O-Ethyl Ascorbic Acid: A Stable, Vitamin C-Derived Agent for Skin Whitening

 

7. Ascorbyl Tetraisopalmitate (ATIP)

นี้ก็เป็นอีกตัวที่มาแก้ไขเรื่องความเสถียรของ AA ครับ แต่ต้องใช้ที่ PH ต่ำกว่า 5 (ก็ยังไม่ต่ำเท่าของ AA) แถมมันยังละลายในน้ำมันด้วย ส่งผลให้การซึมลงผิวเป็นไปได้ดีกว่า AA ธรรมดา

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่บอกว่ามันสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ด้วย

สรุป

  1. มีความเสถียร
  2. ละลายในน้ำมัน ทำให้ดูดซึมได้ดี
  3. การดูดซึมดีกว่า MAP (human ex vivo testing)
  4. ลดเม็ดสี (human in vivo testing)
  5. กระตุ้นการสร้าง Collagen (In Vitro)
  6. ช่วยป้องกันการทำร้ายจาก UV
  7. สามารถ Convert ไปเป็น AA (In Vitro)

Sources :

  1. In vitro antioxidant and in vivo photoprotective effects of an association of bioflavonoids with liposoluble vitamins.
  2. In vitro antioxidant activity and in vivo efficacy of topical formulations containing vitamin C and its derivatives studied by non-invasive methods

 

8. Trisodium ascorbyl palmitate phosphate (APPS)

ตัวนี้มีชื่อ Trade Name ว่า Apprecier™ (Ascorbyl 2-Phosphate 6-Palmitate) ครับ โดยมีการกล่าวอ้างจากผู้ผลิตว่ามันสามารถช่วยลดริ้วรอยได้ เข้าดู link  ตามนี้ครับ

ทั้งนี้จากการพยายามหาข้อมูลก็พบ Article หนึ่งที่พูดถึงความสามารถของสารตัวหนึ่งชื่อว่า Fullerene โดยอ้างถึงความสามารถของเจ้า APPS ที่มีการวิจัยชี้ว่ามันช่วยลดขนาดของรูขุมขนได้

สรุป

  1. เสถียรที่ PH 7
  2. ซึมลงสู่ผิวได้ (In vivo animal)
  3. Convert ไปเป็น AAได้ (In vitro)
  4. ไม่เจอ Research เรื่องการกระตุ้นการสร้าง Collagen และการช่วยลดผลกระทบจากการทำร้ายผิวจาก UV
  5. ลดเม็ดสีบนผิวของคนได้จริง
  6. ลดขนาดรูขุมขนได้

Sources :

  1. Perifollicular pigmentation is the first target for topical vitamin C derivative ascorbyl 2-phosphate 6-palmitate (APPS): Randomized, single-blinded, placebo-controlled study
  2. Reduction of conspicuous facial pores by topical fullerene: possible role in the suppression of PGE2 production in the skin
  3. Perifollicular pigmentation is the first target for topical vitamin C derivative ascorbyl 2-phosphate 6-palmitate (APPS): randomized, single-blinded, placebo-controlled study.
  4. http://www.sdk.co.jp/english/products/110/114/12696.html
Advertisements

4 Comments

  1. Pingback: Vitamin C (1) | livelymoo

  2. Pingback: Dr Ci labo : VC 100 Essence Lotion | livelymoo

  3. Pingback: Dr.Ci:labo : Super White 377VC | livelymoo

  4. Pingback: LIVELYMOO FAVORITE 2016!!! | livelymoo

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s