Cleansing Water
Leave a Comment

Bioderma : White Objective H2O

มาถึงตัวที่หมูเพ้อเจ้อไปพักหนึ่งครับ ก็ต้องขอบอกว่ามันคุ้มค่าที่ไปเพ้อเจ้อมา ส่วนตัวหมูเองจะใช้ Bioderma : Sensibio H2O (ฝาชมพู) มานานมากแล้วครับ เวลามีใครบินก็จะฝากซื้อมาให้เรื่อยๆ หรือบางทีเพื่อนรู้ใจก็จะเอามาฝากกันบ่อยๆ อยู่แล้ว ทุกวันนี้ยังมีอยู่ใน Stock อยู่เลย 555+

เจ้า Bioderma : White Objective H2O ตัวนี้ฝากเค้าหิ้วมาให้จากทางยุโรปครับราคาก็ราวๆ 580บาท/200ml ได้

ถามว่ามันแตกต่างกับ Bioderma : Sensibio H2O ยังไงก็ต้องขอบอกว่ามันได้มีการปรับใช้สารประกอบที่มีความอ่อนโยนสูงกว่าเดิม โดยเปลี่ยนจาก Propylene Glycol มาเป็น Dipropylene Glycol และ Butylene Glycol ครับ ส่วนในเรื่องของความขาวนั้น เค้าก็ได้เติมสารที่มีความปลอดภัยสูงคือเจ้า HEXAPEPTIDE-2 ที่จะไปยับยั้งการทำงานของ α-MSH (ตัวแสบที่ไปส่งสัญญาณสั่งให้เซลล์ผลิตเมลานิน) แล้วก็ใช้สารสกัดจากใบของฟ้าทะลายโจรที่มีสรรพคุณล้านแปดที่เน้นไปทางเรื่องของการลดการระคายเคือง การอักเสบ ซึ่งก็ต้องขอบอกว่าอาการระคายทั้ง 2 ข้างต้นนี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เซลล์ผิวด้านบนผลิตเจ้า α-MSH ออกมาเช่นกันครับ

Andrographis_paniculata.tif.JPG

Andrographis Paniculata : Credit : indiabiodiversity.org

สารอื่นๆ ก็จะเป็นตัวที่เราเห็นๆ กันอยู่แล้วใน Bioderma : Sensibio H2O นั่นก็คือกลุ่มของน้ำตาลต่างๆ ซึ่งจะไปเน้นในเรื่องของความชุ่มชื้นให้ผิว โดยมีคุณสมบัติเป็น Water Binding เสียมากกว่า เพราะส่วนใหญ่จากการอ่านข้อมูลมา จะพบ Research เป็นการ Test ในเรื่องของการกินซะเยอะครับ ทำให้หมูรู้เลยว่าจะกินน้ำตาลตัวไหนดี ให้พลังงานต่ำ ซึ่งแปลว่าไม่อ้วนนั้นเอง 555+ อย่างไรก็ตามหมูก็พบว่าการใช้ Mannitose คู่กับ Hyaluronic ก็สามารถช่วยในเรื่องของการสร้างคอลลาเจนได้ (แต่ Product ตัวนี้ไม่ได้ใส่ Hyaluronic มาด้วยน่ะสิ)

จากการทดลองใช้มา 5 วัน หมูเองก็ขอบอกว่าในเรื่องของความรู้สึกมันก็ไม่ต่างอะไรกับตัวสีชมพูนะครับ สำลีก็เหลืองพอๆ กัน และเดิมทีใช้ขวดชมพูก็ไม่ได้ระคายเคืองอะไร ส่วนเรื่องของความขาวนั้นคงต้องใช้กันในระยะเวลานานเสียมากกว่า ถามว่าจำเป็นต้องซื้อมาใช้ไหม หมูว่าก็ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น แต่ว่ามันก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งสำหรับผู้ที่อยากมีผิวขาว ก็ถือว่าน่าเอามาใช้เป็นตัวเสริมอีกตัวนอกเหนือจากการใช้ Whitening และ ครีมกันแดดครับ รวมๆแล้วก็ฟินในระดับหนึ่ง เป็นตัวเลือกที่อ่อนโยนดีครับ แถมยังช่วยเรื่องผิวขาวได้ มี Packaging ที่แปลกตาออกไปด้วย

สรุปข้อดี/ข้อเสีย

ข้อดี

  1. เนื่องจากเป็น Line ของ Whitening เค้าก็ได้ใส่สารที่เน้นเรื่องของการลด และยับยั้งการทำงานของ α-MSH มาให้
  2. มีการเปลี่ยนสารบางตัวเพื่อเพิ่มความอ่อนโยนให้กับ Product ทำให้มันดู Upgrade มากขึ้น
  3. ไม่มีสี และน้ำหอม

ข้อเสีย

  1. บรรจุภัณฑ์โปร่งแสง (แต่อันนี้ไม่รู้ว่ามันจะไปทำลายการทำงานของสารตัวไหนบ้างนะครับ เท่าที่ดูก็ไม่เห็นจะมีพวก Antioxidant ซักเท่าไหร่ เก็บในห้องน้ำห่างๆ แดดเอาก็แล้วกัน)
  2. สารกันเสียที่ใส่มาก็มี Profile ที่อาจจะระคายเคืองได้นะ แต่ถ้าใครใช้ขวดชมพูอยู่แล้วไม่รู้สึกอะไร ตัวนี้ก็ไม่เป็นปัญหาครับ

ขอบคุณที่ติดตามกันครับ อย่าลืมไปตามต่อกันในเพจนะคับ : livelymoo ครับ 🙂


รีวิวละเอียด

เนื้อสัมผัส

Bioderma  White Objective H2O 1

เนื้อสัมผัสเป็นน้ำใสๆ เหมือนน้ำเปล่าเลยครับ

Bioderma  White Objective H2O 2

หลังทาแล้วก็ชุ่มชื่นขึ้น ก็ทั่วไปอะนะเหมือนเอาน้ำเปล่ามาทา -*-

รายละเอียดสาร

  1. AQUA/WATER/EAU
  2. PEG-6 CAPRYLIC/CAPRIC GLYCERIDES
    • เป็น Emulsifier ประสานให้สารมีขั้วและไม่มีขั้วละลายเข้าด้วยกัน พูดง่ายๆ ก็คือสารทำความสะอาดชนิดหนึ่งนั้นล่ะครับ
  3. POLYSORBATE 20
    • อีกชื่อเรียก Tween 20 ตัวนี้ก็เป็น Emulsifier เช่นกัน เป็นสารที่มีความปลอดภัยสูงมาก ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารได้เลย
  4. HEXAPEPTIDE-2
    • เป็นสารที่ใส่เพิ่มขึ้นมาจากสูตรฝาสีชมพูครับ มันใส่มาเพื่อช่วยให้น้ำเช็ดตัวนี้มีคุณสมบัติเป็น Whitening โดยเจ้าตัวนี้เป็น Peptide ชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของ α-MSH ซึ่งเป็นตัวส่งสัญญาณตั้งต้นในการสั่งการให้เซลล์เริ่มผลิตเม็ดสีนั้นเอง
    • เราจะเห็นสารตัวนี้ใน Product ไม่ค่อยมากครับเท่าที่เห็นก็ เช่น White Ichigo : Organic Tech Cream กับ MURAD : Rapid Age Spot and Pigment Lightening Serum
    • ตัวนี้มีความปลอดภัยสูงครับ [Source : http://www.ewg.org/skindeep/ingredient/719476/HEXAPEPTIDE-2/]
  5. LYSINE AZELATE
    • เป็น Whitening ครับ เจ้าตัวนี้เป็นเกลือของ Lysine กับ Azelaic acid ที่เค้าเอามาใช้รักษาทั้งสิวและรอยดำ
    • ตัวนี้หาข้อมูลยากมากครับ ใครมีข้อมูลช่วยแบ่งปันหมูด้วย 555+
  6. ANDROGRAPHIS PANICULATA LEAF EXTRACT
    • แปลเป็นไทยคือสารสกัดจากฟ้าทะลายโจรนั้นเองครับ ตัวนี้ส่วนใหญ่ที่เราเห็นๆ กันคือเอามาทานซะมากกว่า ซึ่งเจ้าฟ้าทะลายโจรนี้เองก็มีการใช้มาอย่างยาวนานเพื่อรักษาโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง ความดันโลหิตสูง โรคทางผิวหนังต่างๆ นาๆ ทั้งนี้สารสกัดที่ได้จากใบนั้น จะเป็นการนำมารักษาไข้และโรคหวัดซะมากกว่า [Source : http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4032030/]
    • มี Research ที่ใช้สารสกัดจากใบของฟ้าทะลายโจรว่ามันช่วยเรื่องของอาการแพ้คัน (Allergy) รวมถึงการอักเสบ (Inflammatory) ของผิวครับ ทั้งนี้เจ้าพวกนี้จะทำงานเป็นตัวยับยั้ง (inhibitor) สารพิษที่อยู่ด้านนอกของเซลล์ (Endotoxic) สารพิษพวกนี้มีชื่อว่า lipopolysaccharide ซึ่งจะมาจากแบคทีเรียแกรมลบ ผลก็คือทำให้เราเป็นไข้ ผิวหนังอักเสบ [Source : http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/20307638]
    • การลดการระคายเคืองก็เป็นการช่วยลดการผลิตเม็ดสีไปในเวลาเดียวกันนะครับ เพราะการระคายเคืองจะไปกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังส่งสัญญาณกันแล้วสุดท้ายก็จะเกิดการสร้างเมลานินครับ
    • นอกจากนี้ก็ยังไปเจอว่ามันเองก็มีความสามารถในการลดการเกิดสิวได้เหมือนกับพวกสารสกัดจากชาเขียวครับ [Source : http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3931201/]
  7. MANNITOL
    • เป็นสารให้ความหวาน ตัวมันเองศัพท์ฝรั่งเค้าจะเรียกว่า Sugar Alcohol เจ้าตัวนี้หา Research ด้านการใช้งานทาง Cosmetics ได้ไม่มากนัก แต่ FDA ของเมกาก็ Approve การใช้งานในเครื่องสำอางค์ [Source : https://www.truthinaging.com/ingredients/mannitol]
    • มีหลายๆ เวบบอกว่าเจ้าตัวนี้เป็น Humectant คือช่วยดึงน้ำมาสู่ผิวชั้นบน
    • มีงานวิจัยว่าเจ้าตัวนี้ 0.9% ใช้ร่วมกับ Hyaluronic acid แล้วจะสามารถช่วยเรื่องความชุ่มชื้น และความยืดหยุ่นของผิวได้อย่างชัดเจน [Source : http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22672272]
    • ไปเจอ Research มาครับว่าเค้าทดลองโดยเอาครีมที่มี Mannitol 25% มาให้นักวิ่งทา ก็พบว่ามันช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อได้ด้วย แต่ใน Product ตัวนี้ยังไงก็ไม่ถึงหรอก เค้าทำมาให้หน้าขาว ไม่ใช่หน้าหวานเนาะ 555+ [Source : https://clinicaltrials.gov/ct2/show/NCT01843088]
  8. XYLITOL
    • ก็เป็นน้ำตาลเหมือนเจ้า Mannitol ครับ เป็น Sugar Alcohol และ Humectant ด้วย ซึ่งมีความสามารถในการยืดความชุ่มชื้นของผิว อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้าง Hyaluronic ใต้ผิวของเรา เสริมความแข็งแรงของ Skin Barrier รวมถึงเพิ่มปริมาณของ Ceramide ได้อีกด้วย ดูๆ แล้วก็เหมือนจะมีประโยชน์ไปทาง Anti-aging ครับ [Source : https://www.truthinaging.com/ingredients/xylitol]
    • นอกจากนี้ก็ยังไปเจอเรื่องน่าสนใจ คือเป็นเรื่องของการกิน Xylitol มาฝากเพิ่มเติม เค้าบอกว่ามีการนำสารตัวนี้ให้หนูกินครับแล้วพบว่าปริมาณ Collagen ในตัวหนูก็เพิ่มขึ้น แถมยังช่วยลด Glycation ของ Collagen ด้วยล่ะ รีบวิ่งไปซื้อหมากฝรั่งผสม Xylitol มาทิ้งไปที่ทำงานและบ้านกระปุกใหญ่ๆ เลยดีกว่า 555+ [Source : http://www.smartskincare.com/nutrition/xylitol-skin-collagen.html]
  9. RHAMNOSE
    • มีการเอาสารตัวนี้มทดสอบบนจานทดลอง (in vitro) พบว่ามันมีคุณสมบัติในการเป็น Anti-aging จากการที่มันสามารถลด Glycation ได้ครับ นอกจากนี้ก็ยังมีการพูดถึงการทดสอบกับคนจริง (in vivo) ด้วยนะครับว่าทดลองอยู่ 2 เดือน แล้วพบว่าความหนาของชั้นผิวมีมากขึ้น พบว่ามีปริมาณ Collagen เพิ่มขึ้นด้วย [Source : http://thebeautybrains.com/2011/11/rhamnose-anti-aging-miracle-or-marketing-ploy/ และ http://www.ncbi.nlm.nih.gov/m/pubmed/19560218/?i=5&from=rhamnose%20collagen]
  10. FRUCTOOLIGOSACCHARIDES
    • ตัวนี้ก็เป็นน้ำตาลอีกตัวหนึ่ง มีความหวานประมาณ 30 – 50 % จากน้ำตาลซูโครส จากการหาข้อมูลคร่าวๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการกินเสียมากกว่าครับ โดยจะใส่ในอาหารสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน  [Source : https://en.wikipedia.org/wiki/Fructooligosaccharide และ http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1213/fructo-oligosaccharide-oligofructose]
    • จากการหาข้อมูลใน Pubmed ก็จะเจอเพียงแต่เรื่องของการทดสอบเป็นการกินอีกอยู่ดีครับ เค้าบอกว่ามันสามารถช่วยเพิ่มการดูดซึมสาร Magnesium ที่เป็น Cofactor หรือส่วนประกอบหนึ่งร่วมกับการทำงานของเอนไซม์มากหมาย [Source : http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/7931725]
    • ยิ่งหาข้อมูลลึกลงไปก็เจอแต่เรื่องของการกินอยู่ดีครับ เค้าบอกว่าเจ้าตัวนี้ถือป็น Prebiotic ที่เสริมสร้างแบคทีเรียชนิดดีในร่างกายเรา
  11. PEG-40 HYDROGENATED CASTOR OIL
    • เป็น Emulsifier ประสานให้สารมีขั้วและไม่มีขั้วละลายเข้าด้วยกัน
    • จากการอ่านเวบป้าเค้าบอว่ามันมาจากการรวมตัวของ polyethylene glycol (PEG) กับ castor oil มีคุณสมบัติเป็นสารก่อฟิลม์ และเป็น Emollients ด้วยครับ
    • สารนี้ส่วนใหญ่ก็จะใส่ในพวกน้ำเช็ดทำความสะอาดทั่วไป เห็นได้มากมายกันอยู่แล้วครับ
  12. DIPROPYLENE GLYCOL
    • เป็น Slip Agents ที่ช่วยเรื่องการกระจายตัวของเนื้อครีม
    • ตัวนี้อ่อนโยนกว่า Propylene Glycol ที่ใช้ใน Bioderma ขวดชมพูครับ
  13. BUTYLENE GLYCOL
    • เป็น Slip Agents ที่ช่วยเรื่องการกระจายตัวของเนื้อครีม มีเนื้อเบาบางมากกว่า propylene glycol
  14. DISODIUM EDTA
    • ใส่เอาไว้จับประจุที่อาจจะไปส่งผลให้คุณสมบัติของสารบางตัวเสื่อม
  15. CETRIMONIUM BROMIDE

 

Ingredients : AQUA/WATER/EAU, PEG-6 CAPRYLIC/CAPRIC GLYCERIDES, POLYSORBATE 20, HEXAPEPTIDE-2, LYSINE AZELATE, ANDROGRAPHIS PANICULATA LEAF EXTRACT, MANNITOL, XYLITOL, RHAMNOSE, FRUCTOOLIGOSACCHARIDES, PEG-40 HYDROGENATED CASTOR OIL, DIPROPYLENE GLYCOL, BUTYLENE GLYCOL, DISODIUM EDTA, CETRIMONIUM BROMIDE

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s